ตอนที่ 1572
บทที่ 1572 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1412
October 28, 2026
ติงยียีนอนอยู่บนเตียงเงียบๆ สมองว่างเปล่า ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น แพนด้านหมอบเงียบๆลำพัง บางครั้งก็โผล่หัวขึ้นมาเลียหลังมือของเธอ
ไม่รู้ว่านอนอยู่นานแค่ไหน เธอไม่มีความง่วงเลยสักนิดเดียว ร่างกายชาไปครึ่งซีกแล้ว ขยับเขยื้อนเล็กน้อยก็รู้สึกชา กริ่งที่ประตูส่งเสียงดังขึ้นมาพอให้ได้ยิน
แพนด้าเห่าหนึ่งครั้งแล้วลุกขึ้นมา สายตาจ้องไปที่เธอ เธอลูบหัวที่มีขนฟูฟ่องของมัน แล้วลงจากเตียงไปเปิดประตู
เย่ป๋อมองเห็นสีหน้าท่าทางที่ซูบซีดของเธอก็ตกใจ “คุณยียีคุณไม่เป็นอะไรนะครับ”
ติงยียีพยักหน้าอย่างไร้เรี่ยวแรง การที่ไม่ได้กินอะไรทั้งวันทำให้เธอเวียนหัวตาลายเล็กน้อย ด้านหลังของเย่ป๋อยังมีผู้ชายอีกหนึ่งคนตามมาด้วย ผู้ชายคนนั้นเข้าบ้านมาอย่างเงียบๆแล้วเดินไปในห้องครัว
เย่ป๋อชิงอธิบายต่อว่า “หัวหน้าเชฟของโรงแรมตี้เหา คุณชายเป็นห่วงว่าคุณจะกินอะไรไม่ลง ก็เลยให้เขามาทำโจ๊กให้คุณทานสักหน่อย”
ติงยียีมองดูเชฟหยิบวัตถุดิบออกมาจากกล่องเก็บอุณหภูมิอย่างคล่องแคล่ว เสียงเบาๆดังขึ้นภายในห้องครัว เธอมองดูอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันกลับมาถามว่า “เธอยังสบายดีมั้ย”
เย่ป๋อลังเลอยู่ชั่วครู่ “เธอสบายมากครับ ถูกพากลับไปพักฟื้นที่บ้านแล้ว”
ติงยียีพยักหน้า ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกันอีก ครึ่งชั่วโมงต่อมา อาหารเลิศรสก็วางอยู่ตรงหน้าของติงยียี โจ๊กกุ้งมังกรที่ถูกเคี่ยวจนหอมข้น มาพร้อมกับอาหารว่างแสนอร่อย
เธอยิ้ม “มานั่งกินด้วยกันสิ”
“คุณยียี คุณทานเถอะครับ” เย่ป๋อยืนอยู่ด้านข้างอย่างดื้อรั้น ในใจของเขา ติงยียีคือคนที่คุณชายชอบ และก็เป็นคนที่ตนเองควรจะจงรักภักดี ไม่ควรล้ำเส้น
“มากินด้วยกัน” เธอพูดซ้ำอีกครั้ง น้ำเสียงยืนกรานหนักแน่น เย่ป๋อถอนหายใจเบามากจนแทบไม่ได้ยิน ไปหยิบชามกับตะเกียบออกมาจากในห้องครัว
เสียงบดเคี้ยวอาหารดังขึ้นภายในห้องที่เงียบสงบ หลายครั้งที่เย่ป๋อคิดจะช่วยพูดแทนคุณชาย แต่กลับไม่ได้พูดออกมา เขารู้ฐานะของตัวเองดี และปฏิบัติตามฐานะของตนเอง
ในที่สุดเย่ป๋อก็จากไปแล้ว ติงยียีมองดูบ้านที่กลับมาอ้างว้างเงียบเหงาอีกครั้ง และกลับไปที่ห้องนอนอีกครั้ง เธอพลิกตัวไปมา แต่กลับรู้สึกว่าความว่างเปล่านี้ทำให้เธอหดหู่อย่างยิ่ง
จู่ๆเธอก็ลุกพรวดพราดขึ้นจากเตียงลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กออกมา เอาของยัดใส่ข้างในอย่างบ้าคลั่ง เธอรู้ว่าเธอจำเป็นต้องไป ไปที่ไหนก็ได้สักแห่ง หากยังอยู่ที่นี่ต่อไปเธอต้องบ้าแน่!
แพนด้ามองเธออย่างหงุดหงิดเล็กน้อย ติงยียีรูดซิบกระเป๋าเดินทางแล้วลูบหัวของมัน “แพนด้าเป็นเด็กดีนะ พวกเราออกไปเที่ยวกันสองวัน”
แพนด้าเหมือนจะรู้ว่าตัวเองจะได้ไปกับเจ้าของ ก็กระดิกหางอย่างดีใจ เริ่มไปกัดกลอนประตูที่ประตูนิรภัย
บนถนนเงียบสงัด แต่หิมะขาวโพลนกลับตกโปรยปรายลงมาอีก บางครั้งก็มีรถยนต์ขับผ่านไปอย่างรวดเร็ว ม้วนเกล็ดหิมะขึ้นมาเป็นแผ่นๆ
ติงยียีรีบเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว บนถนนไม่มีรถแท็กซี่เลยสักคันเดียว เธอได้แต่ลากกระเป๋าเดินทางพลางเดินหาไปพลาง
“โฮ่งๆ!” แพนด้าหันกลับไปอีกครั้งเห่าพลางแยกเขี้ยวยิงฟัน ถ้าไม่ใช่เพราะติงยียีดึงเชือกจูงสุนัขไว้ให้แน่น มันคงพุ่งตัวเข้าไปในความมืดมิดแล้ว
ติงยียีหันกลับไปมอง ไม่เห็นอะไรเลย “แพนด้าอย่าเห่า อย่ารบกวนการพักผ่อนของคนอื่น”
ได้ยินเสียงดุของเจ้าของ แพนด้าจึงหมุนหัวตามไปอย่างไม่เต็มใจ ในความมืด ร่างสองร่างตามไปเหมือนเงา หนึ่งในนั้นพยักหน้าให้อีกคนหมุนตัวเดินจากไป
บริษัทเย่ซื่อ
เย่ป๋อยืนอยู่หน้าประตูไม่รู้ว่าตนเองควรจะเข้าไปหรือไม่ เขามองคุณชายที่กำลังพักผ่อนอยู่ ในใจคิดว่าให้เวลาเขาได้พักผ่อนอีกหน่อย แต่ข่าวในมือของเขากลับทำให้เขาเพิกเฉยไม่ได้
เขาแค่ขยับเล็กน้อย คนในห้องทำงานก็ตื่นขึ้นมาทันที สายตาคมกริบมองไม่ออกถึงความเหนื่อยล้าเลยสักนิด “เข้ามา”
เย่ป๋อเดินเข้าไป เขาสบสายตาที่เหมือนกำลังถามอยู่ของคุณชาย “คุณยียีเก็บสัมภาระออกจากบ้านแล้วครับ”
“ตอนนี้อยู่ที่ไหน” เย่เนี่ยนโม่พูดเบาๆ มีเพียงความแรงในการจับปากกาเท่านั้นที่เผยให้เห็นอารมณ์ของเขาในเวลานี้
“เธอไม่ได้กลับเมืองเหยาหนานแต่สุ่มเลือกลงเมืองตงฟังที่สถานีขนส่ง เพราะว่าเอาแพนด้าไปด้วย จึงนั่งรถแท็กซี่ไปครับ”
สายตาเย่เนี่ยนโม่มองไปที่นอกหน้าต่าง ตรงด้านหน้าของหน้าต่างกระจกบานใหญ่มีหิมะเกาะติดอยู่บนกระจก ไม่นานก็ถูกพัดปลิวไปอย่างไม่เต็มใจ “ช่วยจัดเตรียมทุกอย่างให้เธอด้วย คอยตามเธอต่อไป”
ผ่านไปพักใหญ่ เขายืนขึ้นและค่อยๆเดินไปด้านหน้าของหน้าต่างกระจกที่สูงจากเพดานจรดพื้นแล้วพูดเบาๆ เย่ป๋อรับคำสั่งแล้วออกไป เมื่อมาที่ระเบียงทางเดินก็ส่งคำสั่งไปให้คนที่คอยตามติงยียีอยู่ มีเสียงดังเล็กน้อยจากด้านหลัง เขาหันกลับเจอเข้ากับชิวไป๋
“พวกคุณส่งคนคอยตามยียีเหรอ” ชิวไป๋มองเขา เรื่องพวกนี้ในวงการบันเทิงมีให้เห็นไม่น้อย นักแสดงมากมายที่ผ่านมือเธอ ครอบครัวเขามักจะส่งคนคอยติดตามเพื่อปกป้องนักแสดง และเพื่อคอยกันพวกปาปารัซซี่ แต่ติงยียีไม่เหมือนกับพวกเขา สิ่งที่เธอเป็นห่วงก็คือติงยียีจะยอมรับได้หรือไม่
เย่ป๋อเปิดเผยอะไรมากไม่ได้ ได้แต่เปลี่ยนหัวข้อสนทนา “คุณมาทำอะไรที่นี่”