ตอนที่ 1638
บทที่ 1638 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1478
October 28, 2026
แต่ว่าทำไมในใจมันอึดอัดราวกับหายใจไม่ออกแบบนี้นะ เธอวางของในมือลง เดินไปที่หน้าหน้าต่างสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ลมยังเย็นเหมือนเคย แต่ในอกกลับร้อนรุ่มดังไฟเผา ทันใดนั้นเธอก็คิดว่า เย่เนี่ยนโม่กำลังทำอะไรอยู่นะ
ความคิดแบบนี้เมื่อผุดขึ้นมาแล้วก็ยากที่จะหายไป แล้วยังมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย กระทบกับความคิดและการกระทำของเธออย่างมาก เธอเดินออกไป ในใจก็คิดว่าอยากจะแอบไปดูเขาสักหน่อย ก่อนจะจากเขาไปขอดูเขาสักนิดก็ยังดี
ในห้องหนังสือไม่มีคน ของทั้งหมดถูกจัดวางไว้อย่างดี แอบให้ความรู้สึกเย็นเยือกเล็กน้อย เธอออกมาด้วยความเสียดาย เมื่อหันกลับมาก็ได้ยินเสียงพ่อบ้านพูด “ผมได้ยินมาว่าคุณชายไปที่ยอดเขาครับ”
ยอดเขา เธอเข้าใจในทันที เมื่อขอบคุณพ่อบ้านเสร็จเธอก็ไม่ลังเล ออกจากบ้านไปทันที เพื่อคติในใจอันเดียวที่มี เธอออกไปปุ๊ปเย่ชูหวินก็เข้ามาที่บ้านตระกูลเย่
“ยียีละ”
“คุณชายให้อิสระกับเธอแล้วครับ”
พ่อบ้านพูดเบาๆ เพิ่งพูดก็เห็นเย่ชูหวินรีบวิ่งไปห้องของติงยียี เขาถอนหายใจ “วัยรุ่นสมัยนี้ทำไมไม่ชอบฟังให้จบนะ”
จากนั้นไม่กี่นาที เย่ชูหวินก็วิ่งกลับมา “ยียีไม่ได้อยู่ที่ห้องหรอครับ?”
“เธอไปหาคุณชายครับ” พ่อบ้านมองดูสีหน้าเจ็บปวดของชายหนุ่ม เศร้าใจเล็กน้อย
แววตาของเย่ชูหวินมีความผิดหวังเล็กน้อย เขาหน้านิ่งพยักหน้า เพราะเขารู้ดีว่าเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากจะต้องยอมรับเรื่องนี้
เมื่อเขาจะกลับ พ่อบ้านก็เรียกเขาไว้ “ให้คนรับใช้แก่คนนี้พูดอีกหน่อยเถอะนะครับ การกักขังบางทีก็คือความรักเหมือนกัน การปลดปล่อยอย่างกะทันหันก็อาจจะเป็นการทำร้ายคนรักในรูปแบบหนึ่งก็ได้”
เย่ชูหวินไม่ได้หยุดฝีเท้า ไม่ได้หันกลับมา “ที่เธอเป็นแบบนี้มันไม่ใช่ตัวเธอจริงๆ ผมจะไม่ยอมให้พวกคุณทำลายติงยียีหรอก”
บนยอดเขา กล้องส่องทางไกลอันใหญ่ยักษ์วางอยู่ เย่เนี่ยนโม่นั่งอ่านหนังสืออย่างสบายบนก้อนหินก้อนหนึ่ง สีหน้าของเขานิ่งมาก ผ่อนคลายมาก
ตอนนี้ยังเป็นตอนเช้า อย่าบอกนะว่าเขาจะนั่งอยู่ที่นี่จนมืด? ติงยียีหลบอยู่ในกอหญ้านั่งมองเขา เธอมองเย่เนี่ยนโม่ กลับรู้สึกได้ว่าผ่านไปตั้งนานแล้วแต่หนังสือในมือเขากลับไม่ได้พลิกเลยสักหน้า
เขากำลังนั่งเหม่อหรอ เขานั่งเหม่อจริงๆ ติงยียีคิดอย่างประหลาดใจ ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว ติงยียีลองยืนขึ้น ความรู้สึกชาที่ขาของเธอทำให้ขยับเขยื่อนยากอย่างกับตะกั่ว
เสียงของกอหญ้าดังออกมา ตาของเธอเบิกโพลง มีความหวาดกลัวอยู่เล็กน้อย งูที่ขนาดเท่ากับแขนของเธอกำลังค่อยๆ เลื้อยออกมาช้าๆ ทางเธอ
“ว้าย” เสียงกรี้ดแหลมดังขึ้น เย่เนี่ยนโม่สะดุ้ง สายตาที่แหลมคมมองไปที่ทางติงยียี เมื่อมองเห็นท่าทีหวาดกลัวของเธอก็รีบวิ่งไปที่เธอ
ติงยียีไม่หยุดมองข้างล่าง เมื่อเย่เนี่ยนโม่เห็นงูลายสีเขียวนั่งก็หน้านิ่ง “อย่าขยับ” เขาพูดเสียงเข้มเบาๆ เพิ่งพูดจบงูสีเขียวก็เลื้อยขึ้นมาทางขาของเธอ
เย่เนี่ยนโม่ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เขาใช้มือเปล่าจับคองูไว้ได้ และตอนที่เขาให้มือเปล่าจับงูอยู่นั้น ในกองพงหญ้างูสีเขียวอีกตัวนึงก็กัดเขาเข้าที่แขน เขาสบัดออกอย่างแรง งูทั้งสองตัวถูกสะบัดออกไปจากนั้นก็หายไปในพงหญ้า
“คุณเป็นไงบ้าง” น้ำตาของติงยียีไหลพราก
เย่เนี่ยนโม่มองเธอ พูดขึ้นมาทันใด “เจ็บมาก”
ติงยียีที่สติไม่อยู่กับตัวแต่ยังมองเขานิ่ง เธอใช้แรงบีบรอยกัดบนแขนของเขาไว้แน่น บีบให้เลือดไหลออกมา “ทำไมฤดูหนาวแล้วยังมีงู งูไม่ได้จำศีลกันหมดแล้วหรอ”
เธอบีบพลางพูดอย่างรีบร้อน แต่สีหน้าของเย่เนี่ยนโม่กลับไม่รีบร้อนอะไร “ใครจะไปรู้ล่ะ”
เขามองหลังคอขาวๆ ของเธอ สีหน้านิ่งลง ทันใดนั้นก็ต้องเบิกตากว้างติงยียีงับแผลที่แขนของเขาแล้วก็ดูด
เขายื่นมือออกไปลูบหลังคอเธอเบาๆ พูดเสียงเบา “ไม่กลัวหรอ”
ติงยียีหยุดลง ในแววตาของเธอมีความหวาดกลัว แต่ว่ามีความมุ่งมั่นมากกว่า เย่เนี่ยนโม่รู้สึกได้ถึงสัมผัสนุ่มๆ ข้างล่างนิ้ว เขาพูดต่อ “ไม่กลัวหรอ จะตายไปกับผมหรอ”
ติงยียีมองหน้าเขาหนึ่งครั้ง ถุยเลือดที่ดูดออกมาได้ไปที่กองหญ้า แล้วก็ดูดต่อ ริมฝีปากของเธอถูกเลือดย้อมเป็นสีสด เย่เนี่ยนโม่พูดอยู่ในลำคอ “อย่ากลืนลงไปนะ มันมีพิษ”
มือของเขาย้ายจากหลังคอไปที่ใบหูของเธอ ติงยียีตัวสั่น เงยหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล “ฉัน...กลืนลงไปแล้ว”
“งั้นคุณก็จะต้องตายกับผมแล้วล่ะ” เย่เนี่ยนโม่ยกสองมือจับที่หัวของเธอ มองเธออยู่อย่างนั้น “ตายกับผมในป่ารกแบบนี้ ไม่มีคนมาเจอแน่ ศพจะค่อยๆ เน่าเฟะ จากนั้นก็ถูกแมลงกัดกิน”
ยอมรับว่าเขาคิดไม่ดี ยอมรับเลยว่าตัวเองอยากจะแกล้งเธอเป็นการลงโทษสักหน่อย แต่เธอกลับยกท่อนแขนของเขาขึ้นมาใหม่จากนั้นก็พูดไม่หยุด “ต้องมีสักคนที่รอดออกไป ฉันรอดไปไม่ได้อย่างน้อยคุณก็ต้องรอด”