ตอนที่ 1576
บทที่ 1576หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1416
October 28, 2026
เธอพินิจพิจารณาหญิงชราอย่างเงียบๆ อีกฝ่ายกลับดูเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรอย่างนั้น แต่ว่าหางตาค่อยๆเหล่มองมาทางเธอ เหล่มองแบบนี้ทำให้เธอตื่นตระหนก หญิงชราคนนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน
“ท้องแล้วก็อย่าดื่มกาแฟ” ฝู้เฟิ่งหยีพูดลากเสียงยาว ซางหัวที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอก็รีบยกแก้วกาแฟตรงหน้าอ้าวเสว่ออกทันที
อ้าวเสว่โกรธมากแต่แสดงท่าทีอะไรไม่ได้ ฝู้เฟิ่งหยีมองผู้หญิงตรงหน้าคนนี้อย่างพินิจพิจารณา จากนั้นสายตาก็มองไปที่ท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยของเธอ
แน่นอนว่าเธอสืบมาแล้ว ผู้หญิงคนนี้เติบโตมาพร้อมกับหลานชายของเธอ ดูเหมือนไอคิวจะสูงมาก ความจำต่างจากคนทั่วไป ยกเว้นมีผู้ชายคนหนึ่งที่เธอค่อนข้างให้ความสนใจ หลังจากดื่มชาจนคล่องคอแล้ว เธอลูบแหวนมรกตกลมๆ ที่นิ้วของเธออย่างไม่ได้ใส่ใจ “ลูกชายของจิ่วจิ่วมีความสัมพันธ์อะไรกับเธอ”
จิ่วจิ่ว? อ้าวเสว่อึ้งไปก่อน จากนั้นก็นึกถึงเหยนหมิงเย้า ใจเต้นไม่หยุด หญิงชราคนนี้น่ากลัวเหลือเกิน ไปสืบเรื่องของเธออย่างเงียบๆ เธอลองต่อต้าน “ไม่ทราบว่าท่านคือ...”
“ตระกูลเย่ไม่ต้องการคนที่ต่อต้านฉัน” ฝู้เฟิ่งหยีพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก มองสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันทีของผู้หญิงตรงหน้าอย่างพอใจ ถ้าต้องการให้แม่เข้ามาตระกูลเย่ด้วยสถานะที่สูงส่งเท่ากับลูกเพื่อมาปรนนิบัติหลาน ผู้หญิงคนนี้ยังต้องอบรมสั่งสอนให้ดีก่อนถึงจะได้
อ้าวเสว่รู้สึกหงุดหงิดในใจ เธอเดาว่าคนนี้อาจจะเป็นแม่ของคุณลุงเย่ ไม่กล้าล่วงเกินอีก รีบพูดว่า “ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันค่ะ เขาคอยตามตื๊อฉันตลอด แต่ฉันรักเนี่ยนโม่เพียงคนเดียวค่ะ”
เธอไม่กล้าเงยหน้า เกรงว่าหญิงชราตรงหน้าจะมองพิรุธออก ในเมื่อเธอเป็นคนฉลาด ถ้าเธอมองออกว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเย่เนี่ยนโม่ก็จบเห่แน่
พักใหญ่ ฝู้เฟิ่งหยีพูดอย่างเย็นชาว่า “จิ่วจิ่วเป็นลูกสาวบุญธรรมของฉัน ลูกชายของเขาถือว่าเป็นหลานชายของฉันครึ่งหนึ่งด้วยเช่นกัน”
อ้าวเสว่เงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยความตกใจ จากนั้นก็รีบก้มหน้าอย่างรวดเร็ว ซางหัวที่คอยทุบหลังให้ท่านนายเย่อยู่ข้างๆ ในใจก็กลับมีความคิดบางอย่างขึ้นมา ท่านนายเย่คนนี้ แม้จะฉลาด แต่ก็รักหลานชายมาก ถ้าใช้ประโยชน์จากจุดนี้ เธอก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเข้าตระกูลเย่ไม่ได้
ภายในห้องเงียบกริบ แฝงด้วยความกดดันที่ทำให้คนหายใจไม่ออก หลังจากฝู้เฟิ่งหยี เห็นผลของการกดดัน เป็นไปตามที่ต้องการแล้วจึงเอ่ยอย่างพอใจว่า “หลานของตระกูลเย่ฉันจะไม่ไประหกระเหินอยู่ข้างนอกแน่นอน เธอเดินไปพร้อมกับฉัน ส่วนผู้หญิงคนนั้นเธอก็ไม่ต้องเอามาใส่ใจ บำรุงดูแลลูกในท้องให้ดี”
อ้าวเสว่ตกใจเล็กน้อย ในใจมั่นใจว่าเธอก็คือเย่เฟิ่งหยีแม่ของคุณลุงเย่ ระงับความตื่นเต้นในใจได้แล้วเธอก็ตอบอย่างเชื่อฟังว่า “ค่ะ! คุณย่า!”
เธอคิดไม่ถึงว่าทุกอย่างจะสมดั่งใจหวังโดยไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อย ว่ากันตามเหตุผลความเป็นไปได้ที่จะเข้าตระกูลเย่ของเธอทั้งหมดไม่มีเหลือแล้ว ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีคนทีมีอำนาจมากที่สุดโผล่ออกมากลางทาง ไม่เพียงช่วยให้เธอเข้าตระกูลเย่ได้ และยังช่วยเธอรับมือติงยียีด้วย มีเธออยู่ ติงยียีกับเย่เนี่ยนโม่ไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว!
ฝู้เฟิ่งหยีพอใจมากที่เธอเดาได้ว่าตนเองเป็นใคร เป็นเด็กที่ฉลาดมีไหวพริบ อีกทั้งพ่อเธอคือสวีเห้าเซิงนักวิทยาศาสตร์ ถือว่าฐานะเหมาะสมคู่ควรกัน แต่ว่าแม่คนนั้นของเธอ เธอยังหาข้อมูลที่มากกว่านี้ไม่ได้เลย
ทันใดนั้นบรรยากาศในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบนี่ทำให้อ้าวเสว่เริ่มกระสับกระส่ายขึ้นมา ไม่แน่ใจว่าทำไมบรรยากาศที่เพิ่งจะอบอุ่นเมื่อครู่ถึงกลายเป็นเย็นยะเยือกลงมาถึงจุดต่ำสุดได้
ฝู้เฟิ่งหยีมองเห็นสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อยของเธอ โบกมือไปทางด้านหลังซางหัว รีบก้าวไปข้างหน้าและเปิดกล่องเครื่องประดับอันวิจิตรสวยงาม ข้างในเป็นสร้อยข้อมือมรกตเส้นหนึ่ง อ้าวเสว่แค่มองดู ก็รู้ว่านี่คือจักรพรรดิแห่งอัญมณีสีเขียวที่ดีที่สุดในปัจจุบัน บวกกับฝีมือการออกแบบ สร้อยข้อมือนี้ราคาหนีไม่พ้นหนึ่งแสนหยวน
“ขอบคุณค่ะคุณย่า!” อ้าวเสว่รีบขอบคุณ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนน้อมเชื่อฟัง
ประตูถูกเปิดออก เย่เนี่ยนโม่เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว “คุณย่า” เขาคลี่ยิ้ม หญิงชราที่รักและเอ็นดูเขาอย่างยิ่งตั้งแต่เด็ก เขาก็ให้ความเคารพอย่างมาก
“หลานชายของฉัน!” ฝู้เฟิ่งหยีรีบลุกขึ้นยืน ไม่ต้องให้ซางหัวประคอง เดินไปอย่างรวดเร็ว บีบมือของเย่เยี่ยนโม่ไม่ปล่อย สายตามองเขาอย่างพินิจพิจารณา แม้เย่ชูหวินเองก็เป็นหลานชายเขา เธอก็รักและเอ็นดูมาก แต่ในใจส่วนลึกของเธอ ก็ยังชอบเย่เนี่ยนโม่ที่มีนิสัยคล้ายกับลูกชายเย่เชินหลินมากกว่า
เย่เนี่ยนโม่เหลือบมองไปยังอ้าวเสว่ที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างอ่อนน้อมเชื่อฟัง “คุณย่า ทำมาไม่บอกกันสักคำเลยครับ ให้ผมไปรับคุณย่าก็ได้”
ฝู้เฟิ่งหยีหัวเราะอย่างร่าเริงพลางเอ่ยว่า “ไม่ต้อง ย่ายังไม่ได้แก่ขนาดนั้น ยังไปไหนมาไหนได้! ไป ไปกินข้าวเป็นเพื่อนย่า!”
เย่เนี่ยนโม่ตอบรับ ประคองฝู้เฟิ่งหยีเดินไปข้างนอกซางหัวรีบเข้าไปประคองฝู้เฟิ่งหยีอีกด้านหนึ่ง ไม่ทันระวังนิ้วมือไปสัมผัสกับเย่เนี่ยนโม่ เธอใจเต้นรัว รีบก้มหน้า แต่กลับพบว่าสีหน้าอีกฝ่ายยังคงเป็นปกติเช่นเดิม ความผิดหวังเกิดขึ้นในใจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
อ้าวเสว่ลังเลอยู่ชั่วขณะ แล้วก็เดินตามไป ไปบ้านตระกูลเย่ เธอไม่ต้องแม้แต่จะเก็บของเตรียมตัวอะไร เดินตามพวกเขาไปได้เลย เดินไปถึงด้านรถ เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วมองอ้าวเสว่
“เนี่ยนโม่ นับตั้งแต่วันนี้ อ้าวเสว่จะเข้าไปอยู่ที่บ้านตระกูลเย่ ข้อนี้หลานคงไม่ขัดใจย่านะ”ฝู้เฟิ่งหยีพูดเบาๆ
เย่เนี่ยนโม่ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น พักใหญ่คิ้วจึงค่อยๆคลายออก “ผมจะเชื่อฟังคุณย่าครับ”
อ้าวเสว่ถอนหาบใจยาว กำลังคิดจะขึ้นรถ เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วพูดอย่างรำคาญว่า “ไปนั่งคันหลังโน่นไป”