ตอนที่ 512
ตอนที่ 1967 : จะเป็นจักรพรรดิ
October 22, 2026
ท่ามกลางบรรพกาล….. ซื่อเซียวสีหน้าหม่นลงเล็กน้อยและพูดขึ้น “ เรนไน เจ้านั่นบ้าไปแล้ว !” ตอนที่ยังเป็นแม่ทัพสูงสุด เรนไนก็ไม่ได้ให้เกียรติอะไรกับพวกเขา เมื่อขึ้นเป็นจักรพรรดิแล้ว เรนไนเหมือนยิ่งไม่ไว้หน้าพวกเขายิ่งกว่าเก่า “ ท่าทีของเขาน่าหงุดหงิดจริงๆ” เย่าหยางพูดออกมา เพราะเขาเองก็ไม่ชอบเรนไนเช่นกัน เพราะเรนไนนั้นเย่อหยิ่งและภูมิใจในตัวเองเกินไป ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะมีคนไม่ชอบ อู่หมิงมองไปยังทั้งสองแล้วพูดขึ้น “ แม้ว่าข้าจะไม่พอใจเช่นกัน แต่อย่าลืมว่า ไม่ว่ายังไงเรนไนก็มาจากทะเลโกลาหลเช่นกัน แม้ว่าเขาจะกลายเป็นจักรพรรดิของทะเลบรรพกาลไปแล้วแต่ก็ไม่อาจจะลบตัวตนจากทะเลโกลาหลของเขาได้ ยิ่งกว่านั้นเขาก็มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับหว่านเก่อ หากพวกเจ้าคิดจะมีเรื่องกับเขาจริงๆ งั้นพวกเจ้าก็ต้องเตรียมที่จะเผชิญหน้ากับหว่านเก่อด้วย” หากเรนไนไม่มีหว่านเก่อคอยหนุนหลัง พวกเขาก็ไม่รังเกียจที่จะสั่งสอนเรนไน แต่ด้วยการที่มีหว่านเก่ออยู่ พวกเขาก็จึงต้องคิดให้ดีๆก่อนจะตัดสินใจ พูดไปแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขากับ หว่านเก่อนั้นก็ไม่ได้สู้ดีนัก อย่างมากก็อยู่ฝั่งเดียวกัน เมื่อเผชิญหน้ากับเผ่าเทียน พวกเขาก็เข้าโจมตีและถอยกลับมาด้วยกันแต่นั่นไม่ได้หมายความว่า หว่านเก่อจะฟังคำสั่งพวกเขาทุกอย่าง ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่เก็บความไม่พอใจนี้เอาไว้ในใจ พวกเขาไม่กล้าจะทำอะไรกับ เรนไน พวกเขาไม่อาจจะทำให้ หว่านเก่อกังวลได้ ไม่งั้นแล้ว หว่านเก่ออาจจะโยนพวกเขาเข้ากับดักของเผ่าเทียนรึอาจจะเป็นคนของเผ่าเทียนก็ได้ เมื่อเห็นว่าทั้งสองสงบลง อู่หมิงก็พูดขึ้น “ แทนที่จะสนใจท่าทีของเรนไน พวกเจ้าควรคิดดีกว่าว่าทำไมเรนไนถึงก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิได้” เมื่อได้ยินแบบนั้น ซื่อเซียวก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา “ เรนไนขึ้นเป็นจักรพรรดินั้นหมายความว่าที่ว่างของจักรพรรดิในทะเลบรรพกาลยังว่างอยู่อีกรึไม่ ? ทะเลบรรพกาลมีจักรพรรดิได้มากกว่านี้รึไม่ ?” พวกเขาไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนจนตอนที่เห็นเรนไนขึ้นเป็นจักรพรรดิ หากยังมีที่ว่างสำหรับจักรพรรดิ งั้นก็หมายความว่าพวกเขาก็สามารถบ่มเพาะคนของตนให้ขึ้นเป็นจักรพรรดิของทะเลบรรพกาลได้ไม่ใช่รึ ?“ ที่เขาพูดมานั้นจริงรึไม่ ?” เย่าหยางพูดขึ้นมา “ การสละจิตและการภาวนานั้นจะทำให้จ้าวแห่งทะเลบรรพกาลรับรู้ได้จริงๆรึ ? เขาขึ้นเป็นจักรพรรดิได้เพราะแบบนั้นจริงๆรึ ?”“ เรนไนนั้นเย่อหยิ่ง เขาไม่จำเป็นต้องโกหก ” อู่หมิงพูดขึ้นมา “ เมื่อเขาบอกมาเช่นนั้น งั้นก็น่าจะเป็นความจริง”แม้ว่าพวกเขาจะไม่พอใจเรนไน แต่พวกเขาก็ต้องยอมรับว่าเรนไนนั้นเป็นคนที่เชื่อใจได้“ หากเราให้แม่ทัพเราทำแบบนี้บ้าง พวกนั้นจะมีโอกาสขึ้นเป็นจักรพรรดิรึไม่ ?” เย่าหยางเริ่มหวั่นไหวเมื่อได้ยินแบบนั้นซื่อเซียวและอู่หมิงก็พากันมองหน้ากันพร้อมกับสายตาที่เป็นประกายพวกเขาจำได้ว่าตอนที่พวกเขาได้ดูดซับลูกปัดจักรพรรดิ พวกเขาเป็นแค่แม่ทัพทั่วไป คนที่แกร่งที่สุดคืออู่หมิง แต่ก็ยังด้อยกว่าแม่ทัพสูงสุดอย่างมาก มันแสดงให้เห็นแล้วว่าตราบใดที่พวกเขาบ่มเพาะเป็นแม่ทัพได้ งั้นก็มีโอกาสขึ้นเป็นจักรพรรดิและทนพลังของลูกปัดจักรพรรดิได้ พวกเขาไม่รู้เงื่อนไขของทะเลบรรพกาล แต่หากคิดดีๆแล้วแม้ว่าจะต่างกันแต่ก็ไม่น่าจะแย่กว่ากันมากไม่ใชรึ ?“ เจ้าจะลองดูก็ได้” ซื่อเซียวพูดขึ้น “ แม้ว่าจะอันตรายแต่ก็คุ้มค่า !”พวกเขาไม่ได้ถามความเห็นของเหล่าแม่ทัพเลยแม้แต่น้อย พวกเขารู้ว่าคงไม่มีใครปฏิเสธโอกาสที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิเย่าหยางคิดทบทวนแล้วพูดขึ้น “ ไปหาแม่ทัพระดับต่ำสุดเพื่อทดสอบกันดีกว่า ถึงล้มเหลวแต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไร…” เขาไม่ลืมก้อนแก่น หากแม่ทัพทั้งหมดตายไปที่นี่ งั้นพวกเขาก็หมดหวังเรื่องก้อนแก่นได้เลยอู่หมิงพยักหน้าและมองไปที่ซื่อเซียว “ ข้าจำได้ว่าเจ้าแต่งตั้งแม่ทัพคนใหม่ของกองกำลังสังเกตการณ์ไม่ใช่รึ ? รึว่าเรา..”ซื่อเซียวส่ายหน้าและปฏิเสธทันที “ ไม่ ไม่ ข้ามีแม่ทัพแค่ 3 คน หากได้รับบาดเจ็บไปสักคนก็จะส่งผลเสียต่อเขตของข้าอย่างมาก เจ้าต่างหากที่ควรใช้แม่ทัพของเจ้า เจ้ามีแม่ทัพหลายคน หากเจ้าอยากทดสอบก็ควรทดสอบกับคนของเจ้า…”เขาไม่ได้ห่วงเสียเทียน แต่เขาห่วงเขตซื่อเซียวและหน้าตาของตัวเองมากกว่าเมื่อเห็นว่าซื่อเซียวยืนกราน อู่หมิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเลือกแม่ทัพของตัวเองออกมา