ตอนที่ 480
ตอนที่ 1935 : ซื้อขายล้มเหลว
October 22, 2026
ในหัวของเก่อเย่ตอนนี้มีแต่ความสับสน เขาไม่ได้ทำอะไรเลย เขาแค่นั่งเฉยๆในโถงกองทัพสังเกตการณ์แต่กลับโดนปลดออกจากตำแหน่ง ก่อนหน้านี้เขาเป็นแม่ทัพที่มีอำนาจที่สุดในกองทัพสังเกตการณ์ แต่วินาทีต่อมาเขากลับเป็นคนไร้ค่าไปทันที แต่ประเด็นคือ….เขาไม่อาจจะคัดค้านอะไรได้เลย ! เพราะคำสั่งของจักรพรรดินั้นไม่อาจจะมีใครคัดค้านได้ ! เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้จักรพรรดิโกรธ ? เมื่อได้ยินเสียงของจางลู่ตะโกนมาจากด้านนอก เก่อเย่ก็สีหน้าหม่นลง เขาค่อยๆเดินออกมา ตอนนั้นร่างแยกของ ซื่อเซียวได้หายไปแล้ว กลุ่มทหารของกองทัพสังเกตการณ์ก็พากันยืนอยู่กับที่ด้วยความสับสนไม่รู้ว่าต้องทำยังไง เก่อเย่หน้าร้อนผ่านราวกับโดนตบ เขามองไปรอบๆตัวและรู้สึกราวกับทุกคนกำลังดูถูกเขาอยู่ “ ทำไม ! ข้าทำงานอย่างหนักเพื่อกองทัพสังเกตการณ์แล้วทำไมจักรพรรดิถึงได้ปลดข้า ?” เก่อเย่คิดหาเหตุผลไม่เจอ แม้ว่าในใจจะไม่พอใจแต่ความแค้นนี้เขาได้แต่ปกปิดมันไว้ในใจ เขาไม่กล้าจะแสดงมันออกมา แม้ว่าจะอยากคัดค้านแค่ไหนแต่ก็ไม่กล้าแสดงมันออกมาให้จักรพรรดิได้เห็น เก่อเย่สูดหายใจเข้าลึกๆพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเอง เขาค่อยๆเดินออกมาที่ประตูโถงและมองไปยังจางลู่และคนอื่นๆด้วยท่าทีเฉยเมย จากห้องโถงหลักมาที่ประตูด้านหน้านั้นแม้ว่าระยะทางจะสั้น แต่เก่อเย่ก็ใช้เวลาหลายสิบอึดใจ แต่ะละก้าวนั้นราวกับใช้พลังทั้งหมดในตัวที่มีออกมา “ พวกเจ้าอีกแล้วรึ ?” เก่อเย่แสดงสายตาเย็นชาออกมามองไปที่จางลู่กับคนอื่นๆ จักรพรรดิปลดเขาโดยไร้เหตุผล คนที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของจักรพรรดิได้อย่างน้อยต้องเป็นคนระดับแม่ทัพ เมื่อเห็นกลุ่มของจางลู่แล้ว เก่อเย่ก็พอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ แม้ว่าจะยังไม่รู้ว่าจางลู่ทำได้ยังไง แต่เก่อเย่ก็ตัดสินได้ว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มนี้อย่างแน่นอน จางลู่ยังไม่ทันได้เปิดปากพูด ซุนเหมิงก็ก้าวออกมาและพูดขึ้น “ เจ้าคือ เก่อเย่รึ ?”เก่อเย่มองไปที่ซุนเหมิงก่อนจะมองไปที่ซุนหยานและซุนวู และพูดออกมา “ ซุนหยาน ซุนเหมิง ซุนวู ลูกหลานของ ซุนเหลียนเชิง ! พวกเจ้าคิดจะมาแก้แค้นให้กับซุนเหลียนเชิงรึ ?” ชัดแล้วว่าเขาได้ตรวจสอบเรื่องสมาชิกของทีมคังเฉียงมา ไม่งั้นแล้วเขาก็คงไม่อาจจะรู้ถึงตัวตนของคนตระกูลซุนได้จางลู่โบกมือให้กับซุนเหมิง ก่อนจะก้าวออกมาและมองไปที่เก่อเย่ “ เก่อเย่เจ้าจงไปกับเราแต่โดยดี”เก่อเย่มองไปรอบๆ เขามองไปที่ร่างแยกและเจ้าสำนักสาขาก่อนจะฮึดฮัดออกมา “ ไปกับพวกเจ้ารึ ? นี่คงเป็นการเดินทางที่ไม่อาจจะกลับมาได้อีกสินะ ?”เขาไม่ได้โง่ เขารู้ดีว่าหากไปกับพวกนี้จริงๆ เขาอาจจะต้องตายก็เป็นได้“ แล้วเจ้าคิดว่าจะรอดไปได้หรือ หากว่าเจ้าไม่ไปกับเรา ?” จางลู่ยิ้มออกมา “ บางเรื่องมีราคาที่ต้องจ่าย เก่อเย่วันของเจ้าจบสิ้นแล้ว”เมื่อได้ยินแบบนั้น เก่อเย่ก็สีหน้าหม่นลงทันที ก่อนจะพูดว่า “ เจ้ากล้าลงมือในเขตซื่อเซียวด้วยรึ ?”หากจางลู่และคนอื่นๆลงมือ เขาก็ไม่อาจจะเป็นคู่ต่อสู้ของพวกนี้ได้ นี่ไม่ต้องนับความแข็งแกร่งของพวกนี้ที่เพิ่มขึ้นมาเลย ถึงไม่ใช่สมบัติแต่พวกนี้คนเดียวก็พอรับมือได้ไม่ได้เสียเปรียบเลย แม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกนี้จะยังไม่เพิ่มขึ้นมา แต่ด้วยการร่วมมือกัน เก่อเย่ก็ยังไม่อาจจะรับมือพวกเขาได้อยู่ดี“ เจ้าจงมากับเรา บางทีมันอาจจะยังรักษาเกียรติที่เจ้ามีได้” จางลู่พูดขึ้น “ หากให้เราลงมือ ข้าเกรงว่าคงยากจะรักษาหน้าเจ้าเอาไว้ได้”นี่คือคำสั่งประหารเก่อเย่คิ้วขมวด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอกับวิกฤตเช่นนี้ตั้งแต่ที่เขาขึ้นมาเป็นแม่ทัพ หายนะที่เขาไม่อาจจะเข้าใจได้“ เจ้าคิดต่อรองรึไม่ ?” เก่อเย่สูดหายใจเข้าลึกๆ และมองไปยังจางลู่และคนอื่นๆ “ พวกเจ้ามีเงื่อนไขอะไรถึงจะยอมปล่อยข้าไป บอกมาได้เลย ตราบใดที่ข้าทำได้ ข้าจะยอมจ่าย หากไม่หนักหนาเกินไป ข้าพร้อมทุกสิ่ง”จางลู่ส่ายหน้า ก่อนจะพูดออกมาว่า “ เราล้วนแต่เป็นคนฉลาด ทำไมต้องดิ้นรนอย่างไร้ค่าด้วย ?”