ตอนที่ 506
ตอนที่ 1961 : หาตัวจ้าวแห่งทะเลโกลาหล
October 22, 2026
เมื่อนึกถึงฉากที่จางหยูและจักรพรรดิกุยหลิงสู้กัน ซื่อเซียวก็อดไม่ได้ที่จะปวดใจ ความแข็งแกร่งของจางหยูนั้นสูงกว่าเขาอย่างมาก แม้ว่าจักรพรรดิมนุษย์ทั้งสี่จะร่วมมือกันแต่ก็ยากจะทัดเทียมกับ จางหยูได้ เขาถึงกับรู้สึกว่าจางหยูนั้นแกร่งกว่าจักรพรรดิกุยหลิงที่พวกเขาเคยพบในอดีต จักรพรรดิกุยหลิงนั้นแกรงกว่าเดิมอย่างมาก หากจางหยูเกิดขึ้นมาในยุคก่อน งั้นทะเลโกลาหลคงกลายเป็นโลกของ จางหยู จักรพรรดิกุยหลิงและเผ่าสวรรค์จะมีตัวตนอยู่ได้ยังไง ? “ จักรพรรดิกุยหลิงแกร่งขึ้นเรื่อยๆแต่จักรพรรดิของทะเลบรรพกาลยังน่ากลัวได้ถึงขนาดนี้…” คำปลอบใจเดียวที่เขามีตอนนี้คือ จางหยูเป็นมนุษย์ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนของทะเลโกลาหลแต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะช่วยเผ่าสวรรค์ ซื่อเซียวส่ายหน้าและปลอบใจตัวเอง “ บางทีนี่อาจจะเป็นเรื่องดี อย่างน้อยเมื่อมีเขาอยู่ การเผชิญหน้ากับจักรพรรดิกุยหลิงก็ไม่ต้องกดดันอะไรมาก” “ หากเรากำจัดจักรพรรดิกุยหลิงและลบอันตรายทั้งหมดได้ ตัวตนของจางหยูอาจจะไม่ใช่ว่าจะรับไม่ได้” ที่ทะเลบรรพกาล จางหยูได้เดินทางผ่านวังวนเข้ามายังทะเลบรรพกาล ด้วยจิตไร้เทียมทานด้านในก็ทำให้พลังจิตและจิตของเขาฟื้นฟูขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นอกจากจิตที่สั่นไหวแล้ว มันไม่ได้มีอันตรายใดๆเลย มันมีหลายคนปรากฏตัวขึ้นมาข้างๆเขา พวกนั้นพากันแสดงสีหน้ากังวลแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาเพราะกลัวว่าจะรบกวนจางหยู ไม่นานจางหยูก็ลืมตาขึ้นและมองไปยังคนเหล่านั้น “ ก่อนหน้านี้พวกเจ้าว่ายังไงนะ…”เขาจำได้ว่าตอนที่พวกนี้มาหาเขา หว่านเก่อกำลังจะพูดบางอย่างแต่เขายังไม่ทันได้ฟังก็เดินทางออกไปยังทะเลโกลาหล หว่านเก่อจะบอกอะไร ? “ ตอนนั้นเจ้าบอกว่าจักรพรรดิกุยหลิงได้ตื่นขึ้นมาแล้ว เขตของข้าอาจจะพบกับหายนะ…หวังว่า…” จางหยูพยายามนึก เพราะจิตของเขายังสั่นไหวอยู่จึงต้องออกแรงคิดอยู่บ้าง “ หวังว่าอะไรกัน ?” เขามองไปที่หว่านเก่อ “ เจ้าจะพูดอะไร ?” หว่านเก่ออ้าปากค้าง ปากของนางกระตุกนิดๆก่อนที่นางจะส่ายหน้า “ ไม่มีอะไร” นางอยากบอกให้จางหยูไปช่วยเขตแม่ทัพของนางเอาไว้แต่ตอนนี้จักรพรรดิกุยหลิงกลับโดนจางหยูไล่กลับไปแล้ว เป็นธรรมดาที่ไม่จำเป็นต้องช่วยเหล่าแม่ทัพของนาง“ โอ้ “ จางหยูเห็นแบบนั้นก็ไม่คิดจะถามอะไรต่อ เมื่อหว่านเก่อบอกเช่นนั้น งั้นเขาก็จะถือว่าไม่มีอะไร ตอนนั้น ซื่อเซียวได้ถามขึ้นมา “ คังเฉียง ข้าถามอะไรเจ้าได้รึไม่ ?”จางหยูมองไปที่ซื่อเซียวด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ “ ว่ามาได้เลย”“ ทำไมเจ้าถึงได้แกร่งขนาดนี้ ?” ซื่อเซียวมองไปที่จางหยูด้วยสายตาอิจฉา “ เจ้าบ่มเพาะยังไงกัน ?”จักรพรรดิที่เหลือเองก็มองไปที่จางหยูด้วยความอยากรู้พวกเขารู้มาก่อนแล้วว่าจางหยูไม่ได้สร้างมิติภายนอก พวกเขาสงสัยจริงๆว่าจางหยูน่ะบ่มเพาะยังไงถึงได้มีความแข็งแกร่งที่น่ากลัวแบบนี้ได้“ วิธีการบ่มเพาะของข้านั้นพวกเจ้าไม่อาจจะเรียนรู้ได้” จางหยูส่ายหน้า “ นี่คือระบบการบ่มเพาะของข้าเองไม่อาจจะมีใครเรียนรู้ได้ ไม่ใช่แค่พวกเจ้า แม้แต่จักรพรรดิของทะเลบรรพกาลก็ไม่อาจจะเรียนรู้ได้”เมื่อได้ยินแบบนั้นทั้งสี่ก็พากันแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา พวกเขาไม่เชื่อคำพูดของจางหยูพวกเขาคิดว่า จางหยูไม่คิดจะเปิดเผยเรื่องนี้แต่เมื่อคิดดูแล้วก็เข้าใจได้ ยังไงซะพวกเขากับจางหยูก็ไม่ใช่พวกเดียวกัน แล้วทำไมจางหยูต้องบอกพวกเขา ?“มีอะไรอีกรึไม่ ? หากไม่มีอะไรแล้วข้าจะไปพักผ่อนฟื้นฟูตัวเอง” จางหยูกวาดตามองไปรอบๆจิตของเขาสั่นคลอน มันต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นฟูตัวเอง“ ช้าก่อน มีอีกเรื่อง” ซื่อเซียวพูดขึ้น“ ว่ามา”“ เจ้าช่วยอะไรข้าได้รึไม่ พาแม่ทัพของเรามายังทะเลบรรพกาลแล้วส่งพวกเขาออกไปตอนที่แข่งกันแย่งเอาก้อนแก่นได้รึไม่ ? เจ้าก็รู้ว่าตอนนี้ทะเลโกลาหลนั้นอันตราย จักรพรรดิกุยหลิงอาจจะกลับมาตอนไหนก็ได้ การให้พวกเขาอยู่ในทะเลโกลาหลต่อไปนั้นอันตรายอย่างมาก”ไม่มีใครรู้ว่าทำไมจักรพรรดิกุยหลิงถึงถอยกลับไป ไม่มีใครมั่นใจว่าจักรพรรดิกุยหลิงจะไม่กลับมามองดูแล้วจักรพรรดิกุยหลิงอาจจะโดนจางหยูไล่ไปแต่อันที่จริงทุกคนรู้ว่าการที่จักรพรรดิกุยหลิงถอยกลับไปนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับจางหยูเลย แต่ถึงพวกเขาจะเข้าใจเรื่องนี้แต่ก็ไม่ได้พูดมันออกมา“ ได้สิ” จางหยูยิ้มออกมา “ ที่ว่างแต่ละที่ต้องจ่ายลูกปัดดั้งเดิม 1 ล้านล้านลูก ข้าจะให้ที่ว่าพวกเจ้า 10 ที่”