ตอนที่ 33
ตอนที่ 331 การเปลี่ยนร่างของทั้งคู่
October 22, 2026
ตอนที่ 331 การเปลี่ยนร่างของทั้งคู่ “จากที่เซี่ยเฟิงบอกมา ผู้อาวุโสนั้นเรียกว่าเซียนกระบี่พเนจร เป็น พวกระดับสูงสุดของมนุษย์” ไป่ หลิงพูดขึ้นและดูท่าทีของกูเฉิน กูเฉินเลิกคิ้ว “เซียนกระบี่พเนจรรึ ?” มนุษย์มีระดับสูงสุดแค่ 4 คน เขาเคยเห็นทุกคนมาแล้ว และรู้จักชื่อ พวกนั้น แต่เขาจำไม่ได้ว่ามีเซียนกระบี่พเนจรอยู่ด้วย เซี่ยเฟิงโกหก หรือว่า…เผ่ามนุษย์ปิดบังพวกระดับสูงคนอื่น ๆ ไว้ “เซี่ยเฟิงโกหกรึ ?” ไป่หลิงลังเล “อาจจะไม่เป็นเช่นนั้น” กูเฉินส่ายหน้า “ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอยู่จริง มันก็เหมือนเจ้าสำนัก ข้า เพิ่งจะรับรู้ตัวตนของเขาเมื่อไม่นานมานี้และความแข็งแกร่งของเจ้า สำนักนั้น…คงได้แต่อธิบายว่าไร้เทียมทาน” ก่อนที่จะได้เจอกับจางหยู กูเฉินเชื่อว่ามนุษย์มีพวกระดับสูงอยู่แค่ 4 คน แต่ตอนนี้เขาเริ่มไม่มั่นใจแล้ว ในเมื่อเผ่ามนุษย์ปิดบังตัวตนที่น่ากลัวอย่างจางหยูได้ ก็ไม่แปลก อะไรที่จะปิดบังยอดฝีมือคนอื่น ๆ ไว้ เซียนกระบี่พเนจร ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นพวกระดับสูงของเผ่ามนุษย์ที่ เร้นกายจากโลก! “ว่าต่อ” กูเฉินแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา ไป่ หลิงพยักหน้าและพูดขึ้นมา “ตามที่เซี่ยเฟิงบอกมา เซียนกระบี่ พเนจรคือพวกระดับสูงสุด เจ้าสำนักรู้สึกว่าตนโดนเรียกชื่อ จึงได้ ปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้าเซียนกระบี่พเนจร ด้วยวิธีที่น่าเหลือเชื่อ” “แบบไหนกัน ?” “เซี่ยเฟิงบอกว่า เจ้าสำนักไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่เป็นการสร้างใบหน้า ขนาดใหญ่ขึ้นมาบนท้องฟ้า” ไป่ หลิงลังเลและพูดต่อ “ตอนที่เซียน กระบี่พเนจรเรียกชื่อเจ้าสำนัก เจ้าสำนักก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นเจ้าสำนักจึงมาที่นั่น และทำให้เซียนกระบี่พเนจรบาดเจ็บด้วย การมอง” “แค่มองรึ ?!” กูเฉินใจเต้นรัว บางคนคงไม่เชื่อ แค่การมองก็ทำให้พวกระดับสูงสุดบาดเจ็บได้ มัน จะเป็นไปได้ยังไง ? เขาอยากให้เซี่ยเฟิงโกหกมากกว่า เพราะเขาไม่อาจจะทำใจเชื่อได้ว่า จางหยูจะแข็งแกร่งขนาดนั้น “หากเขาพูดความจริง งั้นเจ้าสำนัก…” กูเฉินอดไม่ได้ที่จะตะลึง “มันยากที่จะคิดได้ว่าเจ้าสำนักแข็งแกร่งเพียงใด” ทุกอย่างที่ไป่ หลิงบอกมานั้นทำให้กูเฉินต้องตะลึง เขาอยากจะรู้ว่า มันเป็นจริงหรือไม่ ที่ว่าเจ้าสำนักมีความแข็งแกร่งถึงระดับนั้น “ตามที่เด็กนั่นบอก เจ้าสำนักได้ก้าวข้ามขอบเขตตุ้นซวนไปแล้ว!” กู เฉินยากจะใจเย็นลงได้ “แต่ว่า…พวกระดับสูงไม่ใช่ตัวตนที่แข็งแกร่ง ที่สุดรึ ?”แม้แต่ราชามังกรก็ไม่อาจจะก้าวข้ามขอบเขตตุ้นซวนได้ ตามที่เซี่ยเฟิงอธิบายออกมา วิธีที่จางหยูใช้นั้นแม้แต่พวกระดับสูงก็ไม่อาจจะทำได้ !“จริงสิ เซี่ยเฟิงก็ยังบอกว่า เซียนกระบี่พเนจรกำลังไปในที่ที่อันตรายอย่างมาก แม้แต่เซียนกระบี่พเนจรก็ยังไม่มั่นใจว่าตัวเองจะรอดกลับมา” ไป่ หลิงพูดขึ้น“พวกระดับสูงที่ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะรอดกลับมา เขา…เขาไปยังเขตหวงห้ามรึ?” กูเฉินเดามีแค่เขตหวงห้ามเท่านั้นที่เป็นภัยต่อพวกระดับสูง อยู่ ๆ เขาก็คิดถึงตอนที่ว่า เจ้าสำนักต้องการให้เขาเข้าไปยังเขตหวงห้ามเพื่อเอาบางอย่าง เซียนกระบี่พเนจรเองก็เช่นกันรึ ?กูเฉินเริ่มเชื่อว่าเซียนกระบี่พเนจรนั้นคือพวกระดับสูงจริง ๆ !“ข้าเกรงว่าเซียนกระบี่พเนจรคงถูกบังคับ แต่ข้า…กลับปฏิเสธได้” กูเฉินคิดกูเฉินมองไปทางสำนักคังเฉียง และเริ่มสงสัยเรื่องความแข็งแกร่งของจางหยูมากยิ่งขึ้น เขามั่นใจว่าจางหยูแข็งแกร่งกว่าเขา ไม่งั้นแล้วคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะพวกระดับสูงได้ด้วยการมอง พวกระดับสูงที่อ่อนแอแต่ก็ยังถือว่าเป็นพวกระดับสูง แม้ว่าราชามังกรจะต้องการเอาชนะพวกระดับสูงที่ว่า แต่ก็ต้องมีการลงแรงกันบ้าง“เจ้าสำนักไม่ใช่แค่แข็งแกร่งกว่าข้า แต่ถึงกับแข็งแกร่งกว่าราชามังกรด้วยซ้ำ!” กูเฉินคิด “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าสำนักทะลวงผ่านเหนือขอบเขตตุ้นซวนได้จริงหรือไม่…”เขาคิดว่าจางหยูก้าวข้ามขอบเขตตุ้นซวนไปแล้ว แต่ยังไม่มีหลักฐานมายืนยัน สิ่งเดียวที่เขามั่นใจคือ จางหยูแข็งแกร่งอย่างมาก และแม้แต่ราชามังกรก็อาจจะไม่ใช่คู่มือของจางหยูตอนที่กูเฉินเดาความแข็งแกร่งของจางหยูอยู่นั้น อยู่ ๆ พลังในห้องโถงน้ำแข็งสองขุมก็ได้ระเบิดออกมา หลิงชี่รอบ ๆ พุ่งเข้าไปในโถงน้ำแข็ง และลอยเข้าไปหาร่างของมังกรแดงและอินทรีย์ปีกฟ้า“ทะลวงผ่านแล้ว” กูเฉินกลับมาได้สติและมองไปยังร่างทั้งสองในห้องโถงน้ำแข็ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาแทบจะพร้อมกันนั้น มังกรแดงและอินทรีย์ปีกฟ้า ก็ทะลวงผ่านขึ้นไปยังขอบเขตหลิงซวนได้“ยอดเยี่ยม !” ไป่ หลิงมองไปยังทั้งสองด้วยสีหน้ายินดีเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น กูเฉินไม่ได้หนีไปไหนเขายังคงยืนรออยู่ด้านนอก เพื่อคอยดูแลมังกรแดงและอินทรีย์ปีกฟ้ายังไงซะเขาก็เป็นอาจารย์ของชั้นเรียนสัตว์อสูร และทั้งสองตัวนั่นก็เป็นศิษย์ของเขา การที่ศิษย์ทะลวงผ่านขึ้นไปยังขอบเขตหลิงซวนได้แน่นอนว่าเขาก็ต้องสนใจอีกด้านหนึ่ง อินทรีย์หิมะมองไปที่มังกรแดงและอินทรีย์ปีกฟ้าด้วยสายตาอิจฉา “เจ้าหนูสองตัวนี่อาจจะเป็นสัตว์อสูรที่โชคดีที่สุด ใน