ตอนที่ 122
ตอนที่ 420 การมาเยือน
October 22, 2026
ตอนที่ 420 การมาเยือน “งั้นก็เอาตามนี้” เซียนค่ายกลไม่ได้คิดสนใจปัญหานี้อีกต่อไป เซียนโอสถและคนอื่น ๆ เองก็พากันถอนหายใจออกมา “มันยังไม่ดึกมากนัก ข้าขอตัว แล้วพบกันใหม่” เซียนหลอมลุกขึ้น ยืนและกำลังจะกลับไป ก้าวไปได้แค่ก้าวเดียว เซียนหลอมก็หยุดและมองไปที่เซียนอักษร “เกือบลืมไปเลย เซียนอักษร ตำแหน่งสำนักคังเฉียง เจ้าหาพบหรือ ยัง ?” เซียนค่ายกลและเซียนโอสถ พากันมองไปที่เซียนอักษร “ข้าเพิ่งยืนยันตำแหน่งก่อนที่จะมาที่นี่” เซียนอักษรพยักหน้าและพูด ต่อ “มันมีภูเขารกร้างกว่า 6 แห่งในเขตเหนือ แต่มีแค่ที่เดียวที่อยู่ใน เขตตงโจวของอาณาจักรโจว ที่นั่นมีสำนักคังเฉียง โชคดีที่สำนักงาน ย่อยของพวกเรามีคนเคยไปยังสำนักคังเฉียงมาก่อน หากไม่ใช่เพราะ คนของเรา ข้าคงต้องปวดหัวไปอีกสักพัก” สำนักคังเฉียงไม่ได้เป็นสำนักมีดาว ดังนั้นจึงไม่ได้ถูกบันทึกไว้ใน ระบบสำนัก การหามันจึงเป็นเรื่องยุ่งยาก เซียนโอสถไม่พอใจขึ้นมา “ราชาสัตว์อสูร สมองเขาคงต้องมีปัญหา แน่ ๆ เขามาเชิญเรา แต่กลับให้เราหาสถานที่เอาเอง!” “ใครจะไปรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่? บางทีเขาอาจจะหลอกพวกเราก็ได้ !” เซียนหลอมยักไหล่ “ไม่ต้องพูดต่อแล้ว แยกย้าย !” เมื่อพูดจบเซียนหลอมก็ได้หายไปจากสวน เซียนค่ายกลและเซียนโอสถต่างก็โค้งให้กัน ในพริบตาก็เหลือแค่ เซียนอักษรที่อยู่ในสวนแห่งนั้น …. ที่โลกนภา กลุ่มสุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิ ได้ทำการบ่มเพาะกันทั้งวันทั้งคืน โดยไม่หลับไม่นอน โลกขั้น 7 นี้คือสวรรค์สำหรับผู้บ่มเพาะ บ่มเพาะที่นี่วันเดียวก็ทำให้ เหล่าสุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิพัฒนาขึ้นไปอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ เหล่า สุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิจึงไม่คิดจะทิ้งเวลาให้เสียเปล่าไปเลยแม้แต่ วินาทีเดียว บนยอดเขา จางหยูนั่งนิ่งไม่ไหวติง พร้อมกับหลิงชี่มากมายที่แผ่ ออกมาจากตัวเขา เมื่อวันก่อนระดับการบ่มเพาะของเขา ได้ขึ้นมาถึงขอบเขตตุ้นซวน ขั้นกลางแล้ว และตอนนี้ระดับการบ่มเพาะของเขาก็พัฒนาขึ้นมายัง อยู่ในส่วนสูงสุดของขั้นกลางอยู่ “เฮ้อ…” ในน้ำพุ ร่างกายของอ้าวเสี่ยวหร่านลอยอยู่บนผิวน้ำ พร้อม กับหลิงชี่มากมายที่ไหลเข้าไปในตัวนาง แม้ว่าภายนอกจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่ระดับการบ่มเพาะของนางกลับเปลี่ยนไปอย่างมาก ตอนนี้นางขึ้นมาถึงขอบเขตหลี่ซวนแล้ว !แม้ว่าจะมีการพัฒนาระดับการบ่มเพาะที่น่าทึ่ง แต่อ้าวเสี่ยวหร่านก็ยังคงหลับอยู่ ไม่มีวี่แววว่านางจะตื่นขึ้นมาราวกับว่านางจะหลับไปตลอดกาลโลกนภาแห่งนี้เงียบสงบ ราวกับว่าเวลาได้หยุดนิ่งไป หากเอาคนมาอยู่ที่นี่ จิตใจของเขาต้องแตกสลายอย่างแน่นอนสำนักคังเฉียงยังคงเงียบสงบเช่นเคย เฉินกูและโอวเสินเฟิงได้ทำการสอนศิษย์ของตัวเองดังปกติ ศิษย์เองก็ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่หากดูดี ๆ แล้วจะพบว่า สำนักคังเฉียงที่ดูเงียบสงบนี้กลับมีคลื่นลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นมา ทุกคนต่างก็อดกลั้นความตื่นเต้นที่มีและคาดหวังที่จะได้ชมการต่อสู้ของเฉินกูกับอ้าวเยว่เมืองทะเลทรายเดิม ตอนนี้ถูกทุบทิ้งกลายเป็นซาก ตึกอาคารใหม่ ๆได้ถูกสร้างขึ้นมาแทนที่สิ่งก่อสร้างเดิม ที่ตีนเขา เมืองทะเลทรายแห่งใหม่ยังคงขยายตัวไปตามเนินเขา กวนชางซินรับหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ เขามีพรสวรรค์ในการออกแบบแต่ก็ยังด้อยกว่ามังกรแดง แต่แค่งานง่าย ๆ แบบนี้เขาก็ทำมันได้อย่างสมบูรณ์ มังกรแดงได้ทำการออกแบบผังเมืองให้กับเขา ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบ แค่ต้องทำตามแผนผังขยายเมืองตามที่วางเอาไว้ในพริบตาก็มาถึงวันที่ 15 เดือน 7ตอนที่อาจารย์และศิษย์หลายคนคาดหวังกับการต่อสู้ในพรุ่งนี้ เฉินกู,อ้าวเยว่และอ้าวอู่เหยียนเองก็ตื่นเต้นเช่นกันตั้งแต่เช้าเฉินกูได้มายังสำนักคังเฉียงด้วยตัวเอง และเข้าไปหามังกรแดงกับสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ “วันนี้หยุด ไม่มีการเรียนการสอน”เขาเป็นอาจารย์ประจำชั้นเรียนสัตว์อสูร ซึ่งมีสิทธิตัดสินได้ว่าจะสอนหรือไม่ การสอนติดต่อกันมาหลายวันแบบนี้ แม้ว่าเขาจะสั่งหยุดแต่ก็ไม่มีใครกล้าว่าอะไรเขาเมื่อบอกกับเหล่าสัตว์อสูรแล้ว เฉินกูก็ได้เคลื่อนย้ายไปปรากฏที่หน้าเสาหินที่ประตูสำนักและรออยู่ที่นั่นอย่างเงียบ ๆแม้ว่ายอดฝีมือระดับสูงสุดทั้งสี่ของมนุษย์ได้รับปากไว้ว่าจะมาที่นี่แต่ก่อนที่เขาจะได้พบกับพวกนั้นจริง ๆ เฉินกูก็ไม่กล้ารับรองว่าพวกนั้นจะมา เขาได้แต่ภาวนาในใจว่าพวกนั้นคงไม่กล้าผิดคำพูดพระอาทิตย์ค่อย ๆ ขึ้นจากขอบฟ้า เฉินกูยังคงยืนอยู่ที่ประตูราวกับต้นสนที่ไม่ขยับ พร้อมกับเงาที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามแสงจากดวงอาทิตย์ประมาณ 30 นาทีต่อมา อ้าวเยว่และอ้าวอู่เหยียน ก็ได้มุ่งหน้ามายังประตูสำนักเมื่อได้ยินเสียงในหู เฉินกูก็ลืมตาขึ้น เขามองไปที่อ้าวเยว่และเลิกคิ้ว