ตอนที่ 157
บทที่ 157 ต่อหน้าความแข็งแกร่งที่แท้จริง และจำนวนไม่ใช่ปัญหา!
October 22, 2026
บทที่ 157 ต่อหน้าความแข็งแกร่งที่แท้จริง และจำนวนไม่ใช่ปัญหา!
นักรบอสูรที่กำลังควบคุมค่ายกลอยู่นั้นไม่ได้รับรู้ถึงอันตรายที่กำลังย่างกรายเข้ามาเลย
เขามองไปยังค่ายกลขนาดใหญ่ที่ขังเหล่าผู้ปลุกพลังฝั่งมนุษย์เอาไว้ด้วยสีหน้าพออกพอใจ
ทว่า…
ตอนนั้นเอง
หอกแสงทองคำก็พุ่งตรงเข้ามาจากระยะที่ไม่ไกลมากนัก
ก่อนที่เขาจะได้เห็นสิ่งนั้น
ภายในหัวของเขาก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีอาวุธเล่มยาวแทงเข้ามา ความเจ็บปวดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่กายภาพ หากแต่เป็นความเจ็บปวดลึกถึงจิตวิญญาณ ใบหน้าที่เคยยิ้มพอใจนั้นก็ซีดลงในทันที
‘ขะ… ข้าโดนลอบโจมตีงั้นเหรอ?!’
มันตระหนักได้แล้วว่าบางสิ่งบางอย่างเพิ่งจะโจมตีใส่มัน แต่กว่าจะรู้ตัว สติที่หลงเหลือก็โดนขจัดจนหายไปแล้ว
ไม่เพียงแต่สติเท่านั้น
เพราะแสงสีทองทำลายแม้กระทั่งจิตวิญญาณในจังหวะเดียวกันด้วย
ตุ้บ!
ร่างของนักรบอสูรตนนั้นร่วงจากฟากฟ้าลงไปนอนนิ่งอยู่บนพื้นดินจนเกิดเสียงดัง
ส่วนแผ่นศิลาค่ายกลนั้น เมื่อไร้ซึ่งผู้ควบคุม มันก็ยกเลิกการสร้างค่ายกลเจ้าปัญหาไปทันที
ด้วยเหตุนี้เอง
ค่ายกลสีแดงเลือดที่เคยกดพลังของผู้ปลุกพลังฝั่งมนุษย์เอาไว้ ก็กลายสภาพเป็นเพียงระลอกคลื่นและจางหายไปในชั่วพริบตา
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ทุกสายตาต่างประหลาดใจ
ไม่เว้นแม้แต่นักรบอสูรที่เคยยืนอยู่ข้าง ๆ อสูรผู้ถือศิลาค่ายกลกับฉูซงต่างก็หันมองกันเองด้วยความประหลาดใจ
อย่างไรก็ตาม
ไม่ทันที่จะได้คำตอบ
แสงสีทองก็พุ่งออกมาเหมือนหอกทองคำอีกครั้ง
ในคราวนี้เป้าหมายเป็นนักรบอสูรขั้นจ้าวยุทธ์ ร่างกายของมันนิ่งแข็งก่อนที่ดวงตาจะเหลือกกลอกมองบนแล้วร่วงจากฟ้าราวกับเป็นเพียงตุ๊กตาตัวหนึ่ง
นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น!
วินาทีต่อจากนี้
ทั้งนักรบอสูรขั้นจ้าวยุทธ์ หรือแม้แต่สัตว์อสูรระดับ 6 ต่างร่วงหล่นจากฟากฟ้าราวกับเป็นตุ๊กตาไร้วิญญาณกันทีละตน ๆ
ไม่ว่าพวกมันจะเป็นสัตว์อสูรที่มีพลังป้องกันแข็งแกร่งขนาดไหน หรือแม้ว่าจะสร้างโล่อณูแห่งชีวิตขึ้นมาแล้วก็ยังไม่อาจจะรับมือได้!
ชั่วพริบตา
นักรบอสูรขั้นจ้าวยุทธ์ห้าตนก็ตายลงไปเป็นที่เรียบร้อย
“บ้าเอ๊ย!”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันน่ะ!?”
“มีพวกหนอนแมลงซ่อนตัวอยู่งั้นเหรอ? ออกมาสิวะ!”
นักรบอสูรขั้นจ้าวยุทธ์คลุ้มคลั่งขึ้นมา
ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว อณูแห่งชีวิตและเลือดเนื้อทั่วทั้งร่างของมันเดือดพล่าน มันเริ่มโจมตีมั่วซั่วไปรอบตัวหมายจะไล่หาศัตรูที่กำลังซ่อนตัวอยู่
ทว่า…
เพียงแค่เสียงโวยวายนั้นเงียบลง
หอกทองคำก็ปักเข้าไปที่หัวของมันด้วยอีกตน มันไม่มีโอกาสได้คำรามร้องอีกต่อไป
ภาพสถานการณ์ที่น่าประหลาดนี้สะกดทุกสายตา
และมัน…
ก็ทำให้ทุกคนที่เห็นจ้าวยุทธ์อสูรตายเช่นนี้ต่างพากันหวาดกลัวขึ้นมาสุด ๆ
ส่วนฉูซง
เขามองภาพที่เกิดขึ้นต่อหน้า แล้วก็คิดถึงวิธีการที่ฉู่โม่วใช่ปราบสัตว์อสูรระดับ 6 หมาป่าสวรรค์คำรามที่ด้านนอกรอยแยกขึ้นมาได้… สิ่งนี้ช่างคล้ายกันเหลือเกิน!
‘ฉู่โม่ว!?’
“เจ้าฉู่โม่วอยู่ที่นี่งั้นเหรอ!?”
คิดได้ดังนั้น เขาก็เริ่มสั่นกลัวแล้วตะโกนออกมาเสียงดัง
บนใบหน้าของเขามีร่องรอยของความหวาดกลัวถูกซ่อนไว้ในแววตาที่หันมองรอบตัว
…
ขณะนั้น
มนุษย์ที่กำลังดิ้นรนต่อสู้อยู่บนเทือกเขา เมื่อเห็นว่าค่ายกลเจ้าปัญหาที่คอยกดพลังไว้สลายไปแล้ว แม้มันจะเป็นผลดี แต่นี่ก็ทำให้ผู้ปลุกพลังเหล่านี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ทว่าเมื่อได้ยินฉูซงตะโกนก้อง สีหน้าของพวกเขาก็แสดงความประหลาดใจและเริ่มกลับมามีความหวังอีกครั้ง
“ท่านฉู่มาช่วยพวกเราแล้ว!”
“เยี่ยมไปเลย!”
“อ๊ะ ความแข็งแกร่งของฉันฟื้นกลับมาแล้ว!”
“เอาละ ได้เวลาไล่ฆ่าพวกสำนักหมื่นอสูรแล้ว!”
เมื่อพลังกายของเขาฟื้นฟู ขวัญกำลังใจของพวกเขาก็ฟื้นตามมาด้วยและเริ่มที่จะโต้กลับในทันที
ถึงแม้ว่าทั่วทั้งร่างจะมีแต่บาดแผลและคราบเลือด รวมถึงอณูแห่งชีวิตที่เหลือก็ไม่ได้เยอะแยะอะไรแล้ว ทว่าภายใต้สถานการณ์ที่น่าตื่นเต้นเช่นนี้ พวกเขาสามารถรีดเอาพลังแฝงระดับสุดยอดออกมาได้
ในส่วนของศิษย์สำนักหมื่นอสูร
เพราะพลังของฉู่โม่วน่ากลัวมาก ๆ พวกเขาเกรงกลัวเสียจนจิตใจที่เอาไว้สู้ก็พลอยลดต่ำลงไปด้วย ถึงแม้ว่าพื้นฐานนักรบอสูรพวกนี้จะแข็งแกร่งกันเป็นทุนอยู่แล้ว แต่ยังถูกบรรยากาศกดพลังให้ลดต่ำลงไปอยู่ดี
สถานการณ์ตอนนี้ได้พลิกกลับแล้ว!
แต่แล้ว…
ในตอนนี้ นักรบอสูรขั้นจ้าวยุทธ์ของสำนักหมื่นอสูรและสัตว์อสูรระดับ 6 อีกห้าตัวได้ถูกฉู่โม่วใช้กระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนกำจัดไป
และด้วยจำนวนสัตว์อสูรระดับสูงที่มากถึงสิบเอ็ดตัวนี้ มันก็กินพลังของฉู่โม่วไปมากพอสมควรเลยด้วย
สังเกตได้จากกงล้อทองคำที่อยู่บริเวณด้านหลังของจิตวิญญาณปฐมกาลในร่างของฉู่โม่ว
‘ดูท่าจะถึงขีดจำกัดแล้วสินะ’
‘หากฝืนใช้ต่อไปละก็ กงล้อทองคำได้เสียหายหนักแน่ ๆ !’
ฉู่โม่วคาดคะเนในใจ
ถึงพลังของกงล้อทองคำนี้จะแข็งแกร่งมาก ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อจำกัดใด ๆ
ด้วยระดับความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณปฐมกาลที่ฉู่โม่วครอบครองนี้ เขาสามารถใช้แสงสวรรค์โจมตีได้สิบกว่าครั้งเท่านั้น หากใช้มากไปกว่านี้ มันจะทำให้กงล้อทองคำแห่งจิตวิญญาณปฐมกาลพลอยถูกทำลายไปด้วย นั่นหมายถึงเขาจำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างมันขึ้นใหม่อีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน
นั่นหมายถึงจิตวิญญาณของเขาจะเสียหายด้วยเช่นกัน
และถ้าเป็นเช่นนั้น เขาจะเป็นฝ่ายเสียมากกว่าได้แทน
“ฉู่โม่ว! ถ้าเจ้ามีความสามารถจริงก็ออกมาสิ! เลิกหดหัวใช้พรสวรรค์แล้วโผล่ออกมา!”
“ออกมาแล้วสู้กับข้าอย่าสง่าผ่าเผยเสีย!”
ฉูซงตะโกนก้องอยู่บนฟ้า
การที่ได้เห็นจ้าวยุทธ์ที่เคียงบ่าเคียงไหล่ล้มตายไปอย่างต่อเนื่อง มันทำให้ความกลัวเริ่มกัดกินหัวใจเขาอย่างรวดเร็ว
เพราะงั้นในตอนนี้ เขาแทบจะเป็นบ้าเข้าไปทุกที
“ถ้าอยากจะเจอหน้ากันขนาดนี้ก็ไม่ขัดข้องหรอกนะ เดี๋ยวจะช่วยสนองความต้องการก่อนตายให้เอง!”
ฉู่โม่วค่อย ๆ เผยตัวออกมากลางอากาศโดยที่ในมือถือกระบี่สารทสังหารเอาไว้ด้วย
“ฉู่โม่ว! ในที่สุดเจ้าก็โผล่มาแล้วสินะ!”