ตอนที่ 513
ตอนที่ 1968 : ล้มเหลว
October 22, 2026
จากการดึงจิตออกมาของหยงซิวนั้น ราวกับว่าเกิดการกระตุ้นกฎ จิตได้แผ่แสงออกมา แสงหลากสีส่องประกายไปทั่วทั้งทะเลบรรพกาล ต่อมาจิตนั้นก็เหมือนจะเผาไหม้จนเปลี่ยนเป็นจุดแสงนับไม่ถ้วนกระจายไปทั่วทะเลบรรพกาล ในเวลาเดียวกันแรงกดดันอันหนักหน่วงก็ก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง มันเหมือนกับตอนที่เรนไนได้ขึ้นไปเป็นจักรพรรดิ แรงกดดันอันน่ากลัวนี้ครอบคลุมไปทั่วทะเลบรรพกาลราวกับบอกถึงการมาถึงของจ้าวแห่งทะเลบรรพกาล ! ทะเลบรรพกาลสั่นไหว เหล่าแม่ทัพและจักรพรรดิพากันจิตสั่นไหว พวกเขาพากันคุกเข่ากันลงเพื่อพบกับผู้ปกครองสูงสุดของที่นี่ หยงซิวอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น เขาราวกับเห็นอนาคตอันสดใสรออยู่ เขาเห็นทางที่เขาจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นจักรพรรดิ ! ในอีกที่…. “ มีคนคิดจะลองขึ้นเป็นจักรพรรดิงั้นรึ ?” จางหยูตื่นขึ้นมาจากการฟื้นฟูและแสดงสีหน้าแปลกใจออกมา ก่อนหน้านี้ที่เรนไนขึ้นเป็นจักรพรรดิ จางหยูจึงได้ตั้งเงื่อนไขให้สละจิตและภาวนานี้คือขั้นตอนของการที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิ แต่ความจริงแล้ว ในฐานะจ้าวแห่งทะเลบรรพกาล จิตของจางหยูคือจิตของทะเลบรรพกาล เขาจึงไม่จำเป็นต้องตั้งกฎใดๆขึ้นมา เพราะจิตของเขาคือกฎ แต่เขาแค่อ้างถึงกฎพวกนี้ก็เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติเหมือนกันและได้โอกาสในการทะลวงผ่านที่เท่าเทียมกัน เขาลองตรวจสอบคนที่คิดจะขึ้นเป็นจักรพรรดิ ก่อนจะยักคิ้ว “ เพิ่งขึ้นเป็นแม่ทัพงั้นหรือ ? “ แม่ทัพแบ่งเป็น 3 ขั้น ความแข็งแกร่งของหยงซิวนั้นอยู่แค่ขั้นต้น บอกได้ว่าอยู่ระดับล่างสุดของแม่ทัพ แม้แต่เสียเทียน ก็ยังแกร่งกว่าหยงซิวอย่างมาก หลังจากที่ตรวจสอบสถานการณ์แล้ว จางหยูก็พอรู้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น “ เมื่อเห็นว่าเรนไนขึ้นเป็นจักรพรรดิได้ คนอื่นๆเลยอยากทำเหมือนกันงั้นหรือ ?” จางหยูไม่รู้ว่าจะหัวเราะรึร้องไห้ดี “ แม่ทัพขั้นต้น ข้าไม่รู้ว่าเขาเอาความกล้ามาจากไหนกัน…”แต่จางหยูก็ไม่คิดจะขัดขวางหยงซิว เขาอยากเห็นว่าแม่ทัพขั้นต้นจะทนรับพลังสิทธิ์จากเขาได้รึเปล่า แม้ว่าจะมีโอกาสที่หยงซิวจะทะลวงผ่านไม่สำเร็จนั้นสูง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หากหยงซิวทะลวงผ่านได้ งั้นมันก็หมายความว่าเกณฑ์สำหรับการรับพลังสิทธิ์อาจจะไม่ได้สูงแบบที่เขาคิดจางหยูมองดูหยงซิวด้วยความสนใจและปล่อยให้อีกฝ่ายรับพลังจิตของเขาเข้าไปไม่กี่อึดใจพลังจิต 12 เส้นก็ได้ไปไหลเข้าไปในตัวของหยงซิว ! ต่อมาพลังจิตทั้ง 12 เส้นก็มารวมตัวกันและสร้างสิทธิ์ที่สมบูรณ์ขึ้นมา พลังสร้างอันน่ากลัวก่อตัวขึ้นมาพร้อมกับเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พลังสร้างอันน่ากลัวนี้แผ่กระจายไปทุกทิศทาง เหล่าแม่ทัพทุกคนพากันถอยกลับราวกับเผชิญหน้ากับจักรพรรดิที่แข็งแกร่งซื่อเซียว, เย่าหยาง, อู่หมิง หว่านเก่อและ เรนไนก็พากันมองไปที่หยงซิวและคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงพลังสร้างอันน่ากลัวนี้เรียกได้ว่าเป็นพลังของจักรพรรดิ มันคือเครื่องหมายของจักรพรรดิ !จากมุมมองจุดนี้แล้วไม่ว่าหยงซิวจะทำสำเร็จรึล้มเหลว มันก็พิสูจน์ได้อย่างหนึ่ง ซึ่งก็คือ…แม้แต่แม่ทัพที่อ่อนแอก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิได้ แม้ว่าโอกาสจะน้อยรึเข้าใกล้ศูนย์ก็ตามตอนนั้นภายใต้พลังสร้างอันน่ากลัว ร่าง, จิต, และวิญญาณของหยงซิวต่างก็ลุกไหม้มันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแต่ความแข็งแกร่งของเขาน้อยเกินไป ตอนนั้นร่างเขากำลังจะโดนเผาเป็นเถ้า ความคิดแทบสลาย วิญญาณเหือดแห้ง จิตพร่ามัวไปอย่างรวดเร็ว“ อ๊า !” หยงซิวกรีดร้องออกมา การผันผวนของจิตนั้นสะท้อนได้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหนทุกคนอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของหยงซิวและสภาพที่น่าอนาถของเขาสายตาอิจฉานั้นหายไปถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวแทน“ ตูม !”หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจความคิดและวิญญาณของหยงซิวก็หายไป จิตของเขาเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า ตัวเขาได้หายไปอย่างสมบูรณ์ มีแค่เสียงโหยหวนของเขาที่ยังดังก้องในหูทุกคนซึ่งยืนยันว่าเขาเคยมีตัวตนอยู่ ล้มเหลว !