ตอนที่ 1629
บทที่ 1629 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1469
October 28, 2026
อยู่ๆ ก็มีเสียงเก้าอี้ดังมาจากด้านหลังกะทันหัน เธอตกใจรีบหันไปมอง “ใคร!”
แสงจันทร์ส่องเข้ามาในห้อง เงาดำหนึ่งปรากฏแวบขึ้นมาตรงนอกประตู อ้าวเสว่รีบเดินกลับเข้ามาในห้องและเปิดไฟ รอบด้านเป็นปกติ นอกจากเก้าอี้ที่เอียงไป ก็ไม่เห็นร่องรอยของคนอื่น
เธอค่อยก้มลงอย่างแปลกใจ เห็นเส้นผมยาวๆ เล็กๆ เส้นหนึ่งตรงเบาะเก้าอี้ เธอหยิบเส้นผมขึ้นมา นี้ไม่ใช่เส้นผมแต่เป็นขนสุนัข!
จะมีขนสุนัขได้ยังไง? สุนัขของติงยียียังมีชีวิตอยู่? ความสงสัยในใจเธอเพิ่มมากขึ้น ถึงจะเคยพูดกับต้าต้าว่าเจ้าแพนด้าไม่มีทางตาย แต่ใจในเธอรู้ดี ยาเบื่อหนูชนิดนั้นต้องถึงชีวิตแน่นอน ตอนนั้นที่เห็นท่าทางเจ้าหมานั้นก็ดูไม่รอดแล้ว
ถ้าสุนัขของติงยียียังไม่ตาย? งั้นมันจะไปไหน? ถ้าตายแล้ว งั้นขนสุนัขนี้ของใครกัน? ความสงสัยในใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เธอรีบตามไป
ฟ้ามืดแล้ว คนใช้ต่างกลับไปที่โซนพักผ่อนแล้ว ทั้งบ้านตระกูลเย่เงียบสนิท จนได้ยินเสียงหัวใจเต้นอยู่ในอกเบาๆ
เงาปรากฏแวบขึ้นบนกำแพง ฟ้าร้องดังอยู่นอกหน้าต่าง เงาไม้พลิ้วไหวตามสายลมและสายฝน อ้าวเสว่เดินเลี้ยวไปมาตามเงา จนกระทั่งยืนอยู่ตรงหน้าห้องของติงยียี
“ดวงดีจริง ยังไม่ตายจริงๆ สินะ!” อ้าวเสว่มองช่องว่างในประตู ด้านในมืดสนิท เพราะว่าไม่ได้ปิดหน้าต่าง หน้าต่างที่หนักอึ้งจึงถูกลมพัดปลิวตามลม
ในห้องมีเสียงของหนักกระทบกัน อ้าวเสว่รีบเปิดประตูทันที วันนี้เสียงฟ้าร้องยาวนานและสว่างเป็นครึ่งหนึ่งของท้องฟ้า ดวงตากลมสีน้ำตาลเข้มคู่หนึ่งมองเธอมาจากใต้หน้าต่าง จนดูกลมกลืนกับสีดำ และตรงข้างปากมัน เหมือนจะมีเลือดสีแดงสด
“กรี๊ด!” อ้าวเสว่ร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เธอไม่สนใจและรีบหมุนตัว จากนั้นกระแทกเข้าหน้าอกที่หนักแน่น เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วจับแขนเธอไว้ “คุณมาทำอะไรที่นี่?”
“น่ากลัวมาก!มัน มีเลือด!” อ้าวเสว่รีบพูดออกมาฟังไม่ชัดเจน แววตาเต็มไปด้วยความตื่นกลัว เย่เนี่ยนโม่เดินเข้าไปในห้องและเปิดไฟ เห็นสุนัขพันธุ์อลาสก้าตัวหนึ่งยืนขมวดคิ้วอยู่กลางห้อง
ตรงขนข้างปากสุนัขพันธุ์อลาสก้ามีเลือดสีแดงสด เย่เนี่ยนโม่ดม “ซอสมะเขือเทศ?”
อ้าวเสว่จ้องสุนัขพันธุ์อลาสก้าตัวนี้ที่โผล่มากะทันหัน หัวใจที่เต้นแรงจึงกลับมาปกติอยู่ที่เดิม สุนัขพันธุ์อลาสก้าฉวยโอกาสวิ่งออกไปด้านนอกตอนที่ทั้งสองคนไม่ทันตั้งตัว อ้าวเสว่มองตามการเคลื่อนไหวของมันและขยับตัวตาม
เธอตาโตขึ้นทันที ปลอกคอสีชมพูที่ติดอยู่บนตัวสุนัขพันธุ์อลาสก้าตัวนั้น เธอมองไม่ผิด นั่นมันเจ้าแพนด้า
เย่เนี่ยนโม่หันมองเธอ “คุณมาที่นี่ทำไม?”
“ฉันเห็นเงาคนดำๆ กลัวจะเป็นขโมยก็เลยตามมาดู” อ้าวเสว่มีความกลัวอยู่ในใจ ทั้งๆ ที่สวมเสื้อกันหนาว แต่ร่างกายกลับรู้สึกหนาวมาก
เย่เนี่ยนโม่มองเธอแวบหนึ่ง หมุนตัวเดินออกจากห้องไป นาฬิกาที่แขวนอยู่บนกำแพงบอกเวลาห้าทุ่ม เขาเริ่มกังวลขึ้นมาเล็กน้อย ติงยียีไปไหน?
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หลังจากกดโทรออกก็รีบกดวาง เขาควรจะเชื่อเธอ ให้อิสระกับเธอ ให้เธอเห็นความเปลี่ยนแปลงของเขา
อ้าวเสว่เดินตามเขาลงมา เย่เนี่ยนโม่แทบจะไม่รู้สึกตัว เขาขมวดคิ้วและเดินกลับไปที่ห้องรับแขก เขาหยิบบุหรี่ออกมาโดยไม่รู้ตัว กลิ่นนิตินเบาๆ ช่วยทำให้สมองโล่ง ความกังวลถูกบีบลง และเหตุผลเข้ามามากขึ้น
เขาหมุนตัวและเห็นอ้าวเสว่ที่ยืนอยู่ด้านหลังตนเอง “ทำไมคุณยังไม่นอน?” เขาดับบุหรี่ และเปิดช่องลม
อ้าวเสว่เดินเข้าไปด้านข้างเขาและพูดว่า : “คุณกำลังเป็นห่วงติงยียีใช่ไหม?”
เย่เนี่ยนโม่เงียบไปครู่หนึ่ง และพูดว่า “ไปนอนเถอะ”
อ้าวเสว่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เธอหันเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็หยุดเดินและหันกลับมากะทันหัน “บางทีคุณอาจจะคิดว่าเรื่องพวกนี้ฉันพูดจาไร้สาระกับคุณ แต่ฉันไม่อยากเห็นคุณเจ็บปวดอย่างนี้ เธออยู่กับเย่ชูหวิน”
เธอเห็นสีหน้านิ่งเฉยของเย่เนี่ยนโม่ แต่เธอรู้ว่าในใจเขาต้องบ้าคลั่งอย่างพายุ เธอยิ้มและหมุนตัวเดินกลับห้อง เธอยิ้มให้กระจก ต่างหูสีเขียวอ่อนกะทัดรัดห้อยอยู่หูข้างซ้าย เธอดึงมันออกและโยนทิ้งไปในตู้ด้านข้าง สีหน้าลึกซึ้งจนคาดเดาไม่ได้
ในห้องรับแขก เย่เนี่ยนโม่นั่งตัวตรง นาฬิกาที่แขนอยู่บนผนังกำลังเตือนเขา ตอนนี้ผู้หญิงที่เขารักที่สุดอยู่ในบ้านของผู้ชายที่รักเธอมากเหมือนกัน
มือทั้งสองข้างเขากำแน่นโดยไม่รู้ตัว เส้นเลือดที่หลังมือปรากฏออกมาชัดเจน อย่างน่ากลัว คำพูดของอ้าวเสว่วนอยู่ในหัวเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่อยากโดนใครควบคุม จึงทำได้แค่หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบอีกครั้ง
หนึ่งนาที สิบนาที สามสิบนาที เข็มนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน ลมและหิมะด้านนอกยังคงบ้าคลั่งเหมือนเดิม ที่เขี่ยบุหรี่อันเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะเต็มไปด้วยก้นบุหรี่ ในตาเขาเต็มไปด้วยเส้นเดือดสีแดง
ในโทรทัศน์ เสียงพิธีกรยังคงดังวนซ้ำ “เนื่องจากหิมะตกหนักกะทันหัน มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนท้องถนนมากมาย ประชาชนกรุณาเดินทางด้วยความระมัดระวัง”
เธอคงไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายใช่ไหม? ดึกขนาดนี้แล้วรถติดรึเปล่า? ความคิดในใจคิดต่อกันไปเรื่อยๆ เสียงฟ้าผ่าดังขึ้น เขารีบลุกขึ้น หยิบกุญแจรถและพุ่งตัวออกไป ไม่เห็นเงาคนในทันที อ้าวเสว่ปรากฏตัวที่ทางขึ้นบันไดอีกครั้ง เธอมองประตูใหญ่ที่ปิดสนิทด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ
“คุณหลับรึยัง?” ติงยียีขยับข้อมือ ในห้องเปิดเครื่องทำความร้อนไว้อย่างเพียงพอจึงไม่รู้สึกหนาว
“อืม?” เย่ชูหวินที่อยู่ด้านล่างเตียงตอบนิ่งๆ เขาหันหลังให้ติงยียี และหันหน้าไปหาผ้าม่านที่กองอยู่บนพื้น ไฟริมถนนนอกหน้าต่างส่องกิ่งไม้ไหวไปมา หน้าต่างถูกปกคลุมไปด้วยน้ำค้างบางๆ