ตอนที่ 52
ตอนที่ 350 การกลับมาของไป่หลิง
October 22, 2026
ตอนที่ 350 การกลับมาของไป่หลิง ด้านล่างภูเขานั้นกำลังมีการสร้างเมืองทะเลทรายแห่งใหม่ขึ้นมา อย่างเต็มกำลัง มังกรแดงอาสาที่จะเป็นหัวหน้าออกแบบในการสร้าง เมืองครั้งนี้ กวนชางซินถูกมังกรแดงเรียกตัวมาเพื่อช่วยออกแบบ เมืองใหม่ ช่างไม้และนักหลอมนับไม่ถ้วนต่างก็พอรู้ความคิดคร่าว ๆ ของมังกรแดงและกวนชางซิน จางหยูยังไม่ได้ออกไปไหน เขาคิดจะทุ่มเทสมาธิไปกับการบ่มเพาะ สักพัก ระหว่างนั้นเขาก็จะตรวจสอบร่างของเจ้าสำนักด้วยว่ามีสิทธิ ที่จะเป็นเจ้าสำนักต่อหรือยัง ยังไงซะความแข็งแกร่งของเจ้าสำนักก็ ยังน้อยเกินไป และไม่ได้มีท่าเคลื่อนย้ายพริบตา มองทะลุขั้นสูงและ ทักษะหลอกลวง การจัดการกับเรื่องบางอย่างจึงยุ่งยากอยู่บ้าง โชคดีที่สำนักดังเฉียงตอนนี้เต็มไปด้วยผู้มีความสามารถ และมีพวก ขอบเขตหลี่ซวนอยู่หลายคน แม้แต่พวกขอบเขตตุ้นชวนก็ยังมีอยู่ หลายคนด้วย เรื่องทั่วไปไม่จำเป็นต้องมารบกวนเจ้าสำนัก ร่างเจ้า สำนักแค่ต้องคอยประจำการอยู่ที่นี่ ไม่กี่วันผ่านไป สูงขึ้นไปกว่าหมื่นฟุต จางหยูที่ทำการบ่มเพาะตลอด ทั้งวัน ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงจุดสำคัญของขอบเขตตุ้นซวนขั้นกลางแล้ว ในวันนั้น จางหยูทำการบ่มเพาะอย่างจริงจัง แต่อยู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียง ระบบที่หายไปนาน “ภารกิจหลักที่ 22 เสร็จสิ้น โฮสต์จะรับรางวัล หรือไม่ ?” จางหยูตกใจและรับตรวจสอบภารกิจ ก่อนจะต้องแปลกใจ “ไป่ หลิงขึ้นเป็นปรมาจารย์ใช้ภาพลวงตา 4 ดาวแล้วรึ?” จางหยูพบว่าเรื่องนี้มันแปลก เมื่อลองคำนวณวันเวลาดู ไป่ หลิงเกือบ ที่จะทะลวงผ่านไปได้ แต่นางต้องไปที่ป่ าหวงหยวนทุกวันเพื่อทำ การเรียน มันคงใช้เวลาอย่างมากในการฝึกฝน กว่าที่จะขึ้นเป็น ปรมาจารย์ใช้ภาพลวงตา 4 ดาวได้ จางหยูกลับมาได้สติ และบอกกับระบบ “รับ!” “รางวัลเทคนิคภาพลวงตา 4 ดาวถูกส่งมอบ โปรดตรวจสอบ จางหยูเชี่ยวชาญภาพลวงตา 4 ตาวแล้ว แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนจาก ทักษะชั่วคราว เป็นทักษะถาวร เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น การรับรู้ของเขา กวาดผ่านสำนักคังเฉียงด้านล่าง และร่างของไป่ หลิงก็ปรากฏขึ้นมา ในหัวของเขา ไป่ หลิงเดินออกมาจากหอพักและบินไปยังบ้านพัก ไม่นานนางก็มาถึงประตูบ้าน เจ้าสำนักรับรู้การมาถึงของนางแล้ว เขามองไปที่อู่ซินซินและอ้าว เสี่ยวหร่าน บอกให้พวกนั้นเล่นกันต่อ ก่อนที่ตัวเองจะเดินออกมา จากบ้าน “เจ้าสำนัก !” ไป่ หลิงคำนับให้ด้วยความเคารพ “มีเรื่องอะไรรึ ?” เจ้าสำนักมองไปที่ไป่หลิงด้วยความสงสัย ไป่ หลิงดูต่างไปจากเดิม นางตื่นเต้นและเศร้าหมอง ทำให้เจ้าสำนัก สับสน ไป่หลิงกัดฟันแน่นและพิมพ์ออกมา “เจ้าสำนัก ทักษะภาพลวงตา ของข้าขึ้นเป็น 4 ดาวแล้ว !” เจ้าสำนักยิ้มออกมา “ยินดีด้วย !”ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม เขาถึงรู้สึกได้ว่าร่างจริงนั้นอารมณ์ดี ที่แท้ก็เป็นเพราะว่าไป่หลิงได้ยกระดับภาพลวงตาเป็น 4 ดาวแล้ว“เจ้าสำนัก ข้า ข้าต้องขอลา” ไป่ หลิงพูดขึ้นมาด้วยท่าที่โศกเศร้าร่างเจ้าสำนักไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “เจ้าแค่ลากลับบ้าน ไม่ได้ลาออกจากสำนักดังเฉียงไปตลอดกาล ทำไมต้องคิดมากด้วย?”ไป่ หลิงพึมพำ “แต่หลังจากที่ข้ากลับไปแล้ว ข้าต้องรับการสืบทอดซึ่งจะใช้เวลามาก และด้วยความแข็งแกร่งของข้าแล้ว มันต้องใช้เวลาอย่างมาก บางทีอาจจะกินเวลาไปหลายเดือนกว่าจะได้มาพบท่าน”นางมองไปที่เจ้าสำนักด้วยดวงตาที่แดงก่ำ “ข้าไม่อาจจะทนได้!”สำหรับไป่หลิงในอดีตแล้ว เวลาแค่ไม่กี่เดือนไม่ได้มีค่าอะไร แต่ตอนนี้นางคิดต่างจากเดิมแล้ว การที่นางไม่ได้เจอกับจางหยูนั้น นางคิดไม่ออกเลยว่าจะใช้ชีวิตในช่วงเวลาแบบนั้นได้ยังไงเจ้าสำนักไม่ได้คิดอะไรมากในเรื่องนี้ เขาพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “หากไม่อยากไปก็จงไปตอนที่พร้อม”ไป่ หลิงส่ายหน้า “ระดับการปมเพาะของข้าขึ้นไปถึงขอบเขตหลิงซวนแล้ว ข้าต้องกลับไปที่ตระกูลเพื่อรับการสืบทอดให้เร็วที่สุดยิ่งไปกว่านั้น ผ่านมานานขนาดนี้ ข้าคิดถึงท่านพ่อและท่านแม่ ข้าคิดถึงตระกูลข้า น้องชาย น้องสาวของข้า…”นางไม่ต้องการออกจากสำนักดังเฉียง แต่นางก็คิดถึงครอบครัวของนาง มันดูขัดแย้งกันเมื่อได้ยินแบบนั้นร่างเจ้าสำนักก็พูดอะไรไม่ออก ผู้หญิงเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่ซับซ้อนที่สุดในโลก แม้แต่สัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิเพศเมียก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ร่างเจ้าสำนักถึงกับสงสัยว่า เขาอาจจะไม่เข้าใจผู้หญิงไปตลอดชีวิตเลยก็ได้“เจ้าว่าไงล่ะ ?” เจ้าสำนักผายมือและพูดขึ้นมา “อย่าคิดว่าข้าจะไปเผ่าจิ้งจอกกับเจ้าด้วยนะ สำนักนี้ใหญ่โตและมีเรื่องที่ข้าต้องคอยจัดการ หากไปสัก 2-3 วัน คงไม่ได้หนักหนาอะไรแต่ 2-3 เดือนคงจะไม่ได้ !”เมื่อพูดดักทางแบบนี้ ไป่ หลิงก็หน้าแดงขึ้นมา จนได้แต่กระพริบตาสักพักไป่ หลิงก็รวบรวมสติ เผยรอยยิ้มออกมา “ข้าแค่ทนไม่ได้ แต่ข้าไม่ได้หวังว่าเจ้าสำนักจะกลับไปที่เผ่าจิ้งจอกกับข้าด้วย”ใบหน้าที่งดงามของนาง เผยรอยยิ้มขี้เล่นออกมา “แม้ว่าท่านต้องการจะไปกับข้า แต่ข้าคงไม่เต็มใจ!”ร่างเจ้าสำนักมองไปที่ไป่ หลิงด้วยรอยยิ้ม “งั้นรึ? ดูเหมือนว่าข้าจะหลงตัวเองไปหน่อย !”แม้จะรู้ว่าพูดหยอกล้อ แต่ไป่ หลิงก็ยังดีใจ หากไม่สนฐานะของอีกฝ่าย ไป่ หลิงคงจะบอกว่า “เจ้าโง่ ข้านะใบ้ให้เจ้าขนาดนี้แล้วทำไมเจ้าถึงยังไม่รู้สึกตัวอีก ?”บางครั้งไป่ หลิงก็อยากจะสารภาพทุกอย่าง แต่เมื่อคิดถึงความต่างระหว่างทั้งสองคนแล้ว สุดท้ายนางก็ได้แต่เก็บมันไว้ในใจ นางกลัวว่ามันจะพัง กลัวว่าจะโดนจางหยูปฏิเสธ กลัวว่าแม้แต่ศิษย์สำนักดังเฉียงก็ไม่อาจจะรับได้ สำหรับนางแล้ว การได้อยู่กับจางหยูในฐานะ