ตอนที่ 1630
บทที่ 1630 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1470
October 28, 2026
ในกองหิมะที่มุมสวน สุนัขตัวหนึ่งนอนอยู่บนพื้นหิมะ ตัวมันแข็งไปทั้งตัว ท้องจมลึกลงไป ร่างกายยังดูดีเพราะอากาศหนาว
พ่อบ้านถอนหายใจอยู่ด้านข้าง สุนัขตัวหนึ่งที่ฉลาดขนาดนี้มาตายอย่างนี้ได้ยังไง ด้านนอกกลุ่มคนมีเงาคนคนหนึ่งวิ่งเข้ามา คนใช้และพนักงานรักษาความปลอดภัยหลบทางให้อย่างรวดเร็ว
ภายในความมืด มีเพียงแค่แสงสว่างจากไฟฉายเท่านั้น ยังคงฝนตกลมแรงเช่นเดิม หนาวจนเข้ากระดูก
ติงยียีแหวกฝูงชนออก คู่หูที่คุ้นเคยที่สุดนอนจมอยู่กองน้ำโคลนอยู่บนพื้นเย็นๆ หัวของมันร่วงลงอีกด้านอย่างไร้เรี่ยวแรง เธอเดินเข้าไปด้านข้างเจ้าแพนด้าอย่างเงียบๆ เย่ชูหวินเดินมาด้านหน้าหนึ่งก้าว แต่กลับโดนเย่เนี่ยนโม่ดึงไว้
“เมื่อกี้ตรงนี้มีความเคลื่นไหว พนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนจึงออกมาดู จากนั้นจึงเห็นสุนัขตัวหนึ่งขุดตรงนี้อยู่ตลอด” พ่อบ้านกล่าวเบาๆ
ติงยียีฟังเงียบๆ ไม่ไกลจากกองหิมะสุนัขพันธุ์อลาสก้านั่งมองเธออยู่ ขนนุ่มสลวยเปียกชื้นจนแนบติดตัว
“แกเป็นเพื่อนของแพนด้าหรือ?” ติงยียีถามเบาๆ
สุนัขพันธุ์อลาสก้ามองเธอ และวิ่งกระโจนออกไปด้านข้าง จากนั้นหายไปในความมืด
ฝนซาลงแล้ว แต่หนาวมากยิ่งขึ้น อากาศที่ทุกคนหายใจออกมามองเห็นเป็นควันสีขาว เย่เนี่ยนโม่ตัดสินใจดึงติงยียี “เข้าไปก่อน เดี๋ยวจะไม่สบาย”
ติงยียีที่โดนเขาดึงตัว หันกลับไปมอง พ่อบ้านกางร่มคันหนึ่งคลุมศพของเจ้าแพนด้าไว้ คนใช้ที่อยู่รอบๆ หาแผ่นพลาสติกมาคลุมร่างมันไว้ มือเย็นยะเยือกข้างหนึ่งมาปิดตาเธอไว้ เย่เนี่ยนโม่พูดด้วยเสียงสงบนิ่งว่า “อย่ามอง”
ห้องที่อบอุ่น หัวใจที่เย็นเยือก ความสงบนิ่งผิดปกติที่ติงยียีแสดงออกมา ทำให้เย่ชูหวินและเย่เนี่ยนโม่กังวล ทั้งสองมองหน้ากัน เย่ชูหวินเริ่มพูดก่อน “ตีสองแล้ว คุณพักก่อนไหม?”
ติงยียีส่ายหน้า “ฉันอยากรู้ว่ามันตายยังไง”
แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แพนด้าเป็นคู่หู เป็นครอบครัวของเธอ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอ โดดเดี่ยวมาด้วยกับเธอ
เย่เนี่ยนโม่ก้าวไปด้านหน้าหนึ่งก้าว อยากจะปลอบใจเธอ แต่เธอกลับถอยออก สีหน้าดูเหนื่อยล้า “ขอโทษนะ แต่ฉันอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ”
เขามองเธอเงียบๆ และหันหลังมา เย่ชูหวินกำลังจะตามเย่เนี่ยนโม่ออกมา เสียงของติงยียีดังขึ้น “ชูหวิน”
สั้นๆ แค่สองคำ แต่ความหมายชัดเจน เย่เนี่ยนโม่หยุดเดินไปชั่วครู่
ด้านนอกห้อง เขาต่อยกำแพงไปหนึ่งหมัด พ่อบ้านยืนก้มอยู่ข้างๆ
“ตามฉันมา” เขาสั่งอย่างเย็นชา
ในห้องหนังสือ เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วแน่น นอกหน้าต่างยังคงมืดสนิท “ท่านนายรู้เรื่องรึยัง?”
พ่อบ้านส่ายหน้า “ให้ทุกคนเก็บเป็นความลับ”
เย่เนี่ยนโม่พยักหน้า จู่ๆ พ่อบ้านก็คุกเข่าลงตัวสั่น เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วแน่น “ทำอะไร รีบลุกขึ้น!”
สีหน้าพ่อบ้านเต็มไปด้วยความสำนึกผิด รอยย่นบนใบหน้าทำให้ดูแก่ขึ้นมาก “คุณชาย ผมอาจจะเป็นคนทำให้เจ้าแพนด้าตาย”
เขาเล่าเรื่องที่สั่งให้คนที่อยู่ภายใต้การดูแลวางยาเบื่อหนูให้ฟัง อาจจะเป็นเพราะปกติแล้วเจ้าแพนด้าดูฉลาดมาก จนกระทั่งเขาไม่คิดว่าเจ้าแพนด้าจะเข้าใจผิดว่าเป็นอาหารและกินเข้าไป
เย่เนี่ยนโม่หลับตาลง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “คุณออกไปเถอะ เรื่องนี้ค่อยคุยกัน”
“แต่?” พ่อบ้านเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดยังอยากจะพูดอะไรต่อ แต่สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร ร่างกายที่ห่อเหี่ยวค่อยๆ ประคองหลัง ขณะนั้นเขาก้มลงขอโทษจนตัวงอ
เวลาค่อยๆ เดินผ่านไปเรื่อยๆ ติงยียีลืมตาขึ้น แววตาไม่มีความง่วงแม้แต่น้อย นอกหน้าต่างเริ่มมีแสงสว่างสาดเขามา เธอลุกขึ้นอย่างเงียบๆ เย่ชูหวินวางมือลงบนโซฟา ถอนหายใจเงียบๆ
เธอเดินผ่านเขาไปอย่างเงียบๆ ค่อยๆ เปิดประตู ออกไปอย่างคล่องแคล่ว เย่ชูหวินลืมตาขึ้น ในสายตามีแค่ความว่างเปล่า เขาถอนหายใจเบาๆ และตามออกไป
นอกห้องหนาวมาก ทุกครั้งที่หายแทบจะมีความเจ็บปวดอยู่นิดๆ เธอรีบไปที่ที่เจ้าแพนด้านนอนอยู่เมื่อวาน ร่มสีดำโดนพัดไปอยู่อีกมุมหนึ่ง ในกองโคลนไม่มีอะไรแล้ว เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น
“แพนด้า?” เธอปากสั่นมองหาไปทั่ว มีเพียงหิมะสีขาว แต่ไม่เห็นแพนด้าแล้ว
เธอขุดกองหิมะตรงมุมอย่างบ้าคลั่ง มือทั้งสองข้างหนาวจนแดงแข็ง จนแม้แต่การง้อมือยังกลายเป็นยากลำบาก เธอไม่สนใจอะไร น้ำตาที่หยดลงมากลายเป็นน้ำแข็งทันที มือใหญ่ข้างหนึ่งหยุดการเคลื่อนไหวของเธอ
“อย่าทำอย่างนี้” เย่ชูหวินน้ำเสียงอ่อนโยน กลัวจะทำให้เธอตกใจ
พ่อบ้านรีบเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง เห็นสีหน้าโศกเศร้าของติงยียี เขายิ่งรู้สึกผิด “คุณยียี คุณชายให้คนพาเจ้าแพนด้าไปที่สวนสุสานสัตว์เลี้ยง”
ในสวนสุสานสัตว์เลี้ยง สุสานถูกสร้างขึ้นในชั่วข้ามคืน ด้านบนยังมีร่องรอยมุมที่ยังไม่ได้ขัดเงา ติงยียียื่นอยู่หน้าสุสาน ด้านบนสุสานยังไม่ได้วางรูปเลยด้วยซ้ำ
เกล็ดหิมะค่อยๆร่วงลงมาอย่างสง่า ไม่นานไหล่ของเธอก็เต็มไปด้วยเกล็ดหิมะเล็กๆ “เดิมทีอยากจะพาแกกลับบ้านตระกูลติงด้วยตัวเอง อยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน มีสัตว์ตัวอื่นอยู่เป็นเพื่อนแก”
น้ำเสียงเธอดูสงบราวกับกำลังเล่านิทาน ความพยายามอดทนยืนหยัดได้ไม่นาน เธอคุกเข่าลงร้องไห้เสียงดัง