ตอนที่ 1617
บทที่ 1617 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1457
October 28, 2026
“ฉันรู้ว่าพวกเธอจงใจ ช่างเถอะ ยังไงซะเธอก็มีเหนียนโม่เข้าข้าง !” อ้าวเสว่พูดอย่างไม่พอใจ
แพนด้าวิ่งออกประตูใหญ่ไปแล้ว ติงยียีไม่ทันได้ใส่ใจอ้าวเสว่ วิ่งตามออกไปทั้งๆที่ใส่ชุดอยู่บ้าน
ในสวนสาธารณะ เย่ชูหวินสังเกตดูๆแล้ว “ไม่มีอะไร มันน่าจะเข้าช่วงติดสัดแล้วล่ะ”
“ติดสัด?”ติงยียีพูดอย่างอ้ำๆอึ้งๆ
เย่ชูหวินมองหน้าเธอแปปนึง “คนยังมีความต้องการ สุนัขก็เหมือนกัน”
“งั้นต้องทำไงล่ะ?”ติงยียีทำอะไรไม่ถูก เย่ชูหวินพูดแนะนำ “ตอนที่ผมเป็นสัตวแพทย์ก็มีเพื่อนอยู่สองสามคนที่เลี้ยงพันธุ์แท้ คุณจะลองดูไหมล่ะ?”
“ดีเลย งั้นเราไปกันตอนนี้เลยเถอะ!”ติงยียีลุกขึ้นจะไป เธอรีบมากจริงๆ
เย่ชูหวินมองเธออย่างขำๆ “คุณจะไปตอนนี้เลยหรอ?”
ติงยียีก้มลง เธอใส่เดรสที่ยาวถึงแค่เข่า แถมยังเป็นเดรสลายการ์ตูน แบบนี้ดูไม่ดีแน่
เธอพูดอย่างรีบร้อน “งั้นฉันกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแปปนึง”
เสื้อคลุมตัวนึงก็ตกลงมาคลุมหัวเธอ เธอรีบปัดออก แล้วก็พบกับใบหน้าจริงจังของเย่ชูหวิน “คุณจะใส่อะไรตอนอยู่กับผมผมก็ไม่ว่าอะไรทั้งนั้นแหละ แต่ผมกลัวว่าคุณจะหนาว!”
ติงยียีหน้าแดง พึมพำพลางถอยหลังเล็กน้อย เย่ชูหวินก็ไม่ได้พูดอะไร จูงแขนเสื้อคลุมของเธอที่ยาวออกมาออกไปข้างนอก ตรงนอกคฤหาสน์ ติงยียีมองเข้าไปข้างใน “คุณคิดว่าเจ้าของทิเบตันมาสทีฟตัวนั้นจะยอมรับแพนด้าไหม?”
เย่ชูหวินพูดรับอย่างเต็มอก “วางใจเถอะน่า ความรักของแพนด้าให้ผมจัดการเอง ผมแพ้เองมาแล้วครั้งนึง ผมจะไม่ทำให้ความรักของเจ้าหนูนี่พังแน่”
ตอนที่กำลังพูดกันอยู่ประตูสองด้านก็เปิดออก คนรับใช้คนนึงยิ้มให้พวกเขา “คุณผู้หญิงรอพวกคุณอยู่นานแล้วค่ะ กำลังรอให้พวกคุณเข้าไป”
ในห้องรับแขก ผู้หญิงที่อยู่ในชุดสีชมพูนั่งยิ้มมองพวกเขาสองคนอยู่บนโซฟา “ชูหวิน ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอกันอีก”
เย่ชูหวินมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า ถึงแม้ว่าจะคุ้นอยู่บ้าง แต่ก็เลือนราง ผู้หญิงคนนั้นเริ่มพูด “ฉันชื่อจูหลิน เคยทานข้าวกันเมื่อก่อนน่ะ ”เธอหันหน้าไปหาติงยียี “นี่คือผู้หญิงคนที่เธอบอก?”
ติงยียีตอบชัดถ้อยชัดคำ “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อติงยียี”
ทั้งสองคนจับมือกัน จูหลินโบกมือเรียกคนรับใช้ ไม่นานนังทิเบตันมาสทีฟอีกตัวก็ถูกจูงออกมา สุนัขทั้งสองตัวทำความรู้จักกัน ต่างวนเวียนกันอยู่ที่ตัวของอีกฝ่าย ดมกลิ่นของกันและกัน
“ดูแล้วเจ้าเถาชี่น่าจะชอบสุนัขของเธอมาก ก่อนหน้านี้มันไม่ค่อยสนใจตัวอื่นๆเลยล่ะ” จูหลินกัดริมฝีปาก ยิ้มอย่างสบายใจราวกับจ้องมองลูกแท้ๆ ไม่มีท่าทีหยิ่งไม่ปลอม ติงยียีเอง็รู้สึกดีกับเธอ
“คุณผู้หญิงคะ เชิญตามมาทางนี้ค่ะ”คนรับใช้เดินนำ ยืนดูติงยียีอยู่ข้างๆ
เย่ชูหวินอยากจะตามไปด้วย จูหลินพูดอยู่ด้านหลัง “คุณชายเย่คะ ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม? ”
ติงยียีมองออกว่าผู้หญิงที่ชื่อจูหลินคนนี้น่าจะชอบเย่ชูหวินอยู่เหมือนกัน เธอรีบบอกปัดเย่ชูหวิน “ฉันไปเองก็ได้ คุณอยู่คุยเถอะ”
มองติงยียีเดินออกไป เย่ชูหวินถึงได้ละสายตา เขานั่งอยู่สบายใจบนโซฟา ส่วนจูหลินก็นั่งเงียบๆจนกระทั่งเขามองมาถึงได้เริ่มปริปาก “ขอโทษนะที่ใช้วิธีนี้พานายมาถึงนี่ แต่ว่าทิเบตันมาสทีฟของฉันก็ต้องการคู่จริงๆ”
เย่ชูหวินเลิกคิ้ว “คุณฉลาดมาก”
จูหลินยิ้ม “ฉันชอบคุณมาก เคยคิดด้วยว่าผู้หญิงที่จะทำให้คุณหลงได้จะต้องเลิศเลอแค่ไหนกัน หรืออาจจะเป็นเพราะว่าฉันยังไม่เห็นอะไรในตัวคุณยียี”
เธอนั่งอย่างสง่างาม บนผนังด้านหลังแขวนประกาศณียบัตรการจบการศึกษาจากโคลัมเบีย และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเยล เธอรูปร่างดี ทั้งมีมารยาท และมีธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ แต่ว่าผู้ชายที่เธอชอบดันไปชอบผู้หญิงคนนึงที่ไม่มีอะไร
เย่ชูหวินมองไปที่เธอแล้วพูดอย่างจริงจัง “คุณดีมาก แต่ว่าความรักใช้ความเก่งมาวัดไม่ได้ แล้วก็นะ”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง เหมือนว่าจะคิดอะไรสักอย่าง “ผมคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เลิศเลอที่สุดในโลกแล้วล่ะ”
“งั้นหรอกหรอ?”จูหลินยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มนั้นกลับดูแข็งทื่อเล็กน้อย ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันต่อ จนกระทั่งติงยียีจูงแพนด้าออกมา
เมื่อออกมาเธอก็มาพูดข้างหูเย่ชูหวินเบาๆ “รู้งี้ไม่ไปดีกว่า คุณไม่รู้หรอกว่าฉันกับคนรับใช้มองกันอยู่ข้างๆอึดอัดใจกันขนาดไหน!”
ผมของเธอตกลงที่คอของเย่ชูหวิน เย่ชูหวินขยับเข้ามาอีก แววตาที่มองเธอด้วยความรักเต็มเปี่ยมนั้น ไม่มีที่ว่างให้กับใครอื่นอีกแล้ว
จูหลินที่อยู่ข้างๆก็พูดขึ้น “คุณติงยียีค่ะ วันนี้คุณใส่ชุดนอนมาหรอ?”
เธอรู้ว่านี่เป็นการเสียมารยาทมาก แต่ในฐานะผู้หญิงคนนึงที่ดีพร้อมไปซะทุกอย่างได้เห็นผู้ชายที่ตัวเองชอบไปชอบผู้หญิงที่ไม่มีอะไรคนนึง ความรู้สึกแบบนี้มันแย่ที่สุด
เมื่อติงยียีได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร แต่กลับเป็นเย่ชูหวินที่มองหน้าเธอ แต่สักพักเขาก็หันกลับมามองติงยียี ราวกับว่าถ้าไม่ใช่สิ่งที่ติงยียีพูดก็ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจอะไร
ติงยียีตอบอย่างใจเย็น “ไม่ใช่ชุดนอนค่ะ เป็นชุดอยู่บ้าน”