ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 ขอร้องอย่างนอบน้อม
September 29, 2026
แม้แต่ระดับประธานด้วยกันอย่างภพยังพูดกับเขาไม่สำเร็จเลยงั้นเหรอ?
ภพและรุ่งโรจน์เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ?
ก่อนหน้านี้ภาณุอาจยังหยิ่งผยองอยู่ได้ แต่ตอนนี้แม้แต่ยิ้มเขายังยิ้มไม่ออก
ถ้ารุ่งโรจน์ยืนกรานที่จะเซ็นสัญญากับชมพูนุทเพียงคนเดียว พวกเขาก็คงต้องไปขอร้องเธอด้วยความนอบน้อม
ใบหน้าของภาสกรเปลี่ยนไปอย่างน่ากลัว
เขาไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้จะยากขนาดนี้
ชมพูนุททำยังไง รุ่งโรจน์ถึงได้ปกป้องเธอมากขนาดนี้
“นังร่าน!”
ภาสกรหัวเราะอย่างเย็นชา “ดูท่าว่าชมพูนุทจะเก่งเรื่องบนเตียงนะ..ที่ทำตัวเหมือนสาวบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเนี่ย มันเป็นการแสดงทั้งนั้นเลย!”
ถ้าเธอไม่เอาใจรุ่งโรจน์แบบถึงใจ มีเหรอที่เขาจะปกป้องเธอถึงขนาดนี้?
ให้ตายเหอะ!
จะให้เขาไปขอร้องชมพูนุทน่ะเหรอ มันเป็นไปไม่ได้จริง ๆ
เขายอมอ้อนวอนหมายังจะดีซะกว่าไปอ้อนวอนขออะไรจากครอบครัวที่ไร้ค่าอย่างครอบครัวของทินกร
‘กริ๊ง…’
โทรศัพท์ของภาณุเริ่มดังขึ้น
ใบหน้าของเขาแย่ลงไปอีกเมื่อเห็นว่าใครโทรมา
“คุณปู่โทรมา”
ภาณุอยากจะร้องไห้
ณ ตอนนี้เขากลัวที่จะรับสายจากสุริยันมากที่สุด
โครงการนี้อยู่ในความดูแลของเขา เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรผิดพลาดไป เขาจะเป็นคนแรกที่ถูกตำหนิ
"รับสาย!" ภาสกรสั่ง
ภาณุไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรับสาย ผลที่ตามมาจากการไม่รับสายคุณปู่อาจจะยิ่งแย่กว่านี้
“สวัสดีครับคุณปู่” ภาณุทักทายสุริยัน
“ภาณุ โครงการร่วมทุนกับโรจน์กรุ๊ปเป็นยังไงบ้าง?” สุริยันไม่ได้เสียเวลาอารัมภบทอะไรเลย
เขาเป็นห่วงโครงการนี้มากที่สุด โครงการนี้มีความสำคัญมากและนภกาญจน์ก็ได้ลงทุนกับโครงการนี้ไปแล้วสูงมาก
“ดีครับ ทุกอย่างราบรื่นดี”
ภาณุเหลือบมองไปทางภาสกร และเห็นว่าพ่อของเขากำลังส่งสัญญาณให้เขาตอบ เขารีบโกหกอย่างรวดเร็ว “เมื่อคุณรุ่งโรจน์มีเวลาแล้ว เราจะลงนามในสัญญากันทันทีครับ”
"ดีแล้ว"
สุริยันกล่าวว่า “แกต้องดูแลโครงการนี้อย่างใกล้ชิดนะ โครงการนี้เราจะปล่อยให้พลาดไม่ได้เด็ดขาด ถ้ามีอะไรผิดพลาด แกเจอปู่แน่!” เขาวางสาย
ฝ่ามือของภาณุชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เขารู้ดีว่าคุณปู่ของเขามีนิสัยยังไง
ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น แค่ลาออกหรือโดนซ้อมนั้นยังน้อยไป
“พ่อ เราจะทำยังไงกันดี?”
ภาณุกำลังจะร้องไห้จริง ๆ แล้ว
ชมพูนุทนั้นร้ายกาจจริง ๆ ทำให้เขาต้องเจองานยาก แถมยังต้องเจอกับปัญหาหนักอีกด้วย!
สีหน้าของภาสกรนั้นแย่ลงไปอีก
ทั้งสองคนจะต้องกลับไปบ้านทินกรและขอร้องพวกนั้นจริง ๆ เหรอ?
ก่อนหน้านี้พวกเขาหยิ่งและไม่สนใจชมพูนุทและครอบครัวของเธอเลย ถ้าตอนนี้พวกเขาต้องไปขอร้องเธอ ก็ไม่ต่างอะไรจากการโดนตบหน้าถึงสองครั้ง ?
แค่คิดว่าต้องนอบน้อมถ่อมตัวให้กับครอบครัวนี้ภาสกรก็แทบจะทนไม่ได้แล้ว!
“ภาณุ นายไปก็แล้วกัน”
หลังจากที่คิดเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว ภาสกรก็บอกว่า “ลูกไปอ้อนวอนชมพูนุทซะ ต่อให้ต้องวิงวอนขอร้องก็ไม่เป็นไร หรือจะต้องคุกเข่าขอร้องก็ต้องทำไป ขอแค่ให้ชมพูนุทจัดการเรื่องการลงนามในสัญญานี้ให้ได้ก็พอ! ”
"พ่อครับ…"
“อะไร แกจะให้ฉันเป็นคนไปคุกเข่าขอร้องเหรอไง?”
ภาสกรคำรามใส่ลูกชาย ดวงตาของเขาแดงก่ำ
ภาณุอยากที่จะรักษาความศักดิ์ศรีของเขาไว้ แต่ภาสกรยิ่งต้องรักษาศักดิ์ศรีเขาไว้ให้ได้มากกว่าภาณุเสียอีก!
หากมีข่าวหลุดรอดไปว่าผู้ใหญ่อย่างเขาต้องไปขอร้องคนในครอบครัวที่อายุน้อยกว่า เขาจะต้องอับอายขายหน้าอย่างที่สุด
ภาณุไม่กล้าเถียงหลังจากที่พ่อของเขาขึ้นเสียงใส่อย่างดุเดือด
เขาเป็นคนเริ่มต้นปัญหาทั้งหมดนี้ ถ้าเรื่องนี้ลงเอยด้วยการทำร้ายศักดิ์ศรีของพ่อเขา เขาจะต้องตายแน่ ๆ
ภาณุทำได้เพียงกัดฟันและกลับไปที่บ้านของชมพูนุทอย่างหดหู่
ในเวลานั้น ชมพูนุทและครอบครัวกำลังจะเริ่มกินข้าว
โต๊ะไม่ใหญ่มาก ต่างคนต่างนั่งกินเงียบ ๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่ครอบครัวของชมพูนุทมีคนอีกคนหนึ่งเพิ่มขึ้นมาที่โต๊ะทานอาหาร
และนี่คือลูกเขยคนใหม่ของพวกเขาที่แต่งงานเข้ามาในครอบครัว
ทินกรไม่เคยพูดคุยในขณะทานข้าว ขณะที่จารุวรรณเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร
เธอไม่ชอบจิรทีปต์ และที่แย่ไปกว่านั้นเขาเองก็ไม่ได้ชอบชมพูนุท แต่ลูกสาวของเธอกลับต้องลงเอยด้วยการแต่งงานกับผู้ชายที่ไร้ค่าคนนี้
แต่ก่อนหน้านี้จิรทีปต์เป็นคนออกมาปกป้องเธอ เธอไม่ได้ตาบอดและไม่สามารถแกล้งทำเป็นไม่รับรู้ได้