ตอนที่ 1631
บทที่1631 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1471
October 28, 2026
ผู้คนในที่สถานที่เกิดเหตุต่างแยกย้ายกันเดินไป ติงยียียืนอยู่ตรงกลางลานบ้านอย่างดื้อดึง พ่อบ้านมองเธอ ตัดสินใจบอกความจริงกับเธอ
“คุณยียี การตายของแพนด้าผมต้องรับผิดชอบ!”
พ่อบ้านพูดจบก็รู้สึกละอายใจ เขาอยู่กับตระกูลเย่มานานไม่เคยทำผิดพลาด และก็ไม่อนุญาตให้ตัวเองทำผิดพลาดด้วย ในสถานการณ์คับขันนี้เอง เขาถึงทำเรื่องที่ผิดแบบนี้
อ้าวเสว่และต้าต้าไม่ได้เดินไป ต่างก็ได้ยินคำพูดของพ่อบ้าน อารมณ์ของทั้งสองคนก็แตกต่างกัน อ้าวเสว่ดูการแสดงละครพอแล้ว หันหลังเดินจากไป ต้าต้าก็ตามไป
ตรงทางเดิน ต้าต้าลังเลเล็กน้อย “คุณอ้าวเสว่ ปล่อยคุณยียีไปได้ไหม?”
เมื่อเห็นท่าทางเธอที่ขี้ขลาดแต่กลับกลั้นความกลัวช่วยขอร้องให้ติงยียี อ้าวเสว่ก็โกรธขึ้นมา ทำไมทุกคนถึงเห็นเธอเป็นแพนด้า เธอยิ้มหวาน “ได้สิ ฉันจะปล่อยเธอไป แต่คุณต้องไปจากตระกูลเย่ ไสหัวออกไปเหมือนกับซางหัวอะไรนั่น คุณคงไม่รู้สินะ เธอยังคุกเข่าต่อหน้าฉันขอร้องฉันให้เธอยืมเงินด้วย”
ต้าต้าถูกเธอกดดันจนถอยหลังไปสองก้าว ไม่กล้าพูดอะไรอีก อ้าวเสว่เชยคางของเธอขึ้น “เป็นสาวใช้ของเธอดีๆ คอยดูละครพวกนี้ก็พอแล้ว”
ต้าต้ามองดูแผ่นหลังของเธอ ในใจรู้สึกขอโทษต่อติงยียี ขอบตาแดงเล็กน้อย เธอหันหลังกลับก็เห็นกล่องสีม่วงอันหนึ่งตรงมุมเล็กๆข้างๆแจกันดอกไม้
เธอหยิบขึ้นมา ในกล่องมีต่างหูที่ดูราคาแพงอยู่ข้างหนึ่ง เธอมองไปรอบๆ แต่กลับไม่พบต่างหูอีกข้างหนึ่ง เลยทำได้แค่ยอมแพ้ เอาต่างหูใส่ในกระเป๋ากางเกง แล้วเธอก็รีบเดินจากไป
ติงยียียืนอยู่หน้าหน้าต่าง ภายในอากาศราวกับเต็มไปกลิ่นของด้วยแพนด้า เย่ชูหวินเข้ามาใกล้เธอ “ถ้าคุณไม่อยากอยู่ที่นี่ ผมจะคุยกับคุณย่าให้”
ติงยียีมองมาที่เขาอย่างลังเล พยักหน้าอย่างลังเล รวมถึงรู้สึกสงสัยเล็กน้อย “ฉันไปได้พ้นงั้นหรอ?”
เย่ชูหวินเดินเข้ามาใกล้ เขากุมมือเธอแน่นเพื่อให้พลังเธอ “เชื่อผม”
“พวกคุณกำลังทำอะไรกัน?” เย่เนี่ยนโม่รู้ว่าแพนด้าจากไปแล้วเธอจะต้องเสียใจแน่ ดังนั้นเลยคิดจะละทิ้งทิฐิทั้งหมดเพื่อมาปลอบเธอ คิดไม่ถึงเลยว่าจะเจอฉากนี้
“เย่ชูหวิน ฉันบอกแล้วไงว่าแกไม่มีโอกาส” เขาโกรธ จิตไร้สำนึกในใจตัดติงยียีออก และชี้ไปที่เย่ชูหวิน
เย่ชูหวินมีการรับประกันของติงยียี ในใจเต็มไปด้วยความคิดที่จะพาเธอออกจากตระกูลเย่ให้ได้ เมื่อก่อนเพราะว่าติงยียีสมัครใจที่จะอยู่ตระกูลเย่ เขาจึงทำได้เพียงทนเจ็บปวดมองดูเธอถูกรังแก ตอนนี้เขาจะไม่ยอมถอยแน่
เขาก้าวไปข้างหน้า พูดอย่างผยอง: “ครั้งนี้ ฉันจะไม่ถอยอีกแน่”
ติงยียีไม่พูดอะไรตั้งแต่ต้นจนจบ สายตาไม่แม้แต่จะมองที่เย่เนี่ยนโม่ เธอผิดหวังมาก เธอไม่เข้าใจว่าเขาโกรธอะไร แค่จำได้ว่าตอนที่เธอถูกทุกคนตั้งใจทำให้ลำบากใจเขาหันหลังกลับและเดินจากไปอย่างเย็นชา
ประตูถูกปิดกระแทกอย่างแรง เย่ชูหวินหันกลับมา “ยียี จะรอช้าไม่ได้ ผมจะไปคุยกับคุณย่าเดี๋ยวนี้”
เขามองเธออย่างลึกซึ้งทีหนึ่ง จากนั้นก็หันหลังกลับ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ติงยียีเสียใจ เขาจำเป็นต้องจัดการให้เสร็จอย่างรวดเร็ว
ในห้องน้ำชา ฝู้เฟิ่งหยีค่อยๆจิบชาอย่างช้าๆ “นายต้องการพาติงยียีไป?”
“ใช่ครับ คุณย่าผมต้องการการสนับสนุนจากคุณ ถึงอย่างไรคุณก็ไม่ต้องการให้เธออยู่ที่นี่ไม่ใช่หรอครับ?” เย่ชูหวินพูด
ต้าต้ายืนอยู่อีกด้านตั้งใจฟังการสนทนาของทั้งสองอย่างละเอียด ถ้าทำได้เธอก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณติงจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้ อยู่ที่นี่ช่างน่าหดหู่เหลือเกิน
ฝู้เฟิ่งหยีหวีผมของตัวเองเบาๆ “ฉันไม่ต้องการให้เธออยู่ที่นี่ แต่ฉันกลับปล่อยเธอไปไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้”
เย่ชูหวินค่อยๆคิดแล้วก็เข้าใจทันที “อ้าวเสว่?”
ฝู้เฟิ่งหยีพยักหน้า “ไม่ว่ายังไงก็ต้องรอให้เธอคลอดออกมาก่อน”
“คุณย่า!” เย่ชูหวินคิดอยากจะเปลี่ยนใจเธออย่างรีบร้อน ฝู้เฟิ่งหยีโบกมือ น้ำเสียงบอกว่าห้ามต่อรอง เมื่อเห็นความกังวลจากคิ้วของเขา เธอถอนหายใจ ลำน้ำเสียงลง “ย่ารู้นายก็ชอบติงยียีเหมือนกัน ย่ารับปากนาย รอหลังจากอ้าวเสว่คลอดออกมาจะช่วยนายถามความเห็นของเธอ ถ้าเธอยินดีที่จะอยู่กับนาย ย่าก็จะไม่ขัดขวาง”
“ไม่ต้องหรอกครับ เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่ไม่เข้าใจความคิดของตัวเอง” เย่ชูหวินโค้งคำนับเธอ จากนั้นก็หันหลังกลับเดินจากไป
เขาตัดสินใจจากไปสองสามวันเพื่อไปหาคุณป้าและคุณลุง ตอนนี้มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่สามารถหยุดเย่เนี่ยนโม่ได้
เพิ่งออกประตูก็พบหน้ากับเหยนหมิงเย้า เหยนหมิงเย้ายิ้ม “ฉันอยากรู้จังว่าท้ายที่สุดแล้วติงยียีจะเป็นของใคร”
“ขอบคุณที่ใส่ใจ” เย่ชูหวินพยักหน้าให้เขาถือว่าเป็นการทักทาย เพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกหยานหมิงเหยาเรียกให้หยุด “ว่างๆไปขี่บิ๊กไบค์ด้วยกันไหม?”
เย่ชูหวินหยุดฝีเท้าและหันไปมองเขา “ฉันไม่ขี่มานานแล้ว และจะยังคงเป็นต่อไป”
เหยนหมิงเย้ามองเขา ยักไหล่แล้วเดินเข้าไปในบ้าน พ่อบ้านก็เข้ามาต้อนรับ “คุณชายออกไปบริษัทเย่ซื่อแล้วครับ”
“ผมมาเพื่อช่วยถ่ายทอดคำพูดของแม่ผม” เสียงของเขาจบลง เสียงของฝู้เฟิ่งหยีก็ดังออกมา “หมิงเย้ามาแล้วหรอ?”
“คุณย่า!” เหยนหมิงเย้าทักทาย เขาพูดด้วยรอยยิ้ม “ทุกครั้งที่เจอคุณย่าต่างก็รู้สึกว่าท่านสาวขึ้นเยอะเลยนะครับ”