ตอนที่ 1636
บทที่ 1636 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1476
October 28, 2026
ข้างนอกมีคนเคาะประตูอีกแล้ว เสียงของพ่อบ้านดังขึ้น “คุณยียีครับ”
ติงยียีเปิดประตู “พ่อบ้าน”
พ่อบ้านรีบเข้ามา มองติงยียีสีหน้าจริงจัง “ยียี คุณอยากจะไปไหม”
ติงยียีชะงัก ดันมาพูดเรื่องแบบนี้ตอนนี้ เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไง
พ่อบ้านดูเหมือนจะรีบร้อนมาก เขาปัดมือเป็นนัยๆว่าไม่ต้องพูดอะไร “ครั้งนี้คุณไม่อยากไปก็ต้องไป เพราะท่านชายใหญ่สั่งไว้แล้ว คืนนี้ต้องให้คุณออกจากบ้านตระกูลเย่”
นอกจากท่าทีตกใจในตอนแรกแล้ว อารมณ์ของติงยียีก็ไม่ได้ผันผวนมากนัก “รู้แล้วค่ะพ่อบ้าน ฉันจะไปเตรียมตัว”
“คุณไม่ถามหรอว่าเพราะอะไร?”พ่อบ้านตกใจนิดหน่อยกับท่าทีเรียบนิ่งของเธอ
ติงยียีมองไปที่ถังขยะ ในถังยังมีไอร้อนของโจ๊กลอยขึ้นมาอยู่เลย เธอพูดนิ่งๆ“แค่ตสุดท้ายเป็นอย่างที่ฉันต้องการก็พอใจแล้วล่ะค่ะ”
พ่อบ้านสีหน้าซับซ้อนมองดูเธอสักครู่ พยักหน้าแล้วหันกลับไป เดินออกไปถึงประตูก็หันกลับมา “วันสองวันนี้คุณนายท่านกับคุณอ้าวเสว่ไม่อยู่ คุณใช้เวลาอยู่กับคุณชายเยอะๆนะครับ แล้วก็ ผมขอโทษจริงๆเรื่องแพนด้า”
ติงยียีมองดูแผ่นหลังของเขาจากไป แสงแดดสาดส่องเข้ากับตัวเธอไปที่บนโต๊ะ เธอมองตามแสงไป บนโต๊ะเป็นภาพถ่ายคู่ของเธอกับแพนด้าช่างแสนสดใส
เธอเดินไปที่หน้าโต๊ะ แสงแดดสาดส่องมาบนตัวเธอ แสงอุ่นๆ เธอพูดด้วยความวางใจ “แพนด้า วันนี้ฉันจะพาแกไปเอง”
แสงแดดของยามเที่ยงร้อนแรงแต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ติงยียีก็ยังเลือกที่จะนอนอาบแดดอยู่ในสวน ลมล้อเล่นกับเธอพัดเส้นผมและเสื้อคลุมของเธอจนเปิดออก
เธอสวมแว่นกันแดดแล้วผล็อยหลับไป ในขณะที่ผล็อยหลับก็รู้สึกเหมือนตัวเองตกลงมาจากเหวยังไงอย่างงั้น เธอตกใจสะดุ้งตื่น หัวใจเต้นเร็วเล็กน้อย เธอมองเห็นเขาผ่านเลนส์ของแว่นกันแดด
เขายืนอยู่ในที่แดดสาดส่องไม่ถึง มือทั้งสองล้วงกระเป๋า ลมพัดผมของเขา เขายืนอยู่อย่างนั้น อยากจะเดินเข้าไปแต่ก็ลังเลใจ ราวกับเด็กที่ทำผิดอยากจะขอโอกาสขอโทษ
เขาไม่ได้เข้ามา ติงยียีก็เช่นกัน เธอมองเขาผ่านแว่นกันแดดนิ่งๆ ไม่แน่บางทีในคืนนี้เธออาจจะได้เป็นอิสระปลดล็อคทุกอย่างก็ได้ ความรักของผู้ชายคนนี้หนักหนาเกินไปแล้วจริงๆ
เขาเข้ามาแล้ว! นิ้วของเธอกระตุกเล็กน้อย แกล้งทำเป็นหลับอยู่ในท่านอน เธอมองเห็นเขาเดินมาที่เบื้องหน้าจากทางแว่นกันแดด นิ้วมือที่มีกลิ่นนิโคตินเล็กน้อยค่อยๆเปิดหน้าผากเธอออก
ร่างใหญ่ของเขาบังแสงแดดไว้เกือบหมด ลมพัดผมปลิวอีกแล้ว เขาก็ปัดออกอย่างจริงจัง ราวกับเป็นงานที่ใหญ่หลวง
เธอยังนอนอยู่ในท่านั้น จากมุมของเธอสามารถมองเห็นหน้าอกแน่นๆของเขาได้ เป็นที่ที่เธอเคยซ่อนตัวโอบกอด เธอเข้าใจความอบอุ่นของเขาเป็นอย่างดี
จูบเบาๆที่ไม่ได้ปนราคะใดๆจูบลงบนหน้าผากของเธอ เธอตัวแข็งทื่อ ในตอนที่เธอรู้สึกว่าจะทนไม่ไหวแล้วนั้นเขาก็ถอยฝีเท้าออก แสงแดดกลับมาสาดส่องใบหน้าเธออีกครั้ง ความอบอุ่นนึงกลับเข้ามา อีกความอบอุ่นนึงก็จากไป
เขาไปแล้ว ติงยียีถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“คุณเกลียดผมมั้ย?”คำพูดของเขาตอนที่จากไปตอนเช้าอยู่ๆก็ผุดขึ้นมาในหัว เธอเกลียดเขาจริงๆหรอ?
ยังไม่ทันคิดให้ละเอียด เย่เนี่ยนโม่ก็กลับมาอีกแล้ว ครั้งนี้เขาถือหนังสือเล่มนึงมาด้วยในมือ เธอมองเขานั่งลงข้างๆกาย ข้างๆได้ยินเสียงเก้าอี้ถูกเคลื่อนมา ไม่นานนัก เธอหันดูข้างหน้าก็เห็นเก้าอี้เอนนอนตัวหนึ่ง
เขานอนลงอย่างสบายใจที่เก้าอี้นอนข้างหน้าเธอ เอาหนังสือขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจ ติงยียีขยับตัวเล็กน้อย จัดท่านอนที่สบาย แล้วมองดูเขาเงียบๆ
เธอใช้เวลาทั้งช่วงบ่ายไปกับการหายใจเบาๆและเสียงพลิกหน้ากระดาษ เธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าในตอนที่ตื่นมาบนตัวก็มีผ้าห่มอยู่ผืนหนึ่ง เก้าอี้เอนนอนเบื้องหน้าก็เหลือแค่เพียงอากาศ คนที่อยู่บนมันหายไปทั้งนานแล้ว
เธอลุกขึ้นเก็บผ้าห่ม เมื่อเดินผ่านเก้าอี้เอนตัวข้างหน้าชื่อของหนังสือก็เตะตาเธอเข้า จื้อจื่อทงเจี้ยน เขาก็อ่านหนังสือแบบนี้เป็นเหมือนกันหรอเนี่ย?
เมฆครึ้มลอยเข้ามาแล้ว ลมพัดแรงกว่าเดิม ดวงอาทิตย์หลบเข้าไปในก้อนเมฆทันใด เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า มองดูแล้วฝนน่าจะตกอีกแล้วแน่ๆ
ในห้องรับแขก บนโต๊ะยาวกลับมีเธอแค่คนเดียว พ่อบ้านนำอาหารมาวางไว้เบื้องหน้าของเธอ พูดอย่างมีนัย “คุณชายออกไปทานข้าวกับคุณนายคุณท่านแล้วครับ”
ที่ร้านอาหาร เสียงดนตรที่ไพเราะดังขึ้น มันแตกต่างออกไปจากเสียงภายนอกหน้าต่าง เย่เนี่ยนโม่ตัดสเต็กเนื้อขึ้นเคี้ยวอย่างระมัดระวัง
“เหนียนโม่เดี๋ยวพวกเราไปดูละครเพลงกันเถอะ นักแสดงละครเพลงคนนั้นบังเอิญมาเที่ยวที่สิงคโปร์ พวกเราใช้แค่3ชั่วโมงก็ถึง ครั้งก่อนที่ฉันอยู่กรีซก็อยากดูแล้วแต่ไม่ได้ไป”เซี่ยชีหรั่นพูดด้วยรอยยิ้ม
“ทำไมถึงไม่ได้ไปล่ะ?”เย่เนี่ยนโม่สงสัย
เซี่ยชีหรั่นจ้องเย่เชินหลิน จากนั้นก็ยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เย่เนี่ยนโม่ดื่มไวน์ไปอย่างเงียบๆ เลือกที่จะกลืนคำถามนั้นลงไปด้วย
เข็มนาฬิกาบนผนังบอกเวลาสองทุ่ม เซี่ยชีหรั่นกับเย่เชินหลินสบตากันสักครู่ ทั้งสองรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่แตกต่างกันจากแววตาของฝ่ายตรงข้าม
ทุกครั้งที่ฟ้าร้อง ฝนก็มีท่าทีตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ติงยียีมองสายฝนที่ร่วงหล่นอยู่ภายนอกหน้าต่างอย่างเอ้อระเหย
“คุณยียีครับ เตรียมตัวเสร็จรึยังครับ?”พ่อบ้านปรากฏตัวอยู่ที่ประตู