ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 คุณลุงเจ็ด
September 29, 2026
ญานินพยักหน้า เธอไม่เข้าใจหรอกว่าการไปจากที่นี่กับชายคนนี้หมายความว่าอะไร แต่เธอบอกได้ว่าเขาไม่ใช่คนเลวเพราะตำรวจทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม
ด้วยเหตุนั้น เธอจึงตามเขากลับบ้าน
ในตอนนั้น ญานินไม่รู้เลยว่าชายคนนี้เป็นผู้มีอิทธิพลที่แสนลึกลับที่สุดในเมืองอัญบุรี และความเป็นความตายของบริษัทต่างๆ มากมายนั้นอยู่ในกำมือของเขา เหล่าตระกูลที่ร่ำรวยทุกตระกูลในเมืองอัญบุรีต่างรับรู้การมีอยู่ของชายคนนี้ แต่ไม่มีใครเคยเห็นหน้าค่าตาเขามาก่อนเลย
ภายในรถ
“จากวันนี้ไปหนูต้องเรียกคุณว่าอะไรเหรอคะ?” ญานินกะพริบตาที่กลมโตเหมือนตุ๊กตา
สุจริตนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เขาเตรียมการเอาไว้แทบทุกอย่างเพื่อจะพาเด็กหญิงคนนี้กลับบ้าน แต่แล้วเขากลับลืมคิดเรื่องชื่อของเขา
“นายน้อยเป็นลูกคนที่เจ็ดในตระกูลของเขา ทำไมหนูไม่เรียกเขาว่าคุณลุง[1] เจ็ดล่ะ!” ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงเบาะคนขับกล่าวขึ้นมาขณะที่มองญานินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมาย
ชายคนนี้คือศาสตรา เขาเป็นพ่อบ้านส่วนตัวของสุจริต เขารู้ใจของสุจริตไปเสียทุกอย่าง
สุจริตไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมาเลย
ญานินไม่เข้าใจท่าทางของเขา เธอจึงประหม่าขึ้นมานิดหน่อย เธอบิดนิ้วโป้งของเธอและกัดริมฝีปากตัวเอง
เธอกลัวว่าจะถูกทิ้ง เธอกลัวว่าจะทำให้คุณลุงเจ็ดไม่พอใจและทิ้งเธอไปอีกคน
หลังจากที่พวกเขากลับมาถึงบ้าน พ่อบ้านก็จูงมือญานินและพาเธอไปที่ห้องของเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่ญานินได้เห็นบ้านแบบเดียวกับที่เธอเคยเห็นในโทรทัศน์มาก่อน ห้องนั้นเต็มไปด้วยเฮลโลคิตตี้สีชมพูและมิกกี้สีดำกับแดง แม้แต่พรม ผ้าปูที่นอน ผ้าม่าน ก็ต่างเป็นลายเจ้าหญิงดิสนีย์ทั้งสิ้น
“ที่นี่คือปราสาทเหรอคะ?” ญานินตะลึงไป เธอชอบที่นี่มาก
ขณะที่พ่อบ้านกำลังจะตอบ สุจริตก็เดินเข้ามาพอดี
“ถ้าเธอคิดว่าใช่ มันก็ใช่”
“ต่อไปนี้หนูจะได้อยู่ที่นี่เหรอคะ?” ญานินเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“เปิดตู้เสื้อผ้าดูเอาเองก็แล้วกัน” เสียงของชายคนนั้นเยือกเย็นขณะที่เขาเลี่ยงจะตอบคำถามของเธอตรงๆ
ญานินเปิดตู้เสื้อผ้าและได้เห็นภาพที่น่าตื่นตะลึงตรงหน้าเธอ เธออึ้งไปกับภาพนั้นและยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่สักพักหนึ่ง
ตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยเสื้อผ้าและชุดกระโปรงสวยๆ เป็นจำนวนมาก ทุกชุดถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถัน ฝีมือในการตัดเย็บก็ช่างประณีต ไม่บอกก็รู้ว่าแต่ละชุดนั้นมีราคาแพงมาก
ยิ่งไปกว่านั้น ชุดเหล่านี้ดูเหมือนเป็นชุดสั่งทำให้เธอโดยเฉพาะ ญานินรู้สึกเหมือนเธอฝันไป
สุจริตลูบหัวญานินก่อนจะกล่าวว่า “ต่อจากนี้ไป ที่นี่เป็นบ้านเธอแล้วนะ ไม่ว่าเธอต้องการอะไรก็ตาม เธอแค่บอกให้ฉันรู้ แล้วฉันจะจัดการให้เธอเอง”
ในเวลานั้นเอง บุคลิกที่สูงส่งและเหนือธรรมดาของสุจริตก็ได้ประทับตราตรึงลงในดวงตาของญานินราวกับว่าเขาเป็นเจ้าชายจากในนิทาน
ครืน!
ฟ้าแลบข้างนอกหน้าต่างตามด้วยเสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง!
ญานินที่เดิมทีจ้องมองสุจริตอยู่ แต่ทันใดนั้นเธอก็เริ่มสั่นกลัวราวกับกระต่ายที่ตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาบนหน้าผากของเธอ และเธอพยายามหามุมมืดเพื่อเข้าไปซ่อนตัว
"เธอกลัวเสียงฟ้าร้องเหรอ?"
น้ำตาของญานินไหลออกมาจากหางตาขณะที่พยักหน้าด้วยความโศกเศร้า “ผู้หญิงคนนั้นตายตอนที่ฝนตกและฟ้าร้อง…”
ผู้หญิงคนที่ว่าก็คือแม่แท้ๆ ของเธอเอง
สุจริตขมวดคิ้ว เขารู้อยู่แก่ใจว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร
"คุณลุงเจ็ด!" ญานินพุ่งตรงเข้ามาหาสุจริตและกอดเขาไว้แน่น
และในตอนนั้น!
สุจริตรู้สึกเหมือนได้กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ลอยวนอยู่ในอากาศ
“หนูนอนกับคุณลุงได้ไหม…?” ญานินในวัยหกขวบ สูดน้ำมูกขณะอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
พ่อบ้านศาสตราตกใจเล็กน้อยขณะที่ก้าวเข้ามาดึงญานินออกจากร่างของนายน้อย แต่ทว่า…
“โอเค”
เพียงคำหนึ่งคำง่ายๆ จากปากของสุจริตทำลายความเข้าใจที่พ่อบ้านมีให้เขาไปเสียสิ้น
เขาไม่เคยชอบอยู่กับเด็ก ที่จริงเขามักจะรำคาญที่มีเด็กอยู่ในสายตา แต่แล้วเขากลับตกลงจะให้ญานินนอนกับเขา!
อีกอย่าง ญานินก็ยัง…
แต่กระนั้น เรื่องที่ทำให้พ่อบ้านประหลาดใจมากที่สุดคือความจริงที่ว่า นายน้อยนอนกับเธอมาตลอดหลายปีหลังจากนั้น
……
หกปีต่อมา ในคืนที่ฝนตกหนัก
เสียงฟ้าร้องภายนอกหน้าต่างทำให้ญานินตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล เธอขดตัวเป็นลูกกลมๆ โดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ถัดจากร่างของเธอ สุจริตลืมตาขึ้นมาแล้ว
"ญานิน" เขาเอนกายเข้ามาอย่างแผ่วเบาก่อนจะแตะหน้าผากของญานิน หน้าผากของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อเปียกโชกตามที่เขาคาดไว้
สุจริตทึ้งผ้าห่มที่คลุมหัวของญานินออกก่อนจะดึงเธอเข้ามากอด เขาลูบหลังญานินอย่างอ่อนโยน ก่อนจะพูดออกมาว่า “เอาล่ะ ฟ้าไม่ร้องแล้ว อย่ากลัวไปเลยนะ”
กลิ่นกายและความอบอุ่นยามเมื่อเขาลูบหลังของเธอทำให้เธอค่อยๆ สงบลง
เธอจับเสื้อของสุจริตเอาไว้แน่นก่อนจะซุกตัวไว้ในอ้อมแขนของเขา เธอพึมพำออกมาเบาๆ ว่า “คุณลุงเจ็ด…”
“ฉันอยู่นี่”