ตอนที่ 1640
บทที่ 1640 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1480
October 28, 2026
เธอเดินเข้าไปในกลุ่มของคนรับใช้เพื่อช่วยยกอาหาร สายตาไปสะดุดกับเครื่องปรุงเข้า แววตาของเธอเป็นประกายขึ้นมา ยื่นมือออกไปโดยไม่ส่งเสียงอะไร
บนโต๊ะอาหาร อ้าวเสว่ช่วยตักโจ๊กให้ฝู้เฟิ่งหยี “คุณย่าคะ นี่เป็นโจ๊กเพื่อสุขภาพที่ฉันทำตั้งนาน คุณย่าลองชิมหน่อยนะคะ”
ฝู้เฟิ่งหยียิ้มรับ เธอกินไปคำนึง ก็ขมวดคิ้ว แต่ว่าไม่ได้พูดอะไร อ้าวเสว่กังวลเล็กน้อย “ไม่อร่อยหรอคะ?”
ฝู้เฟิ่งหยีเหลือบตามองเธอ ติงยียีเอาน้ำซุปส่งให้เธอ “คุณย่ากินซุปหน่อยดีกว่านะคะ”
เย่เนี่ยนโม่กับฝู้เฟิ่งหยีมองไปที่เธอพร้อมๆกัน ฝู้เฟิ่งหยีรับมา กินซุปช้าๆจบหมด จากนั้นก็พูด “ต่อไปตั้งใจดูแลตัวเองก็พอ เรื่องพวกนี้เธอไม่ต้องทำหรอก”
อ้าวเสว่ตอบรับย่างน้อยใจ “ทราบแล้วค่ะคุณย่า”
ต้าต้าวิ่งมาจากอีกฝากหนึ่ง เธอมายืนที่หลังอ้าวเสว่ หน้ายังแดงๆอยู่ ติงยียีมองเธอแปลกๆ
กลับเข้าห้องมาเธอก็เดินเข้าห้องอาบน้ำด้วยความเหนื่อยล้า
น้ำเย็นราดจากหัวเธอลงมา ร่างกายของเธอสั่น แต่ใจกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมา เธอทำร้ายตัวเองแบบนี้เสมอ ราวกับว่ามีแค่วิธีนี้เท่านั้นที่ทำให้เธอรู้ว่าตัวเองยังมีลมหายใจอยู่
หลังออกมาจากห้องอาบน้ำ เรื่องที่เธอทำอันดับแรกก็คือหยิบกรอบรูปบนโต๊ะขึ้นมา ในรูป เธอกับพ่อยิ้มกันอย่างสบายใจ แพนด้านั่งอยู่ในท่าทางสง่างาม “แพนด้า ตอนนี้แกทำอะไรอยู่นะ ต้องอยู่บนสวรรค์แล้วแน่ๆใช่ไหมล่ะ ฉันไม่กลัวใครจะทำร้ายแกหรอกนะ ยังไงแกก็ดุซะขนาดนั้น”
เธอจับกรอบรูปพึมพำ น้ำตาก็กลั้นไม่ได้อีกแล้ว เธอสะอื้น “ฉันคิดถึงแก คิดถึงแกมากๆเลย”
น้ำตาไหลลง เธอรีบปาดน้ำตา ไม่ทันได้เห็นกรอบรูปหนึ่งก็ตกลงมาบนพื้นดังเพล้ง
เธอรีบก้มลง สายตากลับไปเห็นผ้าสีแดงที่อยู่ระหว่างเตียงกับผ้าปูเตียง เธอลองดึงออกมา ก็พบว่าผ้านั้นถูกหนีบไว้อย่างแน่นมาก เธอก็ลงมาจากเตียงเอาผ้าปูเตียงออกทั้งหมด
ตรงกลางของผ้าปูที่นอนมีผ้าวางอยู่ผืนนึง บนผ้ามีภาพวาดรูปคน ดวงตาของภาพรูปคนนั้นเหลือกออกมา บนร่างยังมีเข็มปักผ้าทิ่มอยู่เต็มไปหมด
ติงยียียิ้มอย่างเยือกเย็น เอาผ้าที่อยู่ในมือโยนทิ้งถังขยะไป ใครคิดกลอุบายอะไรเธอก็ดูออกในทันที แต่สิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดก็คือ คนที่เธอปฏิบัติเหมือนเป็นเพื่อนทีดีคนนึงอย่างต้าต้ากลับหน้าไหว้หลังหลอกกับเธอ
เธอนั่งอยู่บนพื้น มุมผ้าสีแดงในถังขยะโผล่ออกมาหยามเธอมาก เธอยื่นมือไปหยิบผ้านั่นขึ้นมา จะเล่นก็เล่นให้ใหญ่ไปเลยสิ
กี่วันมานี้อ้าวเสว่นอนไม่หลับเลย กินก็กินไม่ค่อยลง ทำให้ฝู้เฟิ่งหยีกังวลมาก เช้าตรู่เธอก็มาหาอ้าวเสว่ “เด็กดี เป็นอะไรไปนะ”
อ้าวเสว่ส่ายหัว สีหน้าของเธอซีดเซียว ปากก็ซีด “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ รู้สึกว่าหายใจไม่ทั่วท้องเลย ในท้องก็รู้สึกไม่ค่อยดี”
“หมอมาดูรึยังน่ะ?” ฝู้เฟิ่งหยีร้อนใจ เวลาสำคัญแบบนี้ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้นะ อ้าวเสว่พยักหน้า “หมอบอกว่าทุกอย่างปกติดีค่ะ”
ฝู้เฟิ่งหยีทนไม่ไหว “นั่งเรียกว่าปกติอีกหรอ ยังมีหมอสูติอะไรเก่งๆอีกบ้าง เปลี่ยนหมอซะ”
อ้าวเสว่รีบดึงเธอไว้ “ไม่งั้นเราให้ซินแสมาดูหน่อยได้ไหมคะ ครั้งที่แล้วที่เขามาทำให้ฉันสบายใจขึ้นเยอะเลย”
ฝู้เฟิ่งหยีไม่เห็นด้วย “ซินแสก็คือซินแส สภาพเธอตอนนี้ต้องหาหมอเท่านั้น”
“คุณย่าคะ ที่จริงแล้วช่วงนี้ฉันมักจะฝันถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องเสมอเลย นอนไม่ค่อยหลับ มักจะตื่นขึ้นมาตอนกลางคืน”
อ้าวเสว่ค่อยๆพูดต่อ น้ำตาก็ไหลพรากออกมา “ฉันรู้ว่าอาจจะเป็นฉันเองที่คิดมากไป แต่ว่าสิ่งที่อยู่ในความฝันมันน่ากลัวมาก”
ฝู้เฟิ่งหยีขมวดคิ้วแน่น เห็นเธอที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งก็อดไม่ได้ พูดว่า “เชิญมาเถอะ มาดูหน่อยก็ไม่เสียหาย”
ตอนสายในตอนที่เย่เนี่ยนโม่ยังไม่กลับบ้าน ฝู้เฟิ่งหยีก็ให้ชายหนุ่มในเสื้อคอจีนเข้ามาที่บ้าน ชายหนุ่มกับอ้าวเสว่สบตากัน ในแววตานั้นเป็นเหมือนการส่งสัญญาณให้กัน
“มีคนคิดจะทำร้ายเด็กในท้องของคุณผู้หญิงครับ” เขาเอาเข็มทิศขึ้นมาแล้วพูดอย่างจริงจังในห้องโถง
ฝู้เฟิงหยีขมวดคิ้ว “คุณอย่าพูดมั่วๆนะ คนตระกูลเย่ไม่มีใครทำเรื่องแบบนี้ได้แน่”
ชายหนุ่มในเสื้อคอจีนพูดอย่างลึกซึ้งยากจะคาดเดา “จะพูดมั่วรึป่าวก็รอให้เราเจอหลักฐานก่อนแล้วกัน ท่านนายไม่ว่าใช่ไหมครับถ้าผมจะขอเข้าไปดูในห้อง”
ฝู้เฟิ่งหยีปัดมือ ชายหนุ่มในเสื้อคอจีนถือเข็มทิศเดินเข้าไปใกล้ เขามองไปรอบทิศ จากนั้นก็มุ่งไปยังด้านบน เดินขึ้นบันไดไป ยังเดินไม่ทันถึงไหนข้างหลังก็มีคนคนนึงโผล่ขึ้นมา
“จุดมุ่งหมายของอาจารย์ดูชัดดีนะคะ” ติงยียีพูดนิ่งๆ
“ผมเป็นมืออาชีพ” ชายหนุ่มลุกลนเล็กน้อย ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้บอกหนิว่าจะมีคนโผล่มา
ติงยียีเดินเข้ามาอยู่เบื้องหน้าของเขาแล้วเอาเงินออกมาปึกนึง ชายหนุ่มเหลือบมองอย่างเร็ว “คุณทำอะไรน่ะ”
“พอรึยัง ”
ชายหนุ่มเงียบไปเขารับงานนี้ก็เพราะเงิน แต่ว่าเขาก็ยังกังวล ไม่ได้ยื่นมือไปรับ
ติงยียีเดินเข้ามาแล้วพูด “ตระกูลเย่เป็นผู้มีอำนาจนายก็รู้ ถ้านายรับเงินไป นายก็จะหาสิ่งที่นายอยากได้เจอ แล้วก็ยังจะได้ชื่อเสียงเพิ่มขึ้นอีก ถ้านายไม่เอางั้นผลลัพธ์จะเป็นไงนายก็คงพอเดาออก”
ชายหนุ่มเหลือบมองเธอ “ผู้หญิงตระกูลเย่รับมือยากกันทุกคนเลยสินะ”