ตอนที่ 1618
บทที่ 1618 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1458
October 28, 2026
เขาเพิ่งจะหันออกไปก็ได้ยินเสียงร้องของอ้าวเสว่ เขารีบกลับไป เห็นว่าอ้าวเสว่กุมท้องนั่งอยู่ สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาถามอย่างไม่ได้ระวังตัวนัก “เป็นอะไรไป ปวดท้องหรอ?”
อ้าวเสว่กุมท้อง รอให้การเคลื่อนไหวในท้องสงบลง เธอยิ้มให้กับเขา “ไม่มีอะไร มะกี้เขาถีบฉันน่ะ”
“ถีบได้?ตอนนี้เขาถีบคน?”เหยนหมิงเย้าหน้าตาจริงจังมาก แววตาแฝงไปด้วยความประหลาดใจ
อ้าวเสว่พยักหน้า ทันใดนั้นก็ร้องตกใจอีก “เขาถีบฉันอีกแล้ว!”
ทั้งสองคนจ้องมองท้องที่ตุงขึ้นมา เหยนหมิงเย้าเข้ามาใกล้อีกนิด อ้าวเสว่ตกใจอยู่เล็กน้อย ตอนที่เหยนหมิงเย้าเข้าใกล้ธอ ลูกน้อยจะขยับมากขึ้นเป็นพิเศษ!
เหยนหมิงเย้าก็รู้สึกตกใจ ทั้งที่รู้ว่าเป็นลูกของเย่เหนียนโม่ แต่เขาก็เกลียดเด็กไม่ลง กลับกันเมื่อได้ยินอ้าวเสว่พูดถึงเรื่องลูกก็ดีใจจนควบคุมตัวเองไม่อยู่
“อ้าวเสว่ พวกเธอกำลังคุยอะไรกันน่ะ?”อยู่ๆฝู้เฟิงหยีก็โผล่มายืนข้างหลังทั้งสองคนที่หัวเราะพูดคุยกันอยู่
อ้าวเสว่ตกใจ แต่ก็ตอบไปอย่างรวดเร็ว “ไม่มีอะไรค่ะ ฉันทำไวน์หก คุณเหยนมาช่วย แล้วลูกก็ดิ้นค่ะ”
“จริงหรอ?ต่อไปต้องดื้อแน่ๆ!พอพูดถึงเรื่องลูกฝู้เฟิงหยีก็สบายใจขึ้นมาทันที ”จิ่วจิ่วมองออกไปข้างนอก “แปลกจัง เหนียนโม่ล่ะ?วันนี้เขาไม่ว่างหรอ”
พอพูดถึงก็มาเลย เย่เหนียนโม่พาติงยียีเข้ามาด้วย สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
เหยนหมิงเย้ามองไปที่อ้าวเสว่ เธอไม่ได้มีอะไรแปลกไปแต่ในใจก็ยังแอบคิดว่าไม่ปกติ แต่ยังไงซะอ้าวเสว่ก็ท้องลูกของเขาอยู่ เขาทำแบบนี้ถือเป็นการทำร้ายอ้าวเสว่
“คุณชายเย่ผู้แสนยุ่ง ”เหยนหมิงเย้าพูดจี้จุด เย่เหนียนโม่นั่งลง เห็นว่าติงยียีไปนั่งเก้าอี้ที่ไกลจากเขาตรงประตู คิ้วของเขาก็ขมวดขึ้น “ได้ยินมาว่าช่วงนี้บริษัทของนายมีเรื่องหรอ?”
เหยนหมิงเย้าหน้าเคร่งขึ้นมาทันที เป็นผู้ชายก็ไม่อยากให้ใครเห็นจุดอ่อนในหน้าที่การงานกันทั้งนั้น เขาทำธุรกิจเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง ช่วงนี้ลูกค้าไม่ยอมจ่ายเงิน เขายุ่งวุ่นกับเรื่องนี้มาก
“ศูนย์การค้านานาชาติตอนนี้เปิดประมูลอู่ซ่อมรถอยู่นะ”เย่เหนียนโม่พูดอย่างเป็นกันเอง แต่คนที่อยู่ตรงนั้นแค่ฟังก็รู้ พูดถึงการประมูลก็คือการเสนอทางรออกให้เหยนหมิงเย้า
อ้าวเสว่นั่งเงียบๆอยู่ข้างๆ คิดไปถึงคำพูดของทั้งสองคน เธอกังวลว่าถ้าเหยนหมิงเย้าไม่พอใจขึ้นมาจะเอาเรื่องของตัวเองมาพูด เธอได้จบเห่แน่
เหยนหมิงเย้าไม่ได้ตอบอะไรอยู่นาน เธออดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมา ได้สบสายตากันกับเหยนหมิงเย้าพอดี ทั้งสองคนรีบละสายตาออกจากกัน เหยนหมิงเย้ายิ้มออกมาเบาๆที่มุมปาก “ขอบใจนะ”
คำพูดของเขาทำให้อ้าวเสว่ต้องใจสั่นอีกครั้ง เขาจะทำอะไร ทำไมต้องตอบรับความช่วยเหลือของเย่เนียนโม่?ฝู้เฟิงหยีที่อยู่ข้างๆคิดว่าทั้งสองก็พูดกันมาพอประมาณแล้ว ย้มพูดขึ้น “พอแล้วๆ กินข้าวก่อนเถอะๆ วัยรุ่นใจร้อน เหมือนกับเชินหลินตอนสมัยวัยรุ่นไม่มีผิด”
จิ่วจิ่วพูดเสริม “ใช่เลย !ลูกนี่ ไม่เห็นจะเอาการเอางานแบบนี้ ทำไมตอนนี้มุ่งมั่นขนาดนี้ล่ะ เมื่อก่อนเคี้ยวเข็ญยังไงก็ไม่ฟัง!”
เหยนหมิงเย้าพูดเป็นนัย “ในบางครั้งก็อยากสู้เพื่อใครบางคนบ้าง”
สายตาของจิ่วจิ่วกวาดผ่านอ้าวเสว่ไป แววตาของเธอจริงจังขึ้นมา ฝู้เฟิงหยีกลับพูดอย่างสบายใจ “ชอบลูกสาวบ้านไหนเข้าล่ะ บอกย่าได้นะ เดี๋ยวย่าไปขอให้”
“ไม่ต้องหรอกครับคุณย่า ผมแค่อยากให้เธอมีความสุข หวังว่าธอจะเห็นความพยายามของผมก็พอแล้ว”เหยนหมิงเย้าพูดเสียงปกติมองทุกคนโดยรอบ
อ้าวเสว่อดไม่ได้จึงยกน้ำดื่มแก้วนึง เธอรู้สึกว่าปากแห้งมาก ทำได้เพียงดื่มน้ำระงับความกระวนกระวายของตัวเอง
เย่เหนียนโม่ไม่ใส่ใจหรอกว่าเหยนหมิงเย้าจะชอบใคร เขามองไปที่ติงยียี เห็นว่าเธอนั่งตัวตรงมองอาหารบนโต๊ะไม่ละสายตา แววตาของเขาซ่อนรอยยิ้ม “คุณย่าครับ ป้าจิ่วจิ่ว เรากินข้าวกันเถอะ”
“ใช่ !กินข้าวกันก่อนเถอะ ”จิ่วจิ่วลุกขึ้นอย่างสบายใจ คีบน่องไก่ไปวางให้เย่เหนียนโม่ในถ้วย เห็นหญิงสาวนั่งอยู่ตรงประตู จิ่วจิ่วก็จะตักเต้าฟู้หมาโผให้เธอ เป็นเพราะว่าตำแหน่งที่นั่ง การจะตักอาหารให้ติงยียีจำเป็นต้องอ้อมอ้าวเสว่ไปก่อน อ้าวเสว่เข้าใจว่าหล่อนจะตักอาหารให้เธอ จึงรีบเอาถ้วยมารับ
จิ่วจิ่วชะงักไปครู่ ก็เอาเต้าหู้ใส่ถ้วยของเธอ ตักใหม่อีกช้อนให้ติงยียี “มาจ่ะ ลูกสาว กินนี่หหน่อย อันนี้อร่อย”
ติงยียีรีบลุกขึ้นมารับ อีกนิดแทบจะก้มคำนับแล้ว “ขอบคุณนะคะป้า”อ้าวเสว่แทบกลืนเต้าหู้ในปากของเธอไม่ลง เธอคิดไปเองคนเดียวหรอเนี่ย?
ระหว่างนั้น เย่เหนียนโม่เห็นติงยียีตักข้าวเยอะมาก เห็นได้ชัดว่าจ้องกึ๋นไก่อยู่ แต่หยิบแค่ตะเกียบ “คุณย่า กินหน่อไหม้อันนี้เยอะๆนะครับ ”
ติงยียีกำลังตักข้าวในถ้วย โต๊ะหมุนหมุนมาอยู่ตรงหน้าเธอ ในที่สุดอาหารที่ตัวเองชอบกินก็หมุนมาถึงแล้ว