ตอนที่ 1622
บทที่ 1622 สาวใช้ของคุณชายเย่ 1462
October 28, 2026
มันไม่สามารถก้าวขึ้นบันไดได้ มันพาร่างที่สั่นเทาของมันเดินไปยังมุมกำแพงที่มีหญ้าร่วงหล่นอยู่ มันซ่อนตัวเองไว้ในกองใบไม้ที่ร่วงหล่น อากาศกำลังดี มีนกตัวหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากมันมากนัก มันใช้เรี่ยวแรงที่น้อยนิดของมันเดินไปเรื่อยๆ
ท้องของมันขยับขึ้นลงอย่างรวดเร็วสองสามครั้ง ลำคอของมันส่งเสียงครางออกมา น้ำตามันไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ขนของมันไม่แวววาวอีกต่อไป และในที่สุดหัวใจของมันก็หยุดเต้น!
ติงยียีตื่นขึ้นมาทันทีหลังจากได้รับโทรศัพท์จากชิวไป๋ ทันใดนั้นชิวไป๋ก็พูดว่า “ยียีมีเรื่องฉุกเฉิน เธอมีเวลากลับบ้านเป็นเพื่อนฉันไหม!”
“เกิดอะไรขึ้น!” ติงยียีได้ยินเสียงที่ร้อนรนของเธอ เธอตกใจมากจนความง่วงหายไปหมด
ชิวไป๋รีบพูดว่า “เธอรีบออกมาก่อน อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกัน ฉันบอกเธอในโทรศัพท์ไม่ได้”
สายโทรศัพท์ถูกวางสาย ติงยียีลุกจากเตียงอย่างรวดเร็วและเปิดตู้เสื้อผ้า ในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ส่งมาเมื่อวานนี้ แต่เธอไม่ได้ดูเลย เธอเลือกชุดจากเสื้อผ้าสองสามชุดที่เธอมีมาสวมใส่
เธอจำไม่ได้ว่าแพนด้ายังไม่กลับมา ปกติมันเชื่อฟังมากๆ เวลาที่มันเห็นเธอยุ่งๆ มันก็จะอยู่คนเดียว ห้องที่บ้านของตระกูลเย่ให้มานั้นใหญ่เกินไป บางทีมันอาจจะอยู่ตรงหัวมุมสักที่แล้วเธอมองไม่เห็นมัน
เธอรีบรวบผมแล้วลงไปชั้นล่าง ในตอนแรกเธอตั้งใจจะไปที่ห้องครัวเพื่อเอาขนมปังปิ้งแล้วออกไปทันที แต่เธอเห็นเย่เนี่ยนโม่จิบกาแฟสบายๆ ตรงโต๊ะอาหาร ในขณะที่อ่านหนังสือพิมพ์ไปด้วย และตรงข้ามกับเขาก็มีเบคอน ไข่ และนมวางอยู่
เย่เนี่ยนโม่วางหนังสือพิมพ์ลงและเหลือบมองไปด้านข้างของเธอ ติงยียีบึนปาก ก่อนที่จะนั่งลงตรงข้ามเขา ทันใดนั้นเขาก็ลุกขึ้น ขาเรียวยาวของเขาอยู่ในกางเกงสูทสีดำ จากนั้นก็เดินตรงไปหาเธอ
เธอตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นเพื่อปฏิเสธ มือข้างหนึ่งชี้ไปที่กระดุมของเธอ “ติดกระดุมผิดเม็ด”
เธอก้มศีรษะลง กระดุมเม็ดแรกบนเสื้อผ้าติดอยู่กับกระดุมเม็ดที่สองจริงๆ และกระดุมเม็ดที่สองติดอยู่กับกระดุมเม็ดที่สาม
ที่จริงเขาสามารถนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วชี้บอกเธอได้ แต่เขาก็ยังเดินไปหาเธอแล้วชี้ให้เห็น เพื่อให้เธอดูน่าเกลียดเหรอ? ใบหน้าของเธอแดงก่ำ และเธอรู้สึกว่าเสื้อชั้นในสีแดงเหมือนจะโผล่ออกมา
มือใหญ่ลูบผมของเธอ เย่เนี่ยนโม่ยิ้ม “ทานข้าวก่อนเถอะ”
เธอก้มศีรษะลง ยัดเบคอนเข้าไปในปาก นมในมือถูกผลักไปข้างหน้า เธอยกมันขึ้นและกลืนลงคอ แต่เธอก็สำลักและไอออกมา
เย่เนี่ยนโม่ตบหลังเธอเบาๆ ด้วยมือใหญ่ จนอาการไอของเธอค่อยๆ ลดลง เขารู้สึกถึงความอึดอัดของเธอ เขาเลยกลับไปนั่งลงอีกครั้ง แล้วก็หยิบหนังสือพิมพ์ที่เขาอ่านจบไปแล้วขึ้นมาอีกครั้ง
ติงยียีมองดูเขา เมื่อเห็นว่าเขากำลังดูหนังสือพิมพ์อย่างจริงจังเธอก็ถอนหายใจออกมายาวๆ เธอก้มศีรษะลงเพื่อจัดการกับเสื้อผ้าที่โดนนม แต่เธอไม่ทันเห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขา
หลังจากทานอาหารเช้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เย่ เนี่ยนโม่ก็ยังไม่ออกไปไหน เขามองไปที่เธอ “จะไปไหน”
“ออกไปข้างนอก ยังไงคุณก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” บรรยากาศระหว่างทั้งสองเริ่มตึงเครียดอีกครั้งเมื่อมาถึงบทสนทนานี้
“ให้คนขับรถพาไป”
“แล้วไงต่อ? หลังจากส่งฉันเสร็จก็ถือโอกาสติดตามฉันต่อใช่ไหม”
“ติงยียี!” เย่เนี่ยนโม่กัดฟันพูดคำสามคำนี้ออกมา ดวงตาของเขาไม่สามารถซ่อนความเจ็บปวดและความโกรธไว้ได้ ติงยียีหลับตาลงและพูดเบาๆ ว่า “ฉันเข้าใจแล้ว”
เธอเดินออกไปด้วยเท้าที่หนักหน่วง ทันใดนั้นก็มีร่างกายที่อบอุ่นแนบไปกับหลังของเธอ เย่เนี่ยนโม่โอบเอวเธอไว้ เขาเอนศีรษะพิงลงตรงซอกคอและดมกลิ่นหอมบนเส้นผมของเธอ
“ขอโทษนะ ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้” เขาลังเลและพูดต่อ “ผมกังวลว่าคุณจะหายตัวไปอีกครั้งในบ่ายวันใดวันหนึ่ง คราวนี้ผมหาคุณเจอพอดี แล้วครั้งต่อไปล่ะ ผมทำใจไม่ได้ที่จะหักปีกของคุณ ผมทำได้แค่ขังคุณไว้ข้างกายผมแบบนี้”
ติงยียีฟังเงียบๆ เธอไม่รู้ว่าการจากไปของเธอจะทำให้เย่เนี่ยนโม่รู้สึกไม่ปลอดภัยขนาดนี้ ใบหน้าที่เอาแต่ใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“แต่ถ้าคุณทำแบบนี้อีก ฉันจะไม่กลับมาแล้วจริงๆ” ติงยียีมองออกไปนอกหน้าต่าง พระอาทิตย์ที่อยู่นอกหน้าต่างสดใสมาก มีนกตัวหนึ่งกระโดดขึ้นไปบนกิ่งไม้ และกิ่งไม่นั้นก็ยอดสีเขียวยื่นออกมา
เย่เนี่ยนโม่กำมือแน่น “ผมไม่อนุญาต!”
“เย่เนี่ยนโม่” รัศมีอันรุนแรงของเขาดูเหมือนจะทำให้เธอสงบมากขึ้นเรื่อยๆ “ให้อิสระกับฉันบ้าง อย่างน้อยตอนที่ฉันจากไปฉันก็จะไม่ใจร้ายกับคุณขนาดนั้น”
ความยับยั้งชั่งใจในร่างกายของเธอหายไป ร่างกายของเธอถูกดึงเข้ามา เย่เนี่ยนโม่มองไปที่เธอด้วยสายตาที่หนักแน่น “ผมจะไม่ปล่อยคุณไป แต่ผมยินดีที่จะลองพยายามไม่กักขังคุณไว้”
ก่อนที่ติงยียีจะได้พูดอะไรเขาก็ได้ปล่อยเธอ เขาเอื้อมมือออกไปและมองดูนาฬิกาของเขา “ห้าชั่วโมง”
“นี่คุณ” ติงยียีมองเขาด้วยความสงสัย แต่เธอเห็นเขาเดินเข้ามาใกล้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะทิ้งรอยจูบไว้บนหน้าผากของเธอ “ผมยังจะให้คนขับรถไปส่งคุณ ระยะทางมันไกลเกินไป”
ติงยียีนั่งอยู่ในรถมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความมึนงง โทรศัพท์ในมือดังขึ้นอีกครั้ง เสียงของชิวไป๋ก็ดังขึ้น “คุณหนูทำไมเธอยังไม่ถึงอีก เลือกรถคันที่เร็วที่สุดของตระกูลเย่สิ!”
เสียงของเธอดังออกมาอย่างชัดเจนผ่านไมโครโฟน และติงยียีก็รู้สึกว่าคนขับเร่งความเร็วขึ้น เธอมองดูเขาอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะปลอบโยนชิวไป๋สองสามคำแล้ววางสาย
หน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้น เธอถูกเวลาบนหน้าจอดึงดูดความสนใจ เธออดไม่ได้ที่จะคำนวณเวลาที่เหลือ เธอไม่โกรธเย่เนี่ยนโม่ที่หวงเธอเกินไป แต่เขากำลังเปลี่ยนไปเพื่อเธอ เธอเห็นในดวงตาของเขามีประกายของความเจ็บปวด
ความคิดของเธอวุ่นวายเกินไป และเธอก็มาถึงที่หมายก่อนที่เธอจะรู้ตัว มีรถโรงเรียนสีแดงจอดอยู่ที่ใจกลางสนาม ชิวไป๋สวมเสื้อยืดหลวมๆ และในมือของเธอก็คีบบุหรี่อยู่ เธอยืนพ่นควันอยู่อีกด้านหนึ่ง