ตอนที่ 510
ตอนที่ 1965 : สร้างจักรพรรดิ(II)
October 22, 2026
ต่อมาจิตของเรนไนก็ได้ส่องแสงออกมาราวกับสัมผัสกับกฎลึกลับ แรงกดดันจากทะเลบรรพกาลทั้งหมดนั้นได้กดทับครอบคลุมไปทั้งทะเลบรรพกาล เศษเสี้ยวจิตกระจายราวกับจุดแสงก่อนจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันกับทะเลบรรพกาล “ นี่..” ไกลออกไป ซื่อเซียว, เย่าหยางและอู่หมิงกลับเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวาดกลัว ร่างของพวกเขาสั่นไหว จิตของพวกเขาเองก็เช่นกัน เสียเทียน, จิงหงและแม่ทัพคนอื่นๆพากันทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นโดยไม่อาจจะควบคุมร่างกายของตัวเองได้ ทุกคนต่างก็อึ้งกับพลังนี้ ภายใต้พลังอันสูงส่งนี้แม้แต่จักรพรรดิก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นตัวเล็กจ้อยราวกับเม็ดทรายในโกลาหล พวกเขามีแต่ความเคารพในใจ หากจักรพรรดิกุยหลิงแกร่งพอที่จะทำให้พวกเขากลัวได้ งั้นแรงกดดันนี้ก็ทำให้พวกเขาไม่คิดจะต้านทานเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเจ้าของแรงกดดันนี้อยากให้พวกเขาตายแต่พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะฆ่าตัวตาย มันราวกับว่าอีกฝ่ายไม่มีตัวตนในมิตินี้แต่มาจากมิติที่ไม่อาจจะเข้าใจได้ ! จ้าวแห่งทะเลบรรพกาล ! ในพริบตาก็มีคำนี้โผล่มาในหัวของทุกคน มันไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานใดๆ มันไม่จำเป็นต้องสงสัย ตอนที่แรงกดดันนี้ก่อตัวขึ้นมานั้นพวกเขาก็เข้าใจทันทีว่าเจ้าของแรงกดดันนี้เป็นใคร มันคือตัวตนที่ไร้เทียมทาน จ้าวแห่งทะเลบรรพกาลในตำนาน ! มีแค่จ้าวแห่งทะเลบรรพกาลที่เหนือกว่าทุกสิ่ง ! ต้นกำเนิดของทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นโดยจ้าวแห่งทะเลบรรพกาล ทุกอย่างที่นี่มีตัวตนก็เพราะจ้าวแห่งทะเลบรรพกาล พวกเขาไม่อาจจะเข้าใจความแข็งแกร่งของจ้าวแห่งทะเลบรรพกาลได้ พวกเขาไม่อาจจะเข้าใจพลังที่เหนือกว่ามุมมองที่พวกเขามีแต่พวกเขาไม่คิดสงสัยถึงความยิ่งใหญ่ของเจ้าของพลังนี้ ซื่อเซียวและคนอื่นๆอยากจะพบกับจ้าวแห่งทะเลบรรพกาล พวกเขาอยากอ้อนวอนกับอีกฝ่ายเพื่อจะได้รับความเชื่อใจ แต่เมื่อรับรู้พลังอีกฝ่ายได้จริงๆ ความคิดเพ้อฝันในหัวก็หายไปในทันที พวกเขาเหมือนกับไฟดวงเล็กๆแต่จ้าวแห่งทะเลบรรพกาลนั้นเป็นดั่งดวงอาทิตย์ ดังนั้นไฟดวงเล็กๆจะทำให้ดวงอาทิตย์พอใจได้ยังไง ? ถึงจะเป็นจักรพรรดิกุยหลิงแต่ต่อหน้าจ้าวแห่งทะเลบรรพกาลแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากมดเลยไม่ใช่รึ ? ในอดีตพวกเขารู้แค่ว่าจ้าวแห่งทะเลบรรพกาลนั้นต้องแข็งแกร่งแต่พวกเขาไม่รู้ว่าจะแกร่งได้ถึงเพียงไหน แต่ตอนนี้พวกเขารับรู้ได้แล้ว ! “ จ้าวแห่งทะเลบรรพกาล !” ซื่อเซียวโค้งให้และคุกเข่าลงไปกับพื้นด้วยความเคารพเย่าหยางและอู่หมิงรวมถึง หว่านเก่อและเรนไน ต่างก็พากันคุกเข่าลงไปเพื่อแสดงความเคารพต่อจ้าวแห่งทะเลบรรพกาลเมื่อเห็นว่าหว่านเก่อและเรนไนคุกเข่า ปากของจางหยูก็พลันกระตุก เขาลังเลสักพักก่อนจะพูดขึ้น “ ช่างเถอะ คุกเข่าให้ตัวเองก็ไม่ได้เสียหายอะไร”จากนั้นเขาก็ได้ทำการควบคุมจิตไร้เทียมทานหลังจากที่ดูดซับจิตของเรนไนเอาไว้ จางหยูก็ไม่ได้ขยับตัวแต่อย่างใด เขาได้ทำการมอบพลังของทะเลบรรพกาลให้กับอีกฝ่าย มันไม่ใช่พลังที่แท้จริงแต่เป็นพลังส่วนหนึ่ง มันเรียกได้ว่าสิทธิ์จำลองก็ได้ แม้ว่าจะมีความสามารถในการควบคุมพลังบรรพกาลแต่ก็มีพลังไม่เท่ากับสิทธิ์จริงๆ มันยังมีข้อจำกัดอยู่ด้วยสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นมานี้พลังของเรนไนกลับคึกขึ้น พลังจิตของเขาปั่นป่วนยิ่งกว่าเก่า จิตของเขาผันผวนยิ่งกว่าเดิม แต่เขาก็ยังไม่อาจจะทะลวงผ่านขีดจำกัดของแม่ทัพสูงสุดได้จางหยูไม่ได้รีบร้อนและทำการเพิ่มสิทธิ์ให้ต่อ1, 2, 3….ตอนที่พลังเข้าไปในร่างถึง 12 ส่วน สภาพสมดุลของเรนไนก็พังลง มันราวกับว่าเขาทะลวงผ่านจุดสำคัญมาได้ มันเกิดการเปลี่ยนแปลงกับร่างกายอย่างมากพลังของจักรพรรดิได้พรั่งพรูออกมาจากตัวของเรนไนจิตของเรนไนซ่อมแซมตัวเองภายใต้พลังของจักรพรรดิ สภาพเขาฟื้นฟูจนไปถึงขีดสุด ด้วยสิทธิ์กฎของโลกนี้ที่เพิ่มขึ้นมา พลังจิตของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พลังจิตของเขาพุ่งทะยานขึ้น จิตที่เปราะบางแต่เดิมได้แกร่งขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ความแข็งแกร่งของเขาทะลวงผ่านกำแพงมาได้และเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วร่างกายและวิญญาณของเขาได้สลายไปก่อนจะสร้างขึ้นมาใหม่สลับกันไปแบบนี้เรื่อยๆโชคดีที่ความแข็งแกร่งของเขาเพียงพอทำให้เขารอดอยู่ต่อไปได้ตูม ! อยู่ๆกลับมีพลังระเบิดออกมาจากตัวของเรนไน กระจายไปทั่วทุกทิศทางคลื่นพลังของเขากลายเป็นคลื่นพลังของจักรพรรดิไปทันที !พลังจิตของแม่ทัพสูงสุดได้เปลี่ยนเป็นพลังจิตของจักรพรรดิ !