ตอนที่ 1587
บทที่ 1587 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1427
October 28, 2026
ซางหัวรู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อย แต่ก็ยังกล่าวอย่างระมัดระวัง:“ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณนายคิดจริงๆนะคะ ดิฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณชาย ไม่คิดเลยสักนิดเดียวค่ะ”
อ้าวเสว่มองเธออย่างเย็นชา “ถึงคิดก็ไม่เป็นไร เพราะว่าเขานั้นเป็นผู้ชายที่ทำผู้หญิงหลายคนหวั่นไหว”
ซางหัวไม่กล้าพูดอะไรต่อ ได้แต่มองเธอครู่หนึ่งแล้วก็ก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว อ้าวเสว่ยิ้มขึ้นอีกครั้ง ลุกขึ้นแล้วมอบกล่องที่อยู่ในมือให้กับเธอ “มานี่ ตอนที่ฉันเข้ามาที่บ้านตระกูลเย่นั้น คุณย่าได้มอบของขวัญให้ฉันชิ้นหนึ่ง ตอนนี้ฉันก็อยากจะให้เธอสักหนึ่งชิ้น ต่อไปพวกเราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างปรองดอง?”
ซางหัวรับมาด้วยความตื่นเต้น มองอ้าวเสว่ด้วยความซาบซึ้งใจ อ้าวเสว่ยิ้ม “เธอค่อย ๆ แกะของขวัญนะ ฉันไปก่อน”
มองดูแผ่นหลังของอ้าวเสว่หายไปแล้วซางหัวก็แกะของขวัญออก ในกล่องของขวัญคือเสื้อที่ถูกตัดออกเป็นชิ้นส่วน ซางหัวกำกล่องกระดาษไว้แน่น ข้อต่อนิ้วที่ใช้แรงบีบมากเกินไปจนกลายเป็นขาวซีด เธอจ้องมองประตูอย่างดุเดีอด เธอจะต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเย่ให้ได้!
รุ่งเช้าต่อมา เย่เนี่ยนโม่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ มีพ่อบ้านยืนอยู่ข้าง พร้อมที่จะรับคำสั่งของเขาตลอดเวลา แต่กลับเห็นสายตาของเขาจดจ่ออยู่ที่หน้าหน้าหนึ่ง โดยไม่มีการเปิดพลิกหน้าต่อไป
การเดินทางไปอเมริกาครั้งนี้ก็ยังคงไม่มีข่าวคราว ติงยียีราวกับหายสาบสูญจากโลกนี้ไปแล้ว ไม่ว่าจะตามหาอย่างไรก็หาร่องรอยของเธอไม่เจอ
เย่เนี่ยนโม่กำหนังสือพิมพ์ไว้แน่น ในใจก็ยิ่งพร่ำเพ้อ ตอนแรกแค่เพียงต้องการตามหาตัวเธอให้เจอก็พอ ต่อมาก็เริ่มค่อย ๆ โมโหแล้วโกรธขึ้น เธอทำไมถึงได้เห็นแก่ตัวเช่นนี้ ทิ้งให้เขาเจ็บปวดอยู่คนเดียวแต่ความรู้สึกตอนนี้ก็กลายเป็นความเกลียด อยากจะขังเธอไว้ข้างกาย ต่อให้เธอจะเกลียดหรือโกรธก็ช่าง ฃจะใช้โซ่ล่ามเธอไว้
“หลานชาย?” ฝู้เฟิ่งหยีมองเขาด้วยความเป็นห่วง ตลอดทั้งเดือนมานี้ความบ้าคลั่งของเย่เนี่ยนโม่อยู่ภายใต้สายตาของเธอ ความยึดติดของเด็กคนนี้ที่มีต่อคนรักนั้นช่างมากเกินไป เธอไม่ได้โกรธผู้หญิงที่ชื่อติงยียี เธอแค่อยากให้ติงยียีอดทนไว้จนกว่าอ้าวเสว่จะคลอดลูก นอกจากสถานะที่ไม่สามารถให้เธอได้ ยังมีอะไรอีกที่ไม่สามารถให้ได้ แต่ดูเธอสิ กลับหนีไปไม่ลาสักคำ!
“คุณย่า” เย่เนี่ยนโม่ได้ดึงจิตใจกลับคืนสู่ปกติ เพียงแต่ว่าแววตานั้นยังไม่สามารถกลบเกลื่อนความอาฆาตได้ ฝู้เฟิ่งหยีกล่าวเบา ๆ: “ท้องของเสี่ยวเสว่ก็ใหญ่มากแล้ว ฉันไม่ค่อยเชื่อใจหมอต่างชาติ วันนี้แกไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนเธอหน่อยเถอะ”
อ้าวเสว่รีบเงยหน้าขึ้นมองเย่เนี่ยนโม่อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ก้มหน้าทานโจ๊กอย่างสงบเสงี่ยม ซางหัวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองด้วยความอิจฉา เมื่อไหร่กันที่เธอจะสามารถนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารของตระกูลเย่ และมีสถานะเท่าเทียมกับคนในบ้านของตระกูลเย่?
เย่เนี่ยนโม่ไม่ได้คัดค้าน “ครับคุณย่า”
เมื่อจะออกไป ซางหัวก็ได้ประคองฝู้เฟิ่งหยีและส่งทั้งสองคนออกจากประตู อยู่ ๆ อ้าวเสว่ทำท่าจะล้ม แขนเย่เนี่ยนโม่ข้างหนึ่งจึงรีบคว้าเอวของเธอ แขนอีกข้างหนึ่งก็คว้าแขนของเธอไว้ เขาขมวดคิ้ว “ระวัง”
อ้าวเสว่ตอบรับเสียงเบา ๆ จากนั้นก็หันหน้าไปทางฝู้เฟิ่งหยีแล้วทำท่าจะกล่าวลา แต่สายตากลับชำเลืองไปทางซางหัว ในแววตานั้นเต็มไปด้วยการท้าทาย เยาะเย้ย
มือของซางหัวที่วางไว้ด้านหลังได้กำแน่นขึ้น ความแค้นในใจก็ยิ่งมากขึ้น เย่เนี่ยนโม่จะต้องเป็นของเธอให้ได้ เมื่อขึ้นรถไป อ้าวเสว่อารมณ์ดีมาก มือกุมอยู่ที่หน้าท้องตลอดเวลา
“เนี่ยนโม่ เดี๋ยวพวกเราแวะทานอาหารด้านนอกด้วยกันสักหน่อยดีไหม นานแล้วที่ฉันไม่ได้ออกไป” มือทั้งสองข้างของอ้าวเสว่ไหว้ประกบกัน แล้วมองเย่เนี่ยนโม่ตาปริบ ๆ
เย่เนี่ยนโม่เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ไม่ได้ปฏิเสธ อ้าวเสว่จึงยิ้มตาหยีอย่างมีความสุข เธอเปิดเก๊ะรถออก อยากจะใส่ครีมทามือที่เธอพกติดตัวเข้าไป เพราะอย่างไรอนาคตเธอก็สามารถใช้มันได้ไม่ใช่เหรอ
ในลิ้นชักมีเครื่องประดับสร้อยคอวางอยู่นิ่ง ๆ จนกระทั่งมีมือข้างหนึ่งรีบหยิบมันขึ้นมา
“เนี่ยนโม่! สร้อยคอชิ้นนี้สวยมาก เข้ากับแหวนของฉันเลย” อ้าวเสว่หยิบแหวนที่เลือกไว้ตอนหมั้นออกจากกระเป๋า เพื่อทดสอบปฏิกิริยาของเขา
เย่เนี่ยนโม่ไม่ขยับและก็ไม่พูด เอาแต่จ้องมองสร้อยคอที่อยู่ปลายนิ้วอย่างเงียบ ๆ คิ้วของเขาขมวดแน่น และจิตใจก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ด้านหลังมีเสียงแตรดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงดังแหลมหู แต่เขากลับนิ่งเหมือนพระที่กำลังเข้าฌาน ราวกับว่าโลกนี้เหลือเพียงแค่เขากับสร้อยเส้นนี้เท่านั้น
กระจกหน้าต่างรถถูกเคาะ มีตำรวจท่านหนึ่งมองคนสองคนในรถด้วยสายตาที่ตั้งคำถาม ในที่สุดเย่เนี่ยนโม่ก็ดึงสติคืนมา แต่ว่าสีหน้ากลับยิ่งเย็นชา
ตำรวจจราจรก็เหมือนกับจะทราบว่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นใคร หลังจากคุยกันไม่กี่คำแล้ว ก็ได้ทำการสตาร์ทรถใหม่ แต่บรรยากาศในรถกลับแตกต่างไปจากเดิมอย่างชิ้นเชิง
อ้าวเสว่จ้องสร้อยคอในหว่างนิ้วของเขาที่จับไว้ตลอดเวลา ข้างในจึงเข้าใจราง ๆ ว่าทำไมตอนนั้นที่ตัวเองเลือกแหวนวงนั้นเขาถึงมีปฏิกิริยาที่รุนแรงขนาดนั้น ทำไมเวลาที่มองแหวนวงนี้แล้วเขาถึงใจลอย สามารถทำให้เขาเป็นแบบนี้ได้คงมีแต่ติงยียีสินะ
รถยนต์ได้วิ่งราวกับฟ้าแลบมาจอดเทียบที่หน้าโรงพยาบาล ซางหัวสาวใช้ในบ้านตระกูลเย่ที่ได้มารอที่หน้าโรงพยาบาลอยู่ก่อนแล้วก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับ ซางหัวเห็นใบหน้าที่โมโหของเย่เนี่ยนโม่ ก็รู้สึกมีความสุขในใจ
เธอนั้นขออนุญาตท่านนายเย่แล้วถึงได้มาที่ เมื่ออ้าวเสว่เห็นเธอ ตอนแรกคือตกใ จากนั้นก็ฉีกยิ้มขึ้น และยิ้มเยาะเย้ยอยู่ในใจ ‘ดีมาก แม้แต่แบบนี้ก็ยังจะตามมาอีก อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอได้ลิ้มลองความโมโหของชายที่เธอรักก็แล้วกัน’
ในห้องปรึกษาพิเศษของผู้อำนวยการโรงพยาบาล สูตินรีแพทย์หลายคนได้วนรอบตัวอ้าวเสว่ ซางหัวยืนกระสับกระส่ายอยู่ข้าง ๆ เอาแต่ชำเลืองมองออกไปด้านนอก ครุ่นคิดในใจว่า อ้าวเสว่จะไม่สามารถปลีกตัวไปไหนได้เนื่องจากต้องทำการตรวจครรภ์ นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้อยู่กับคุณชายสองต่อสองตามลำพัง