ตอนที่ 1643
บทที่ 1643 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1483
October 28, 2026
ติงยียีก้มหน้าลงแล้วเม้มปากไม่พูดอะไร เขารู้ว่าเธอไม่กล้าทำแบบนั้นแน่ แต่เขาก็ยังต้องเตือนเธอ เธอก็รู้ว่าเรื่องต้องเป็นแบบนี้ แต่ก็ยังปากกล้าพูดออกมา
แขนถูกปล่อยลง มือใหญ่ๆของเขาจับคอของเธอ บังคับเธอให้รับความนุ่มนวลจากริมฝีปากจนกระทั่งหายใจไม่ออก เย่เนี่ยนโม่ถึงได้ปล่อยเธอ “ผมขอโทษ”
เสียงของเขาต่ำขรึม เย่เนี่ยนโม่คนที่มีเหตุผลได้กลับมาแล้ว ติงยียีถอยหลังไปสองก้าว “ฉันเหนื่อยแล้ว คุณกลับไปเถอะ”
เธอเบนหน้าหนีให้เขาจากไป ในระหว่างที่หันหน้าออก เธอก็โดนโอบเอวมายังเตียง เธอตกใจมาก จากนั้นก็พยายามขัดขืน เธอโดนตีก้นครั้งนึง เย่เนี่ยนโม่หยิบผ้าห่มมาคลุมร่างทั้งสอง “นอนกัน”
ติงยียีขยับตัวออก มือที่อยู่ตรงเอวก็ยิ่งจับแน่นขึ้นอีก เธอทำได้แค่ออยู่ในอ้อมอกเขานิ่งๆ ไม่นานนัก ลมหายใจบนหัวก็ยาวนานขึ้น เธอสัมผัสได้ จากนั้นก็หลับลง
ในความมืด มีแววตาคู่หนึ่งเปิดอยู่ เขาจูบลงอย่างนุ่มนวลที่หน้าผากของเธอ โอบเธอไว้ในอ้อมกอดแน่นขึ้น จากนั้นก็หลับตาลงง
“คุณย่าคะ!ฉันคิดว่าฉันอยู่ในประเทศน่าจะดีกว่านะคะ” เช้าตรู่ อ้าวเสว่ออกมาเดินเล่นกับฝู้เฟิ่งหยีในสวนดอกไม้ อากาศไม่หนาวมาก แสงแดดสาดส่องทำให้รู้สึกอุ่นๆ
ฝู้เฟิ่งหยีอยู่ในร่มบังแดด คนรับใช้ก็รีบยกกาแฟกับขนมมา เธอคนกาแฟพูดพลาง “ฉันรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่”
อ้าวเสว่หน้าซีด รีบก้มหน้าลง “ฉันก็แค่ไม่อยากจากกับคุณย่ากับเนี่ยนโม่นี่คะ”
ฝู้เฟิ่งหยีตบมือเธอ “ไปดูแลครรภ์ที่อเมริกาน่ะฉันก็เห็นด้วยอยู่ เรื่องนี้ก็เป็นแบบนี้ไปแล้วกันนะ” เธอเงียบไปแล้วพูดต่อ “ความบาดหมางระหว่างพี่น้องอย่าให้มันยาวนานเกินไปเลยนะ”
อ้าวเสว่กำลังสงสัยอยู่ว่าเธอพูดแบบนี้ทำไม จากนั้นก็ได้ยินเสียงติงยียีจากด้านหลัง “คุณย่าคะ”
ฝู้เฟิ่งหยีสั่งให้คนใช้ออกไป ใหติงยียีนั่งลง น้ำเสียงของเธอก็ไม่ได้เยือกเย็นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่กลับพูดว่า “เมื่อวานนอนกับเย่เนี่ยนโม่หลับสบายดีไหม”
อ้าวเสว่ตกตะลึงในใจ ยัยสุนัขจิ้งจอกแก่เจ้าเล่ห์นี่รู้ทุกอย่างสินะ ให้เย่เนี่ยนโม่ไปเฝ้าตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางเย่เนี่ยนโม่กับติงยียี เท่ากับว่านั่งภูดูเสือกัดกันไม่ใช่รึไง
ฝู้เฟิ่งหยีดื่มกาแฟไปอึกนึง ในใจเธอก็ต้องเบนไปทางอ้าวเสว่อยู่แล้ว ไม่ว่าจะยังไง อ้าวเสว่ก็เหมาะกับการจะเป็นสะใภ้ แต่ว่าใครบอกให้หลานตัวเองชอบติงยียีล่ะ ยังไงซะทั้งสองคนก็รักใครั่น งั้นเธอก็ต้องปฏิบัติอย่างพอๆกัน อย่างน้อยก็รอให้เหลนคลอดออกมาก่อนค่อยว่ากัน
“ยียีอ้าวเสว่ พวกเธอเป็นพี่น้องกัน ถึงแม้ว่าจะมีวัยเด็กที่ไม่เหมือนกัน แต่การได้มาอยู่ด้วยกันคือพรหมลิขิต ต่อไปนี้ต้องดีต่อกันนะ” ฝู้เฟิ่งหยีพูด
อ้าวเสว่กับติงยียีล้วนรู้ว่านี่คือการกดดันพวกเธอ แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ทำได้แค่ตอบรับไว้ ติงยียีไม่คิดอะไรมาก แต่อ้าวเสว่ดูไม่พอใจ สีหน้าแสดงออกชัด
ลมพัดแรงแล้ว ฝู้เฟิ่งหยีขมวดคิ้ว กำลังจะสั่งคนรับใช้ก็คิดได้ว่าเพิ่งให้คนรับใช้ไป “ฉันไปเอาเสื้อคลุมให้คุณย่าดีกว่านะคะ”
ติงยียีลุกขึ้นเดินเข้าไปในบ้าน ฝู้เฟิ่งหยีตบมืออ้าวเสว่ พูดว่า “ไม่เชื่อย่าหรอ”
“คุณย่า!” อ้าวเสว่อ้อน “ฉันรู้ค่ะว่าคุณย่ารักฉันมากกว่า”
ติงยียีบอกคนรับใช้ในบ้านแล้วก็ยืนรออยู่ในห้องรับแขก บนหูของคนรับใช้มีต่างหูอัญมณีอยู่ข้างนึง เธอเรียกคนรับใช้ไว้ “ต่างหูนั่นเอามาจากไหน”
คนรับใช้หันมาแบบกล้าๆกลัวๆ “เก็บได้จากที่เก็บของหลังครัวค่ะ มันตกอยู่บนพื้น ฉันว่ามันสวยดีก็เลยเก็บขึ้นมาค่ะ”
ติงยียีพยักหน้าในใจของเธอก็มีความคิดนึงผุดขึ้น และตอนนี้เธอก็อยากจะพิสูจน์การคาดเดาของเธอด้วย เธอแอบเข้าไปในห้องอ้าวเสว่
ของในห้องถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เธอสูดหายใจอยู่ตรงประตู
เดินไปถึงหัวเตียง เธอกำลังรื้อของอยู่แต่ก็หยุดลง ทำแบบนี้จะดีหรอ แอบมารื้อของคนอื่นเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากทำ
เธอเอาของกลับไปวางที่เดิมอีกครั้ง รีบเดินออกจากห้องไป แต่เมื่อเอามือบิดประตูเธอก็เสียดายขึ้นมา เพราะว่าเธออ่อนแอเกินไป เมื่อก่อนแพนด้าถึงถูกวางงพิษ เมื่อมาถึงบ้านตระกูลเย่ก็ไร้ซึ่งอิสรภาพ จากนั้นก็ต้องตายไป การได้อยู่กับเจ้าของแบบเธอเป็นเรื่องโชคร้ายที่สุดของแพนด้า
เธอจะยอมแพ้แบบนี้ไม่ได้ เธอกลับไปอีกครั้ง ครั้งนี้สายตามุ่งไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เธอเปิดตู้ออกมาจากนั้นก็ค้นจากนั้นก็หยิบต่างหูที่อยู่ใต้สุดขึนมา
ต่างหูอีกข้างนึงอยู่ที่นี่จริงๆด้วย “เธอทำอะไรน่ะ”
อ้าวเสว่เห็นว่าเธอหยิบต่างหูนั่น ในใจก็สั่นระรัว แต่สีหน้ายังคงนิ่งเฉย “เธอหันไปเป็นโจรตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ขาดหเลืออะไรฉันให้ได้”
“เธอกับเหยนหมิงเย้าเป็นอะไรกัน”
คำพูดคำเดียวดังกึกก้องอยู่ในหัวเธอ อ้าวเสว่บีบกระโปรงไว้แน่น แววตาเธอเลิ่กลักเล็กน้อย ครู่นึงถึงตั้งสติกลับมา พูดเสียงแข็ง “เธอพล่ามอะไร ฉันกับเขาเป็นอะไรกันเธอไม่รู้หรอ?ฉันบอกให้นะ เธออย่าคิดจะใช้เรื่องนี้ทำให้ฉันกับเนี่ยนโม่จากกันเด็ดขาด”
ติงยียีเดินเข้ามาใกล้ กระชากสร้อยคอของเธอเอามาวางไว้บนฝ่ามือ “ถ้าไม่อยากให้ใครเขารู้ ก็อย่าทำอะไรสิ น้ำลดตอก็ต้องผุด”
อ้าวเสว่มองดูเธอแล้วใจก็สั่นไม่หยุด ติงยียีไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ช่วงนี้เธอโดนหล่อนปั่นหัวหมุน เป็นเพราะอะไรกันถึงทำให้เธอเปลี่ยนไปจนเป็นแบบนี้
เธอกำต่างหูไว้แน่นจนก้านต่างหูทิ่มฝ่ามือเธอ
วันรุ่งขึ้น