ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 ปกป้องสิ่งที่เรียกว่าศักดิ์ศรีของเธอ
September 29, 2026
วิคตอเรียไปโรงพยาบาลไม่ได้ หากเธอทำเช่นนั้น การตั้งครรภ์ของเธอก็จะถูกเปิดเผย มันฟังดูน่าขบขันแต่เธอไม่อยากจะให้ใครรู้เรื่องเด็กในท้องเลย เธอพยายามจะปกป้องสิ่งที่เรียกศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงน้อยนิดของเธอเอาไว้ เธอรู้ว่าเกียรติของเธอนั้นหายไปแล้วเมื่อเธอตกลงจะแต่งงานปลอมๆ กับอลาริค แล้วในตอนนี้ ต่อหน้าเขาและผู้หญิงที่เขารัก ศักดิ์ศรีแบบไหนกันที่เธอจะยังเหลืออยู่? แต่ถึงอย่างนั้น…
จากนั้น เธอก็หลุบตาลงเพราะไม่อยากเผยอะไรออกไปที่จะทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะเธอได้
อลาริคหน้าบึ้งเมื่อได้ยินเช่นนั้น รถหักเลี้ยวกะทันหันและจอดที่ข้างทาง
ในตอนนั้น วิคตอเรียคิดว่าเขาจะสื่อให้เธอลงไปจากรถ เธอจึงเอื้อมมือไปจะเปิดประตู
แกร๊ก! ประตูรถล็อกไปในทันที
เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เคร่งเครียดผ่านทางกระจกมองหลัง “ทำไมถึงไม่อยากไปโรงพยาบาล?” เขาถาม
เธอทำตัวแปลกๆ ตั้งแต่เดินตากฝนมาเมื่อวานนี้
“ฉันไปหาหมอเองได้ถ้าฉันไม่สบายค่ะ” วิคตอเรียตอบอย่างสงบ
เขาหรี่ตาที่แสนจะอันตรายทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
“อัล มันเป็นเพราะฉันเหรอคะ?” คลอเดียรีบถาม “ทำไม… ทำไมฉันไม่ลงจากรถไปก่อนแล้วให้คุณพาวิคตอเรียไปโรงพยาบาลล่ะ? ถึงยังไงอาการเธอก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไร เราควรจะรีบไปรักษาแต่เนิ่นๆ” สิ้นคำนั้น เธอก็โน้มตัวไปหาอลาริคราวกับต้องการจะปลดล็อกประตูรถ
วิคตอเรียมองขณะที่เขาห้ามเธอด้วยการจับมือเอาไว้
“อย่าพูดอย่างนั้น” อลาริคขมวดคิ้วและเหลือบมองวิคตอเรียก่อนจะพูดต่อไปว่า “อย่าคิดมากไปเลย มันไม่ใช่เพราะคุณหรอก”
จากนั้น คลอเดียก็เหลือบมองมือของพวกเขาด้วยสายตาที่มีความรู้สึกผิดฉายแววอยู่
ระหว่างนั้น วิคตอเรียมองดูพวกเขาอยู่เงียบๆ หลังจากคลอเดียหันไปมองเธอ วิคตอเรียก็ละสายตาจากพวกเขาอย่างไม่เต็มใจนัก
“ฉันขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิดนะ วิคตอเรีย” คลอเดียพูด “ฉันคิดว่าคุณโกรธอัลเพราะฉัน ฉันขอโทษนะ”
วิคตอเรียเหลือบมองคลอเดียเงียบๆ เธอคงคิดว่าคลอเดียเป็นคนบงการหากเธอไม่ได้เป็นหนี้คลอเดียที่ช่วยเธอไว้ครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม คลอเดียก็เป็นผู้ช่วยชีวิตเธอเช่นกัน
จากนั้น วิคตอเรียก็ฝืนยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
“คุณไม่อยากไปโรงพยาบาลเพราะกลัวที่นั่นเหรอ?” คลอเดียถามพลางยิ้ม “เพื่อนฉันเปิดคลินิกเองหลังกลับมาจากต่างประเทศ เราไปที่นั่นกันดีไหมล่ะ?”
จากนั้นเธอก็ดันไปหาอลาริค “คุณคิดว่าไงคะ? อัล”
เขาไม่ได้ตอบตกลงในทันที แต่เขากลับขมวดคิ้วและถามว่า “คลินิกเหรอ? เชื่อถือได้หรือเปล่า?”
“เชื่อได้สิคะ” คลอเดียตอบไปอย่างกระอักกระอ่วน “ถ้าเขาไม่น่าเชื่อถือ ฉันจะแนะนำเขาให้คุณได้ยังไง? คุณไม่เชื่อใจฉันเหรอคะ?”
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็พยักหน้า “เราจะไปที่นั่นกัน”
วิคตอเรียขมวดคิ้วแน่น “ฉัน…”
แต่รถก็เคลื่อนตัวออกไปแล้วอย่างรวดเร็ว และคำคัดค้านของเธอก็ไร้ผล
ในอีกด้านหนึ่ง คลอเดียก็ถึงกับยืนยันออกมาว่า “ไม่ต้องห่วงนะ วิคตอเรีย เพื่อนฉันเก่งมากเลยล่ะ เขาใจดีและอดทนมาก ฉันจะบอกให้เขารู้ก่อนว่าการรักษาคุณจะต้องคุยกับคุณก่อนเสมอ โอเคไหม?”
เมื่อเทียบกับความรอบคอบและอ่อนโยนของคลอเดียแล้ว วิคตอเรียกดูเหมือนจะตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่เธอป่วย แต่เธอก็ไม่ยอมไปโรงพยาบาล ช่างเป็นคนเห็นแก่ตัวและไม่รอบคอบเลย
วิคตอเรียจะพูดอะไรเรื่องนี้ได้อีก?
ดังนั้น เธอจึงเงียบไปขณะที่รถเคลื่อนตัวไปตามทาง
หลังจากมาถึงคลินิกแล้ว คลอเดียก็ช่วยพยุงเธอลงจากรถ และเธอก็ถามอย่างอ่อนโยนว่า “คุณมึนหัวอยู่ไหม? ถ้าไม่ไหวก็พิงฉันได้นะ”
เสียงของเธออ่อนโยนมาก และมือที่คอยพยุงก็อ่อนโยนเหมือนกัน กลิ่นดอกมะลิจางๆ โชยมาจากร่างกายเธอ
แต่วิคตอเรียก็หลุบตาลงและคิด คลอเดียไม่ใช่แค่สวยจนน่าทึ่งแต่เธอยังเป็นคนที่ดีมากอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เธอก็เคยช่วยชีวิตอลาริคไว้ ถ้าฉันเป็นอลาริค ฉันก็คงจะตกหลุมรักเธอเหมือนกัน
หลังจากเพื่อนของคลอเดียมาถึง เธอก็คุยกับเขาอยู่ครู่หนึ่ง ชายคนนั้นสวมเสื้อคลุมหมอสีขาวและชำเลืองมองวิคตอเรีย ก่อนจะพยักหน้าให้คลอเดียและเดินมาหาวิคตอเรีย
“สวัสดีครับ คุณคือเพื่อนของคลอเดียใช่ไหม? ผมชื่อโดมินิก ฟาแกน”
วิคตอเรียพยักหน้าทักทาย “สวัสดีค่ะ”