ตอนที่ 1646
บทที่ 1646 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1486
October 28, 2026
ติงยียีลุกขึ้นด้วยความเงียบ เธอรู้ แต่ว่าเธอไม่มีทางที่จะตอบรับได้ และก็ไม่มีทางที่จะจากไปจริงๆ ใช่เธอเห็นแก่ตัว เธอที่ได้ถูกทำร้ายจากเย่เนี่ยนโม่ก็อยากที่จะค้นคว้าหาความอบอุ่นอ่อนโยนจากเย่ชูหวิน
“ไม่เป็นไรหรอก” ความอบอุ่นที่ส่งมาจากบนหัว ฝ่ามือที่แห้งแต่กลับอบอุ่นของเย่ชูหวิน เขาได้บอกเธอว่า ไม่เป็นไรหรอก เขาอยากให้เธอมองใจตัวเองให้ชัดเจน แต่ว่าเขากลัวที่เธอนั้นจะไปแอบนั่งร้องไห้ที่ไหนสักแห่งในความมืดคนเดียวมากกว่า
เธอร้องไห้ เขาได้ปล่อยมือของเธอแล้วก็เดินออกไปก่อน ถามออกมาโดยไม่หันกลับ “ไปกันเถอะ ผมส่งเธอกลับไป”
ไฟข้างถนนได้ส่องมาทำให้เงาของทั้งสองดูยาวมาก เงาของเขาได้ซ้อนทับเงาของเธอ เขาได้เดินอยู่ข้างหน้า ถึงแม้ว่าได้ยินเสียงร้องไห้แต่ก็ไม่หันกลับไปสักครั้ง เธอก็ได้เดินตามอยู่ข้างหลัง รู้สึกขอบคุณคนข้างหน้าที่ให้เหลือพื้นที่สำหรับร้องไห้ให้เธอ
ตอนเช้า เย่ป๋อส่งเสื้อสูทมาให้ แววตาของเย่เนี่ยนโม่ได้มีความเหนื่อยล้า เปลี่ยนเสื้อสูทเสร็จ อ้าวเสว่ก็ได้พูดอย่างน่าสงสารว่า “คืนนี้คุณยังจะมาไหมคะ?”
เย่เนี่ยนโม่ได้หยุดนิ่ง “ได้”
อ้าวเสว่มองเขาที่เดินจากไป สองมือก็ได้ไปวางที่หน้าท้องแบนราบของเธอ เธอนั้นได้มีการกระทำที่ทำแบบไม่รู้ตัวแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
ประตูถูกเปิดออก มีร่างหนึ่งได้พุ่งเข้ามา สติของเธอได้ตึงเครียดขึ้นมา “นายมาทำไม?”
“คำตัดสินคดีฆ่าคนอย่างเจตนาของซางหัวลงมาแล้ว เบื้องหลังมีตระกูลเย่บงการ” เหยนหมิงเย้ามองเธอเงียบๆ เห็นว่าเธอได้มีสีหน้าที่เหนื่อยล้าก็ได้ขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้
เขาวางปิ่นโตซุปในมือลงบนโต๊ะ บิดฝาเพื่อเทน้ำซุปให้เธอ อ้าวเสว่เหลือบมองนาฬิกาเงียบๆ และได้ยินคนข้างๆ พูดเบา ๆ ว่า "ไม่ต้องห่วง แม่ของฉันและคุณย่าอยู่ด้วยกัน เย่เนี่ยนโม่ออกไปแล้ว ตอนนี้คงไม่มีใครมาที่นี่อีกสักพัก”
อ้าวเสว่ขมวดคิ้วและมองไปที่ซุปที่ยื่นมาตรงหน้าเธอ เหยนหมิงเย้าไม่สนใจ หยิบตะเกียบคนซุป "ฉันไม่รังเกียจที่จะป้อนเธอ"
“วันหนึ่ง นายจะเสียใจที่ไม่ได้ช่วยเด็กคนนั้น” อ้าวเสว่กัดฟันและพูดประโยคนี้ สักวันหนึ่งเธอจะบอกเขาว่า ลูกแท้ๆ ของเขาได้ตายด้วยกำมือของเขาเอง!
เหยนหมิงเย้าวางซุปกลับลงบนโต๊ะ เขานั่งลงข้างเตียง คว้าเธอไว้โดยไม่มีไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายขัดขืน แล้วพูดเบา ๆ ว่า “ฉันไม่มีทางเสียใจหรอก ฉันปล่อยเธอไปไม่ได้ ถ้าไม่มีเด็กคนนั้น เย่เนี่ยนโม่ก็จะไม่เอาเธอแล้ว”
“ไสหัวออกไป!” อ้าวเสว่ได้โยนของที่มือคว้ามาได้ใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง ในนั้นยังมีซุปไก่ที่พึ่งวางไปที่โต๊ะเมื่อกี้
เหยนหมิงเย้าได้เปียกไปทั้งตัว เขาไม่โมโห ก้มไปหยิบหมอน แล้วกดกริ่งเพื่อเรียกพยาบาลเข้ามาทำความสะอาด หลังมือของเขาถูกลวกจนแดง เขาก็แค่มองสักพัก “พักผ่อนเถอะ แล้วฉันจะมาเยี่ยมหาเธออีก"
“ไสหัวออกไป ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!” อ้าวเสว่จ้องมองเขาพร้อมหายใจหนักๆ อากาศก็ได้เต็มไปด้วยกลิ่นซุปไก่ เธอเครียดมากเกินไป ก็เลยทำให้เธอมีอาการอยากจะอ้วก
เธอได้หมอบที่หัวเตียงแล้วก็อ้วกแบบแห้ง พยาบาลเข้ามาทำความสะอาด พูดปลอบออกไปอย่างเคยชินไม่กี่คำ เธอได้นอนอยู่บนเตียง สายตามองไปที่เพดานอย่างไร้ความรู้สึก
เป็นแบบนั้นอยู่นานเธอถึงได้เอาโทรศัพท์ออกมาอีกครั้งแล้วก็โทรออกไป “แม่คะ ลูกของหนูแท้งแล้ว”
“แท้งแล้ว? แกทำอะไรถึงแท้งได้? ตอนนี้เป็นยังไง?” เสียงของซือซือไม่ได้มีความตกใจ กลับกันได้มีทำเสียงแบบเป็นทางการ
อ้าวเสว่หลับตาด้วยความเหนื่อย “แม่มาเยี่ยมหนูหน่อยได้ไหม?”
“ตอนนี้มันตอนกลางวันดูเตะตาคนอื่นเกินไป เดี๋ยวฉันไปหาตอนกลางคืน”
ปลายสายก็ได้วางไปอย่างเย็นชา อ้าวเสว่ก็ได้ค้นเบอร์ที่ตัวเองบันทึกไว้ในโทรศัพท์ ถึงได้พบว่าตัวเองนั้นไม่มีเบอร์ที่ตัวเองติดต่อบ่อยๆ ในโทรศัพท์เลย
อยู่ๆ เธอก็อิจฉาติงยียี เขามีความเป็นห่วงเป็นใยจากชิวไป๋ ความอ่อนโยนของเย่ชูหวิน ความรักของเย่เนี่ยนโม่ แล้วก็ความตามใจของAlin แต่ว่าเธอล่ะมีอะไรบ้าง? มีแค่แม่ที่อยากจะทำลายตระกูลเย่? มีพ่อที่ไร้ศีลธรรม?
ไม่ใช่ว่าเธออยากจะเป็นคนไม่ดี แต่ว่าโลกนี้ไม่ได้อ่อนโยนกับเธอ เธอก็ได้กำมือแน่น น้ำตาได้ไหลลงมา เจ็บปวดอยู่ในใจ
ช่วงบ่าย เย่เฟิ่งหยีมาเยี่ยมหาอ้าวเสว่แล้วก็ออกไป อ้าวเสว่ก็ได้ผลักอาหารที่คนใช้ได้ยื่นมา “ฉันไม่กิน”
คนใช้มองสีหน้าของเขา ก็เลยทำได้เพียงเอาถ้วยแล้วก็ถอยไปอีกด้าน ประตูเปิดออก เย่เนี่ยนโม่ก็ได้ก้าวเดินเข้ามา เขาได้มองถ้วยที่เต็มไปด้วยโจ๊กของคนใช้ “กินข้าว”
“ฉันกินไม่ลงค่ะ กินไม่ลงจริงๆ” สีหน้าของอ้าวเสว่ได้ซีดมากๆ มองแล้วดูสวยและอ่อนแอมากกว่าเดิม
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว แล้วก็ได้เอาถ้วยโจ๊กมาเอง เอาช้อนตักมาช้อนหนึ่งแล้วก็ยื่นไปที่ปากของเธอ
อ้าวเสว่ถึงได้เปิดปากทานอย่างมีความสุข
ทางประตู ติงยียีที่ได้ถือกระติกน้ำร้อนก็ได้มองภาพนั้นเงียบๆ เย่ป๋อเดินมาอยู่ข้างหลังเธอแล้วก็พูดเสียงเบาว่า “ไปกันเถอะครับ”
เธอก็ได้หันตัวเดินออกจากโรงพยาบาล กระติกน้ำร้อนที่อยู่ในมีได้รู้สึกว่ามันหนักเอามากๆ คนไข้ที่เมาเหล้าก็ได้พุ่งเข้ามาพร้อมคำด่า ทั้งสองก็ได้ชนเข้าด้วยกัน
“ไม่มีตาเหรอ!” ชายหนุ่มก็ได้ด่าออกไปพร้อมปิดแผลที่มีเลือดไหล
ติงยียีมองเขาอย่างเย็นชาแล้วก็ได้เดินไปข้างหน้าต่อ ข้างหลังก็ได้มีเสียงฝีเท้าเดินตามมา เย่ป๋อตามเธอมา “ให้เวลาคุณชายหน่อยครับ!”
“เวลานั้นมีแต่ทำให้บาดแผลด้านชาลง แต่ไม่ได้ทำให้มันหายไป” สายตาของติงยียีได้ว่างเปล่า คนในโรงพยาบาลนั้นได้เดินไปมาเต็มไปหมด ทุกคนนั้นก็ได้มีความเหนื่อยล้าแล้วก็เย็นชา เธอได้ฝืนยิ้มออกมา “อย่างน้อยก็เท่าเทียบกันแล้ว ชีวิตหนึ่งแลกอีกชีวิตหนึ่ง”
เย่ป๋อรู้ว่าเธอกำลังยอมแพ้ ก็เลยทำได้แค่เพียงมองเธอเดินจากไป ในใจก็ได้กังวลเรื่องอนาคตของเธอกับคุณชายอย่างห้ามไม่อยู่