ตอนที่ 1624
บทที่ 1624 สาวใช้ของคุณชายเย่ 1464
October 28, 2026
เย่ชูหวินเอาผ้าพันคอมาพัน ติงยียียังไม่ทันรู้ตัว ปลายของผ้าพันคออีกด้านพันไปที่คอของเธอ ผ้าพันคอทำให้สองคนห่างกันไม่มาก
“ไปเถอะ รีบไม่ใช่หรอ?”เย่ชูหวินยิ้ม ก่อนจะเป็นฝ่ายดึงข้อมือเธอเดินไป
เวลาค่อยๆผ่านไปเหมือนกระแสน้ำ หิมะด้านนอกหน้าต่างตกหนักขึ้นอย่างคาดไม่ถึง “ดูเหมือนนี่จะเป็นหิมะที่ตกครั้งสุดท้ายก่อนตรุษจีนเลย”
ติงยียีตอบรับอย่างช้าๆ สายตาของเธอมักจะเคลื่อนไปมองนาฬิกาที่ข้อมือบ่อยๆ อารมณ์กระสับกระส่าย วิตกกังวลใจ ทั้งหมดล้วนแสดงออกมาบนใบหน้า
เย่ชูหวินเคลื่อนสายตากลับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดเบาๆว่า “ใกล้ถึงแล้ว”
พอรถจอดลง ติงยียีรีบเปิดประตูกระโดดลงไป เธอหันไปทางเย่ชูหวินแล้วยกมือทำท่าจากลา จากนั้นเธอก็วิ่งไปทางประตูใหญ่ของตระกูลเย่ ผมหางม้าของเธอสะบัดไปมา
เย่ชูหวินอยู่บนรถที่อบอุ่น มองภาพเงาของเธอไกลออกไปเรื่อยๆ จากนั้นก็หายไปจากสายตาของตัวเอง ในปากเต็มไปด้วยรสชาติของความขมขื่น เขาเปิดที่เก็บของด้านหน้า ก่อนจะหยิบซองบุหรี่ที่ไม่ถูกใช้งานมานานแล้วออกมา
ไฟสีส้มสว่างไสว กลิ่นนิโคตินอ่อนๆ กระตุ้นต้อมรับรส ควันข้างนอกหน้าต่างค่อยๆปกคลุมรถ หัวใจที่อ้างว้างถูกกักขังอยู่ในหน้าอก และผู้ที่โดดเดี่ยวถูกขังอยู่ในรถด้วยหิมะที่อ้างว้าง
ติงยียีเดินเข้าประตูไป เธอก็ถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดที่อบอุ่นอย่างรุนแรง เธอเงยหน้าขึ้นมองเย่เนี่ยนโม่อย่างยากลำบาก ภายในห้องรับแขกมีนาฬิกาลูกตุ้มที่ใหญ่มาก เวลากำลังพอดี ไม่ช้าแม้แต่วินาทีเดียว
เย่เนี่ยนโม่แบกรับความรู้สึกทั้งหมดไว้บนไหล่ของเขา ความกังวล ความดุร้าย ความสับสนทั้งหมดของเขาถูกกระตุ้นขึ้นมา เขารู้ว่าเธอจะต้องเจ็บปวด แต่เขาไม่สามารถผ่อนคลายลงได้
ติงยียีเงยหน้าเหมือนถูกบีบบังคับ เธอมองไปยังโคมไฟแขวนบนเพดาน มือที่ห้อยอยู่ข้างๆ ค่อยๆ ยกขึ้น
“เนี่ยนโม่!” อ้าวเสว่ยืนอยู่ข้างหลัง เธอเรียกอย่างอ่อนโยน ราวกับว่าคนที่กอดอยู่ตรงหน้าไม่ยืนอยู่ตรงนี้ เย่เนี่ยนโม่กวาดสายตามอง เขาจับมือของติงยียีไว้และเตรียมจากไป ติงยียีอยากหาทางหนี แต่พบว่ามือของฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งกว่า สิบนิ้วประสานกันทำให้อุณหภูมิของทั้งสองเพิ่มขึ้น
ความร้อนแรงและความมีสติ คนที่ได้รับบาดเจ็บกับคนที่รู้สึกไม่ปลอดภัยกำลังรับความอบอุ่นจากกันและกัน ต่างฝ่ายต่างก็อยากรับอุณหภูมิที่อบอุ่นจากคนตรงข้าม แต่จู่ๆ ก็พบว่า หลังจากที่ได้ความอบอุ่น ร่างกายกลับเย็นมากขึ้น
ติงยียีนั่งลงนวดเอวที่ปวดเมื่อยของเธอ ผ้าปูเตียงสีข้าวข้างๆเธอยุ่งเหยิงเล็กน้อย ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะคิดถึงความบ้าคลั่งของเมื่อคืน “ทำไมไปถึงขั้นสุดท้ายได้ล่ะ?” เธอพึมพำ ก่อนจะลงจากเตียงสวมรองเท้าแตะเดินเข้าห้องน้ำ ทันใดนั้นเธอก็หันหลังกลับและร้องว่า “แพนด้า?”
รอบข้างมีแต่ความเงียบสงบ แพนด้าไม่ได้แกว่งหางมาหาเธอเหมือนเมื่อก่อน เธอตะโกนอย่างอีกครั้งอย่างรับไม่ได้ ภายในห้องอันกว้างมีเพียงเสียงเธอคนเดียว
เธอเดินไปยังหน้าต่าง ก่อนจะนึกถึงเรื่องระบบแจ้งเตือนภัยของตระกูลเย่ ในใจก็คิดว่าตอนนี้เวลาตีห้า ระบบเตือนภัยของตระกูลเย่อาจไม่ได้ถูกปลดออก ถ้าเปิดหน้าต่างก็ควต้องอธิบายอีกครั้ง
หน้าต่างถูกปกคลุมด้วยหมอกขาว เธอยกมือขึ้นลูบหน้าต่าง จากนั้นเธอก็รู้สึกหนาวจัด เธอมองออกไป ด้านนอกหน้าต่างเป็นโลกของหิมะขาว มึต้นไม้สีขาว ก่อนอิฐสีขาว และหญ้าสีขาว
จากมุมของเธอมองออกไปก็เป็นสวนดอกไม้ และเป็นที่ที่แพนด้าชอบไปออกกำลังกาย เธอหรี่ตาหาอย่างลำบาก เธอพยายามค้นหาร่างที่แข็งแรงในโลกสีขาวนี้
การค้นหาไร้ผลลัพธ์ หน้าต่างถูกปกคลุมด้วยหมกสีขาวอย่างรวดเร็ว เธอพึมพำ “อากาศหนาวขนาดนี้หรือว่าจะออกไปเล่นข้างนอก?” เธอหยิบเสื้อคลุม ติงยียีเดินออกไปหา ตอนที่กำลังจะถึงสวนดอกไม้เธอก็จามขึ้นมาอย่างแรง ลมเย็นพัดจนแก้มของเธอแสบ เธอไม่กล้าตะโกนเสียงดัง ทำได้แค่เรียกเบาๆ “แพนด้า! แพนด้า!”
เธอไปตามหาแพนด้านตามที่ที่มันชอบไป ที่ตรงนั้นหลงเหลือแค่รอยเท้าที่ลึกๆตื้นๆ ทันใดนั้น เธอก็สังเกตเห็นรอยเท้าสัตว์บนหิมะสีขาว
รอยเท้านั้นใหญ่มาก คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับร่องรอยของแพนด้า เธอถอนหายใจออก ก่อนจะเคลื่อนย้ายไปตามรอยเท้าอย่างลำบาก ในมุมของสวนดอกไม้ มีหมาตัวนึงกำลังสะบัดหิมะออกไปจากตัว มันมองเธออย่างระมัดระวัง ขนสีดำขาวของมันถูกย้อมด้วยหิมะจำนวนมาก
ติงยียีค่อนข้างผิดหวัง นี่คือหมาอลาสก้า บนตัวมันมีปลอกคอและที่ปลอกคอก็มีชื่อภาษาอังกฤษอยู่ น่าจะเป็นหมาบ้านคนอื่นที่วิ่งมาตอนเช้า
เธอหยิบเนื้อวัวแห้งที่เตรียมให้แพนด้าออกมาและค่อยๆเข้าไปใกล้มัน พอห่างจากหมาตัวนั้นไม่มากเธอจึงหยุด และหยิบเนื้อวัวแห้งวางบนพื้นก่อนจะยิ้ม “อันนี้ให้แกกินนะ กินเสร็จแล้วก็รีบกลับบ้าน”
หมาอลาสก้าเห็นเธอเดินจากไป มันจึงลุกจากกองหิมะ มันคาบเนื้อวัวแห้งของเธอขึ้นมา ก่อนจะกระโดดอย่างแรง และวิ่งไปที่ประตูสีแดงซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก