ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 อัศวินจิ๋ว
September 30, 2026
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นหันไปยังทิศทางที่มาของเสียง เด็กชายตัวน้อยผู้น่ารักได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างที่ไม่มีใครได้ทันท่ามกลางความวุ่นวายนี้ เขาน่าจะอายุประมาณสี่หรือห้าขวบ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแล็กสีดำพร้อมสายเอี๊ยมที่เข้ากับรองเท้าหนัง
เขาเหมือนรูปภาพที่สมบูรณ์แบบของสุภาพบุรุษตัวน้อย หรือถ้าพูดให้ถูกก็คือ เด็กน้อยจากชนชั้นสูงศักดิ์
“ช่างเป็นเด็กที่น่ารักอะไรแบบนี้!”
“เด็กน้อยน่ารักคนนี้มาจากไหน? เขาน่ารักมาก!”
คนส่วนใหญ่ที่อยู่ตรงนั้นไม่เคยเห็นเด็กคนนี้มาก่อน แต่เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นที่รักในสายตาทุกคนที่จ้องมองไปที่เขา
น้ำขิงก็จ้องมองไปที่เด็กด้วยความประหลาดใจเช่นกัน เขามีใบหน้าเล็กๆที่อวบอ้วนแต่ก็สง่างาม ต่างก็ทำได้เพียงจินตนาการว่าเขาจะโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาได้เพียงไหน
ในตอนนี้แม้เด็กชายจะอายุยังน้อยมาก แต่สีหน้าของเขากลับดูเคร่งขรึม ซ้ำยังแผ่รังสิแห่งความมีอำนาจ ราวกับว่ามีวิญญาณของคนแก่ติดอยู่ภายในร่างน้อยนั้น
“คุณ” เขาเริ่มที่จะใช้น้ำเสียงห้วน สายตาของเขาดูเย็นชาขณะที่ก็จิ้มนิ้วไปที่ชมพู “คุณควรจะเป็นคนที่ต้องขอโทษนะ”
ชมพูตะลึงในตอนแรกแต่ก็เปลี่ยนอารมณ์ฉุนเฉียวพร้อมตะคอกกลับ “เด็กบ้านี่ลูกใครเนี่ย? เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอกำลังพูดอะไรอยู่! ที่เธอทำไวโอลินพังก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันซักหน่อย แล้วทำไมฉันต้องขอโทษล่ะ?”
“ระวังปากของเธอไว้ด้วย!” เมื่อพูดจบ บอดี้การ์ดสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังของเด็กชายตะคอกใส่ชมพูด้วยความโกรธ “เธอคิดว่าเธอเป็นใคร? เธอกล้าพูดจาอวดดีกับนายน้อยของเราแบบนี้ได้ยังไง?”
‘นายน้อย’ งั้นเหรอ ชมพูชะงักไปด้วยความประหลาดใจ ในชั่วขณะหนึ่งเธอยังเรียบเรียงไม่ออกว่าตำแหน่งนั้นหมายถึงอะไร
ในทางกลับกัน เคนยกฝ่ามือขึ้นกดหน้าผากของตัวเองเมื่อจู่ๆเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเด็กน้อยไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นนายน้อยของตระกูลโยธาบดี ทายาทของโยธาบดีกรุ๊ป!
เมื่อนึกขึ้นได้แบบนั้น เคนก็รีบเข้าไปหาเด็กชายด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าและกล่าวทักทายอย่างสุภาพ “ทำไมนายน้อยวีถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ?”
ชมพูนั้นตัวแข็งทื่อไปแล้วเมื่อเธอได้ยินเช่นนั้น อะไรนะ? ไอ้เด็กบ้าคนนี้คือนายน้อยวีเองเหรอ? เด็กเจ้าของวันเกิดงานวันนี้?
เด็กน้อยดูเฉยเมย และถึงแม้เขาจะเป็นเด็ก แต่เขากลับมีเสียงเขร่งขรึมในขณะที่เขาพูด “ผมเพิ่งเดินผ่านมาจึงได้เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ทำให้คุณคนสวยคนนั้นสะดุด”
ในขณะเดียวกัน น้ำขิงก็รู้สึกประทับใจกับการที่เด็กชายตัวเล็ก ๆ เข้ามาเพื่อปกป้องเธอ แม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้จักเธอก็ตาม ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเธอขณะที่เธอจ้องไปที่เด็กน้อยอย่างอ่อนโยนด้วยความขอบคุณ
ในขณะเดียวกัน ชมพูก็กลืนน้ำลายด้วยความกระวนกระวายจากการอธิบายของเด็กน้อย เธอพยายามซ่อนความกลัวของเธอไว้ด้วยการหัวเราะอย่างประหม่าและพูดอย่างผ่อนคลายว่า “นายน้อยวีคะ คุณต้องทำความเข้าใจก่อนนะคะว่าคนเราต้องมีหลักฐานก่อนที่จะไปกล่าวหาใคร และคุณก็ไม่ควรกล่าวหาใครลอยๆแบบนี้นะคะ”
เด็กน้อยหัวเราะเยาะ หน้าของเขายังคงเคร่งขรึมพร้อมพูดต่อ “แล้วอะไรทำให้คุณคิดว่าผมไม่มีหลักฐานล่ะ?” สิ้นสุดคำพูด เขาปรบมือหนึ่งครั้งและคนถ่ายวีดิโอที่มีกล้องก็เดินเข้าประตูมาพร้อมเมื่อถูกเรียก