ตอนที่ 1642
บทที่ 1642 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1482
October 28, 2026
“ทำไมหรอครับคุณติง” พ่อบ้านเห็นเธอหยิบกล่องขึ้นมาดูไม่ยอมวางสักที ก็ถามด้วยความสงสัย ติงยียีตอบกลับด้วยท่าทีแปลกไปเล็กน้อย “ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่เห็นว่าต่างหูคู่นี้สวยดี ฉันไปก่อนนะคะ”
กลับมาถึงห้องแล้วติงยียีก็ยังไม่หยุดคิดถึงเรื่องต่างหูนั่น เหยนหมิงเย้ากับต้าต้าไปรู้จักกันตอนไหน?เขาถึงขนาดให้ของขวัญกับเธอ
เธอรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไร อีกทั้งในตอนนั้นนั่นเอง เหยนหมิงเย้ากับจิ่วจิ่วก็มาแล้วด้วย ฝู้เฟิ่งหยีกับเย่เนี่ยนโม่กำลังอยู่ในห้องหนังสือ อ้าวเสว่จึงต้องเป็นคนอยู่กับเหยนหมิงเย้าและจิ้วจิ้ว
จิ่วจิ่วนั่งไม่พูดอะไรอยู่ข้างๆ เธอไม่ชอบอ้าวเสว่ วันนี้ที่มาก็มาหาฝู้เฟิ่งหยี เหยนหมิงเย้ามอบอาหารเสริมยื่นให้พ่อบ้าน “ระหว่างทางมาเห็นเข้าน่ะครับ ดีต่อคนตั้งครรภ์”
พ่อบ้านรับมาด้วยสีหน้าปกติ แต่มีความอยากรู้อยู่ในแววตา ดูเหมือนว่าเหยนหมิงเย้าคนนี้จะมีความห่วงใยให้คุณอ้าวเสว่มากไปนิด อ้าวเสว่เห็นแววตาของพ่อบ้านก็รับรู้ได้ถึงความสงสัย ฝ่ามือของเธอเหงื่อออกเล็กน้อย ในใจก็ยังคิดไม่ตกจริงๆว่าเหยนหมิงเย้าคิดจะทำอะไรกันแน่ พูดกันตามจริงเขาไม่น่าจะรู้ว่าเด็กในท้องเป็นลูกของเขา แต่เขากลับชอบเอาอาหารเสริมมาให้เสมอมันแปลว่าอะไร
จิ่วจิ่วไม่อยากให้พ่อบ้านเข้าใจผิด ก็รีบพูด “เป็นความคิดของฉันเองล่ะ ฉันก็เห็นคุณอ้าวเสว่มาตั้งแต่เด็กตั้งหลายครั้ง ก็นับว่าเป็นเหมือนลูกสาวแหละ ฉันก็หวังให้สุขภาพดี ให้ฉันได้อุ้มหลานไวๆ”
พ่อบ้านตอบรับ “ครับ”
อ้าวเสว่ฝืนยิ้มอยู่อีกด้าน “ขอตัวก่อนนะคะ เหมือนจะถึงเวลาตรวจสุขภาพแล้ว ฉันต้องกลับห้องก่อน”
เธอลุกขึ้นมา เหยนหมิงเย้ามองตามเธอไป จากนั้นก็โดนตีอย่างจังที่แขน
“แกมากับฉัน” จิ่วจิ่วพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
นอกทางเดิน จิ่วจิ่วมองไปรอบๆ จากนั้นก็พูดสั่งสอนด้วยสีหน้าเยือกเย็น “แกบอกฉันมาตรงๆ อ้าวเสว่กับแกไม่มีอะไรใช่ไหม”
“แม่ แม่อยากให้ผมกับเธอมีอะไรกันหรือไง” เหยนหมิงเย้าพูดอย่างใจเย็น
จิ่วจิ่วโกรธมากจนจะง้างมือขึ้นมาตบหน้าเขา แต่สุดท้ายก็อดกลั้นไว้ได้ “ถ้าแกไม่อยากให้ฉันอกแตกตาย ให้ดีพวกแกห้ามมีอะไรกัน จะทำฉันขายหน้าไม่ได้”
จิ่วจิ่วโกรธมากจริงๆ โกรธจนมือสั่นไปหมด เหยนหมิงเย้าไม่อยากทำให้เธอโกรธไปมากกว่านี้ ทำได้เพียงพูด “ครับแม่ ผมรู้แล้ว”
“อะไรคือรู้แล้ว ตอนนี้แกควรจะอธิบายให้ฉันเข้าใจไม่ใช่หรอว่าระหว่างพวกแกมันไม่มีอะไร?”
จิ่วจิ่วจิตใจกระสับกระส่าย เธอกับเซี่ยชีหรั่นเป็นเพื่อนกันมานาน ฆ่าเธอให้ตายซะยังจะดีกว่า
ถ้าลูกชายตัวเองกับลูกสะใภ้ของเธอมีลับลมคมในกันจริงๆ
“แกสัญญากับฉันตอนนี้เลย ว่าแกกับอ้าวเสว่ไม่ได้มีอะไรต่อกัน ใช้ชื่อของฉันเป็นประกัน” จิ่วจิ่วยอมไม่ได้ วันนี้เธอต้องพูดให้รู้เรื่อง มิน่าหล่ะช่วงนี้ที่เธอมาบ้านตระกูลเย่ เขาก็จะขอมาด้วย อาหารเสริมพวกนั้นเขาก็เป็นคนซื้อคิดยังไงมันก็แปลกๆ
เหยนหมิงเย้าขมวดคิ้วแน่น เขาไม่ชอบให้แม่เป็นคนเจ้ากี้เจ้าการแบบนี้ เขาก็รู้ว่าแม่ไม่ชอบอ้าวเสว่ แต่เขาก็ไม่อยากเลิกยุ่งกับเธอจริงๆ
“แกรีบพูดมาสิ” จิ้วจิ้วโกรธจนง้างมือมาตีแขนของเขา เหยนหมิงเย้าขมวดคิ้วแล้วเอ่ย “ผมกับเธอ....”
พ่อบ้านปรากฎตัวขึ้นที่ทางบันได ทั้งสองคนเงียบลงพร้อมกัน
“คุณเหยน คุณจิ่วจิ่วครับ ท่านนายกับคุณชายออกมาแล้วครับ”
เมือรอให้เสียงเท้าห่างออกไป บานประตูของระเบียงทางเดินถึงค่อยๆเปิดออก ติงยียีสีหน้าประหลาดใจ ยังไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่ตัวเองเพิ่งจะได้ยิน
เหยนหมิงเย้าไม่ได้มีความสัมพันธ์กับต้าต้า แต่มีกับอ้าวเสว่งั้นหรอ เขาชอบอ้าวเสว่ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
คำถามมากมายผุดขึ้นในใจของเธอ ในขณะเยวกันเธอก็คิดว่าจะหาคำตอบต่อไปดีไหม เห็นได้ชัดว่านี่เป็นปัญหาใหญ่ของตระกูลเย่ ถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะก็ เรื่องทั้งหมดนี่ก็น่ากลัวมากจริงๆ
เธอตัดสินใจไม่ถูก เลยลากชิวไป๋ออกมาช่วยกันคิด ในร้านอาหาร ติงยียีมองชิวไป๋ที่กำลังเลือกสับปะรดจากในสลัดออกมากินอยู่แล้วก็พูด “ถ้าผู้ชายคนนึงมอบของขวัญที่มีค่ามากให้กับผู้หญิงอีกคนนึง แต่ผู้หญิงคนนั้นมีเจ้าของแล้วอย่างเห็นได้ชัด เธอคิดว่าพวกเขาจะคบกันได้ไหม”
ชิวไป๋เงยหน้ามามองเธอ “ในที่สุดก็คิดได้แล้วสินะว่าจะคบกับเย่ชูหวิน”
ติงยียีหน้าแดงจัด “เธอพูดอะไรน่ะ ทำไมกลายมาเป็นฉันล่ะ”
ชิวไป๋ยักไหล่ “ในบรรดาคนที่ฉันรู้จักก็มีแต่เธอที่มีปัญหานี้นี่” เธอกำลังจะพูด ทันใดนั้นก็มีผู้หญิงคนนึงเดินมาที่เบื้องหน้าของพวกเธอ “ขอโทษนะคะ คุณเป็นดารารับเชิญในหนังเมื่อไม่นานมานี้คนนั้นใช่ไหมคะ ชื่อติงยียีใช่ไหมคะ?”
ทั้งสองคนมองหน้ากัน ติงยียีพูดยิ้มตอบ “ฉันไม่ใช่ดาราค่ะ แต่ว่าฉันเคยแสดงรับเชิญในหนังเรื่องนึงจริงๆ”
เด็กสาวดีใจรีบเอาสมุดลายเซ็นต์ออกมา “ช่วยเซ็นต์ให้หน่อยได้ไหมคะ น้องสาวฉันชอบคุณค่ะ”
ติงยียีตื่นเต้นเล็กน้อย แถมด้วยความประหลาดใจ เธอนึกว่าตัวเองเป็นคนไม่มีอะไร อย่างดีก็แค่ให้เย่เนี่ยนโม่คอยซัพพอร์ต ไม่คิดเลยว่าจะมีแฟนคลับเป็นของตัวเอง
ชิวไป๋มองงเธอ “เคยคิดจะกลับมาเดินทางนี้ไหม ฉันดูแลมาหลายคน แต่ก็คิดนะว่าดูแลเธออะดีที่สุด”
“ค่อยว่ากันเถอะ” ติงยียีพูดเบาๆ ตอนนี้มีเรื่องเยอะแยะไปหมด เธอไม่มีกะจิตกะใจจะไปทำอะไรจริงๆ ชิวไป๋เข้าใจเธอ ก็พยักหน้ารับ แล้วพูดต่อ “ถ้าผู้ชายคนนึงให้ของผู้หญิงคนนึง แล้วผู้หญิงคนนั้นก็รับไว้ ฉันคิดว่าน่าจะมีสองอย่างนะ หนึ่งคือผู้หญิงคนนี้เห็นแก่เงิน สองคนผู้หญิงคนนี้ก็ชอบผู้ชายคนนั้น”