ตอนที่ 1561
บทที่ 1561 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1401
October 28, 2026
เขาหันศีรษะกลับมาอย่างสงสัย ผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะสูงกว่าเขายืนอยู่ด้านหลัง ผู้ชายที่เซตผมเสยปาดเรียบเนี้ยบ ร่างกายบึกบึนแข็งแกร่ง สายตาของเขามองเหมือนว่าอยากจะกินเลือดกินเนื้อเขา
“แกเป็นใครอีกเนี่ย!” เอเลนโมโหจนพูดภาษาจีนกับภาษาฝรั่งเศสปนสลับกันไปมาอย่างต่อเนื่อง เห็นแค่ผู้ชายออกแรงเพียงเล็กน้อย ตามมาด้วยเสียงดังกึกก้อง มืออีกข้างของเอเลนก็อ่อนปวกเปียกห้อยลงมา
“คุณทำอะไรนะ!”ชิวไป๋ขมวดคิ้ว เธอเข้าไปพยุงเอเลนอย่างรีบร้อน “คุณไม่เป็นไรนะ!”
เย่ป๋อมองท่าทางและใบหน้าที่วิตกกังวลของเธอ ความกังวลในจิตใจทั้งหมดแปรเปลี่ยนเป็นความกลัวและความโกรธ นี่เป็นการหลงรักคนเป็นครั้งแรกของเขา เลยทำได้แค่มองคนจากเปลือกนอกเท่านั้น และเวลานี้ในสายตาของเขา ความสนใจของชิวไป๋ทั้งหมดนั้นอยู่ที่บนตัวของชายต่างชาติคนนั้น
เขาเดินไปด้านหน้าจับกุมแขนของชิวไป๋ ดึงอีกฝ่ายมาอยู่ข้างกายอย่างไม่ต้องสงสัย ชิวไป๋เหวี่ยงมือของเขาออก “นี่คุณจะทำอะไรกันแน่ ยังดูอะไรได้ไม่ชัดเจนก็ลงมือโดยพลการ ไม่เด็กไปหน่อยเหรอ”
ผ่านไปสักพักใหญ่ “ขอโทษ”เย่ป๋อลดเสียงเบาลง อยากจะไปดึงรั้งเธอ ชิวไป๋หลบ เขา เธอขยี้ผมสั้นของตัวเองจนยุ่งอย่างหงุดหงิด “เย่ป๋อ ฉันกับคุณนั้นอายุต่างกันมาก คุณเด็กกว่าฉันเยอะ ดังนั้นการมองเรื่องราวต่างๆและวิธีการที่ปฏิบัติต่อคนของพวกเรานั้นไม่เหมือนกันเลย ฉันคิดว่าพวกเราไม่น่าจะเหมาะสมกันจริงๆ”
ชิวไป๋รีบพูดให้จบ เธอไม่มองเขาเลย เพราะว่าเธอกลัวว่าจะไปเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของเขา เธอหมุนตัว รองเท้าส้นสูงที่เหยียบกระทบบนพื้นจนเกิดเสียงของความเร่งรีบ
เย่ป๋อมองเธอที่ค่อยๆเดินไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าเรี่ยวแรงของร่างกายนั้นถูกสูบจนแห้ง ในสมองนั้นทั้งที่อยากจะตะโกนโวยวายตามไปให้ทัน โอบกอดเธอไม่ให้เธอเดินหนีไปได้อีก แต่สติสัมปชัญญะกลับหยุดไม่พาไปข้างหน้า
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พอรับโทรศัพท์แล้ว อารมณ์ความเสียใจที่มีแต่เดิมก็โดนกวาดหายไปจนเกลี้ยงในทันที พอวางสายเขาก็รีบกดเบอร์โทรศัพท์อีกเบอร์ เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมทันทีที่โทรศัพท์ถูกรับขึ้นมา: “คุณชาย คุณอ้าวเสว่หายตัวไปแล้วครับ”จ้องมองโคมไฟระย้าบนเพดาน ความทรงจำในสมองของอ้าวเสว่ก็ค่อยๆฟื้นมีสติขึ้น เขาออกจากร้านจิวเวลรี่ของตัวเอง ก็ถูกเย่ชูหวินบังคับลากขึ้นรถ ใช่แล้ว!เย่ชูหวิน!!
เธอลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว “เย่ชูหวิน!”
พอพูดถึงก็มาพอดี ประตูก็ถูกเปิดออก เย่ชูหวินยกนมเดินเข้ามา “ฉันอุ่นนมให้เรียบร้อยแล้ว ตรวจสอบหาในอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างดีว่าอุณหภูมินี้น่าจะเป็นเหมาะสม”
อ้าวเสว่มองดูบริเวณรอบๆอย่างระมัดระวัง เย่ชูหวินพูดอย่างเรียบเฉย: “นี่เป็นห้องที่ฉันซื้อไว้ พวกเขาไม่มีทางหาเจอได้ไวขนาดนั้น คุณเองก็อย่าคิดจะหนีเหมือนกัน”
“คุณปล่อยฉันออกไป!”อ้าวเสว่ค่อยๆขยับตัวไปขอบเตียง และมองคำนวณดูระยะห่างระหว่างขอบเตียงกับประตู เย่ชูหวินเองก็ไม่ขัดขวางเธอเช่นเดียวกัน เพียงแค่พูด: “ขอโทษ ฉันจำเป็นต้องทำแบบนี้”
อ้าวเสว่หยุดชะงัก “เพื่อติงยียี?”ท่าทางของฝ่ายตรงข้ามนั้นอธิบายทุกอย่างชัดเจนแล้ว อยู่ดีๆเธอก็อยากจะหัวเราะ “คงจะถูกต้อง ตอนที่เธอเข้าเรียนคุณก็ชอบเธอแล้วใช่ไหมล่ะ?”
พอสิ้นเสียง กระเพาะของเธอที่อาเจียนเป็นกิจวัตรมาพักหนึ่ง ของเหลวเปรี้ยวไหลออกมาจากคออย่างกะทันหัน เธอปิดปากเอาไว้ สายตามองเย่ชูหวินอย่างส่งสัญญาณ
เย่ชูหวินขมวดคิ้ว เปิดห้องน้ำภายในห้อง อ้าวเสว่พุ่งตรงเข้าไป ไม่นานด้านในก็ได้ยินเสียงอาเจียนดังลอยออกมา สักพักใหญ่ กระดาษทิชชูหนึ่งใบก็ถูกส่งมาให้ อ้าวเสว่รับเอาไว้ เช็ดมุมปากอย่างทรมาน
“คุณอยากกินอะไรฉันจะให้แม่บ้านไปซื้อมาให้”เย่ชูหวินพูดเบาๆขณะที่ยืนอยู่ที่ประตู อ้าวเสว่โบกมือ “ปล่อยฉันกลับไป”
“ถ้าอย่างนั้นคุณหายออกไปจากชีวิตเย่เนี่ยนโม่ได้หรือเปล่า”เสียงของเขานั้นเรียบเฉยเหมือนกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศวันนี้ทั่วไป แต่ว่าเธอนั้นรู้ดีว่าเขานั้นไม่ได้พูดเล่น คำพูดประโยคนี้ไม่เหมือนเป็นประโยคคำถาม แต่เหมือนประโยคที่คุกคามมากกว่า
เธอมองเขาอย่างกล้าหาญ “แค่เย่เนี่ยนโม่เท่านั้นยังไงก็ไม่มีทางปล่อยมืออย่างแน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงทำได้แค่พาคุณไป”เย่ชูหวินมองเธอด้วยสายตาลึกล้ำ จากนั้นถึงจะหมุนตัวจากไป อ้าวเสว่อยากจะตามเขา มีหญิงวัยกลางคนมาขวางเธอเอาไว้ เชิญเธอกลับเข้าห้องอย่างสุภาพ
เย่ชูหวินก็ไม่ได้เดินไปไกล เขาพิงกำแพงประตูด้านนอก ฟังอ้าวเสว่ที่โหวกเหวกโวยวายอยู่ภายในห้อง หัวใจของเขากระตุกกะทันหัน เพียงแค่เขาหยิบยาที่อยู่ในกระเป๋าออกมาสองเม็ด ความรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้สามารถบรรเทาได้ แต่เขากำยาเอาไว้ และกลับเพลิดเพลินกับความเจ็บปวดที่แทรกซึมเข้ามาในร่างกายและจิตใจ เหมือนกับว่ามีเพียงแต่ทำแบบนี้เท่านั้นถึงจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่
โรงแรมในปารีส ติงยียีไม่คิดเลยว่าการตัดสินรอบสุดท้ายว่าใครจะได้เดินแบบชุดฟินนาเล่นั้นจะเป็นการลงคะแนนตัดสิน เอเลนส่งกระดาษให้ “คนจีนอย่างพวกคุณชอบการลงคะแนนแบบประชาธิปไตยเป็นที่สุด ความจริงแล้วผมก็คิดว่านี่ก็เป็นวิธีที่ดีมากเหมือนกัน”
ตอนที่เขามาแจกถึงติงยียีสายตาก็หยุดชะงัก จากนั้นก็เดินเหม่อลอยเป็นท่อนไม้ไป ส้งน่าโมโหจนกัดฟันเกือยจะร่วงหมดปาก เมื่อก่อนถึงเธอจะทำอะไรก็ตามชายต่างชาติคนนั้นก็ไม่เคยที่จะเลือกเธอเป็นคนเดินชุดฟินนาเล่สักที นี่เธอจะพยายามขนาดนี้ไปทำไมกัน!
แจกกระดาษเสร็จเรียบร้อยเอเลน ไม่สนใจสายตาที่ไม่พอใจจากส้งน่าเธอพิงบนกำแพงอย่างเกียจคร้าน ส่งสัญญาณให้ทุกคนว่าสามารถเริ่มลงคะแนน ไม่นานส้งน่าและนางแบบโฆษณาอีกคนทั้งหมดก็ได้รับการโหวตแล้วสองเสียง สายตาของทุกคนนั้นจับจ้องไปที่ตัวของติงยียี
“ยียี คุณไม่ใช่ว่าล้มจนบาดเจ็บแล้วเหรอ? ถ้าอย่างนั้นคุณรู้หรือเปล่าว่าวันนั้นฉันเห็นว่ามีคนจงใจที่จะเทโรยลูกแก้วไปตรงทางบันได”นางแบบโฆษณาคนนั้นมองส้งน่าอย่างดูถูกเยาะเย้ย
ส้งน่าเหมือนแมวที่โมโหจนขนพอง ลุกขึ้นยืนทันที “คุณพูดอะไรเนี่ย!”