ตอนที่ 1639
บทที่ 1639 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1479
October 28, 2026
“แพนด้า ฉันจะแก้แค้นให้แกเอง ความเจ็บปวดที่แกเคยได้รับฉันจะทำให้มันได้รับกับตัวเองเหมือนกัน” ดวงจันทร์ที่สว่างไสวนำเมฆา ท้องฟ้าในค่ำคืนนี้ช่างสวยงามจริง
วันรุ่งขึ้น อ้าวเสว่เห็นติงยียีเข้าก็ตะลึง หันไปเขม่นตาใส่ต้าต้าโดยรู้ตัว ต้าต้าก็สีหน้ามึนงงเช่นกัน
“อรุณสวัสดิ์จ้ะอ้าวเสว่” ติงยียีทักทายเธออย่างสบายใจ อ้าวเสว่มองดูเธออย่างสงงสัยและระมัดระวัง
เย่เนี่ยนโม่ตื่นสาย ตาของเขาแดงก่ำ ที่คางยังมีรอยสีเขียวๆ ด้วย มองดูแล้วไม่น่าตื่นสาย แต่เขายังไม่ได้นอนเลยทั้งคืนต่างหาก
เมื่อเห็นติงยียีเขาก็ตะลึง สีหน้างุนงงอยู่แบบนั้น เขาสาบานได้เลยว่ากี่สิบปีมานี้เขาไม่เคยเสียอาการเลยสักครั้งเดียว
ติงยียีเดินเข้ามาที่เขา เขย่งเท้าขึ้นจูบเขาแล้วพูดเบาๆ “อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
เย่เนี่ยนโม่ตาถลึงจนน่าตกตะลึง เขาค้วาแขนเธอแล้วดึงออกไปข้างนอก ติงยียีตามเขาไปแล้วหันหน้ากลับมาโบกมือให้อ้าวเสว่
อ้าวเสว่โกรธจนจะระเบิดอยู่แล้ว เมื่อกี้เธอดันจู้จี้หนุงหนิงกับเย่เนี่ยนโม่ คิดว่าเธอเป็นอากาศรึไง
ในสวนดอกไม้ เย่เนี่ยนโม่ปล่อยมือเธอ “เป็นอะไรไป”
ติงยียีมองไปที่เขา จากนั้นก็ส่ายหน้า นี่เป็นสงครามระหว่างลูกผู้หญิง เธอจะต้องทำให้อ้าวเสว่เจ็บจนถึงก้นบึ้งหัวใจ เมื่ออยู่ในที่ที่ไม่มีอ้าวเสว่เธอก็กลับมามีสีหน้าปกติ “ไม่ได้เป็นอะไร”
เย่เนี่ยนโม่มองเธอ เขารู้สึกว่าเธอไม่เหมือนเดิมแล้ว เป็นแววตา ท่าที แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร เขารู้แล้วว่าเธอจะไม่หนีไปไหนแล้ว
“ไปกันเถอะ ไปกินข้าวเช้ากัน” ติงยียีจับมือเขาลากไป เขาเลิกคิ้วแต่ก็ตามเธอไป
ในห้องอาหาร พ่อบ้านเห็นทั้งสองเดินจูงมือกันเข้ามา คิดว่าคุณชายทำให้ติงยียีอยู่ได้แล้วจริงๆ อ้าวเสว่โกรธจนจะบ้าอยู่แล้ว นี่ทั้งสองคนกำลังโชว์หวานเธออยู่หรอ
“เนี่ยนโม่ วันนี้ไปเข้าคอร์สก่อนคลอดกับฉันได้ไหม ถึงแม้จะเชิญคนมาบ้านได้ แต่ฉันคิดว่าแบบนี้น่าจะมีบรรยากาศที่ดีกับลูกมากกว่าน่ะ”
อ้าวเสว่เหลือบตามองติงยียี สีหน้ามีความชอบใจอยู่เล็กน้อย ไม่ว่ายังไงในท้องเธอก็มีเด็กอยู่ไม่ใช่หรือไง เย่เนี่ยนโม่พยักหน้า
อ้าวเสว่มองไปที่ติงยียี แต่กลับเห็นว่าเธอยิ้มอยู่ ดื่มกาแฟอย่างช้าๆ ไม่มีทีท่าของคนที่กำลังโกรธเลยแม้แต่น้อยทำให้เธอยิ่งต้องระวัง
ใกล้จะกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว ต้าต้าเห็นว่าในถ้วยของเธอไม่มีน้ำเต้าหู้แล้วจะเข้าไปเติมให้เธอ
“เพล้ง” แก้วตกลงที่พื้น น้ำเต้าหู้สาดทั่วพื้น ติงยียีพูดบอกเธอ “ไม่เป็นไร” เธอก้มตัวลงไปเก็บเศษแก้วที่แตก จากนั้นก็ร้องขึ้นมา
พอเย่เนี่ยนโม่ได้ยินเสียงของเธอก็รีบลุกขึ้น เห็นว่ามือของเธอถูกบาดเป็นแผลยาว เลือดสดๆ ไหลออกมาไม่หยุด
“เรียกหมอมา” เขาก้มลงอุ้มติงยียีขึ้นมา มองต้าต้าด้วยสีหน้าเยือกเย็น “เงินเดือนเดือนนี้หักครึ่งหนึ่ง”
น้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจก็ไหลคลออยู่ในตาของต้าต้า ไม่รู้ทำไม เมื่อกี้เธอถือนิ่งแล้วแท้ๆ แต่ทันใดนั้นคุณติงยียีก็กระแทกเธอทำให้เธอทรงตัวไม่อยู่
ติงยียีไม่ได้ตั้งใจแน่ๆ เป็นเธอที่มองผิดไปแน่ๆ เธอปลอบใจตัวเอง คุกเข่าลงไปเก็บเศษแก้ว อ้าวเสว่ยิ้มอย่างเยือกเย็นมองทั้งสองหายไป ดีมาก ติงยียี มองดูแล้วเธอน่าจะอยากประกาศศึกกับฉัน
ในห้อง หมอประจำตระกูลทำแผลให้เธอเสร็จก็พยักหน้าให้เย่เนี่ยนโม่แล้วก็ออกไป เย่เนี่ยนโม่จับมือของเธออย่างปวดใจ ขมวดคิ้วถาม “ยังเจ็บไหม”
ติงยียีหยักหน้านิ่งๆ เธอไม่ได้เจ็บที่มือ แต่ปวดที่ใจ เย่เนี่ยนโม่วางมือเธอลงไปในผ้าห่มช้าๆ แล้วพูดอย่างนุ่มนวล “ผมจะอยู่ที่นี่กับคุณ นอนเถอะ”
เธอพยักหน้า จากนั้นก็ขดตัวเข้าผ่าห่ม เอามือถือขึ้นมาส่งข้อความให้อ้าวเสว่ ก็มุดออกมา เย่เนี่ยนโม่หยิบหนังสือมาเล่มหนึ่ง มือคู่หนึ่งโอบกอดคอเขาไว้อย่างนุ่มนวล
เธอช่างหอมหวาน พยายามที่จะหยอกเย้าอย่างที่สุด แววตาของเย่เนี่ยนโม่ดำดิ่ง ทั้งสองคนเปลี่ยนตำแหน่งกัน แล้วไฟร้อนก็ค่อยๆ ปะทุขึ้นมา
อ้าวเสว่พยุงท้องเดินไปที่ห้องของติงยียี เธอเตรียมจะประกาศศึกกับเธอแล้วใช่ไหม ช่างน่าตลกเสียจริง หล่อนคิดหรอว่าเธอจะกลัว เธอหยุดอยู่ตรงที่ห่างจากประตูห้องไม่กี่ก้าว มีเสียงหายใจรัวๆ ดังออกมาจากในห้อง ใครจะไม่รู้ว่าในห้องเกิดอะไรขึ้น
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ถึงจะพอทำให้ตัวเองเย็นลงได้ เย่เนี่ยนโม่ไม่เคยที่จะยอมรับร่างกายของเธอทำให้เธอต้องครุ่นคิดอยู่เสมอ แต่ติงยียีกลับทำแบบนี้ เป็นการบอกเธอนัยๆ ว่าเธอครอบครองเย่เนี่ยนโม่อย่างนั้นหรอ
เธอโกรธมาก วิ่งกลับไปที่ห้อง อะไรที่ฟาดทิ้งได้เธอก็ฟาดทิ้งจนหมด เธอจะแพ้ไม่ได้ ติงยียี ในเมื่อแกอยากจะเล่นกับฉัน ฉันก็จะสู้จนสุดทาง แผนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ
ในสวนตอนกลางคืน เย่ชูหวินขมวดคิ้วมองนาฬิกา “เรียกผมมามีอะไร”
อ้าวเสว่มากเขาอย่างสงสาร “นายรู้รึป่าวว่าติงยียีกับเย่เนี่ยนโม่คืนดีกันอีกแล้ว”
เย่ชูหวินขมวดคิ้วมองเธอ “ทำไมต้องบอกเรื่องพวกนี้กับผม”
“เพราะว่านายกับฉันเป็นคนที่น่าสงสารเหมือนกันยังไงล่ะ พวกเราต่างรอให้คนคนหนึ่งหันมามอง แต่อีกฝ่ายนึงกลับเดินไปทางผิด รอคนผิดเสมอ”