ตอนที่ 1656
บทที่ 1656 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1496
October 28, 2026
ตอนที่เย่เนี่ยนโม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายโทรออกไปอีกครั้งก็สายไม่ว่างแล้ว
ภายในร้านกาแฟ ฝ่ามือติงยียีที่ถือโทรศัพท์เอาไว้ชื้นไปด้วยเหงื่อ เธอรับโทรศัพท์จากเย่เนี่ยนโม่เรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมจะไปหาอ้าวเสว่ แต่คิดไม่ถึงว่าเธอจะเห็นภาพที่คนถูกจับตัวเอาไว้ “คุณปล่อยเธอก่อน มีอะไรก็พูดกันดีๆ”
ชายหนุ่มดึงผ้าคลุมหน้าทิ้ง ใบหน้าอัปลักษณ์นั้นเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม “ตอนนี้ผมกำลังตั้งใจจะจัดการเธอ ยังไม่อยากสู้กับคุณ คุณไปเสีย!”
แววตาอ้าวเสว่เต็มไปด้วยความหวาดผวา ลำคอของเธอมีใบมีดแหลมคมแนบอยู่ ใบมีดกดเข้าไปบนผิวเธอจนมีเลือดรินไหลออกมา เธอสะอื้น มองไปที่ติงยียี ในแววตามีทั้งความตระหนกกลัวและขอร้อง ถ้าหากว่าให้ผู้ชายคนนี้จับตัวเองไปจริงๆ เธอจะต้องตายแน่นอน
เธอยังไม่อยากตาย! เธอยังตายไม่ได้!
ติงยียีลังเล เขยิบร่างไปทางประตูช้าๆ อ้าวเสว่สะอื้นออกมา “ช่วย...” เพิ่งจะสิ้นเสียง ใบมีดก็กดลึกเข้าไป เจ็บจนเธอไม่กล้าพูดอะไรอีก น้ำตาทำให้สายตาเลือนรางจนมองไม่เห็นเงาร่างของติงยียี
ชายหนุ่มเขยิบเข้ามาใกล้เธอ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ “ผมคิดว่าผมควรจะแนะนำตัวเองสักหน่อย ผมชื่อกัวต้าชิ่ง คุณสวยมากเลย”
แววตาหวาดกลัวของอ้าวเสว่เหลือบมองไปด้านข้าง เม็ดเหงื่อบนหน้าผากไหลตามหางคิ้วเข้าไปในดวงตา ปะปนกับหยาดน้ำตา กัวต้าชิ่งถูกสีหน้าหวาดกลัวของเธอทำให้ขบขัน เขาตบลงบนแก้มของเธอเบาๆอย่างมีความสุข “เพื่อนของคุณไม่สนใจคุณแล้ว ไปเถอะ มีเพียงแค่คุณแล้ว ผมจะตั้งใจจัดการคุณเลยล่ะ”
มีดของเขากดลงบนลำคออ้าวเสว่ เธอทำได้เพียงแค่เดินไปข้างหน้าตามที่เท้าเขาเดิน เพิ่งจะออกจากประตูห้องน้ำ ก็มีแจกันดอกไม้ทุบเข้าที่หลังของกัวต้าชิ่งอย่างแรง
“รีบไปเร็วเข้า!” ติงยียีดึงอ้าวเสว่ที่ตกใจจนขาอ่อนแรงให้พุ่งตัวออกไปทางนอกประตู ทั้งสองคนตะบึงวิ่งเข้าไปในศูนย์แสดงสินค้าจิวเวลรี่
เบื้องหลังมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นไม่ห่าง กัวต้าชิ่งตามมาแล้ว เขาหัวเราะเสียงดัง เดินสบายๆ ผ่อนคลายเป็นธรรมชาติราวกับกำลังล้อมจับเหยื่อ
อ้าวเสว่หอบหายใจ ความรู้สึกอ่อนแรงจากการที่แท้งได้ไม่นาน ทำให้เธอไม่สามารถเพิ่มความเร็วได้ เธอจับแขนติงยียีเอาไว้แน่น กลัวว่าเธอจะทิ้งตัวเอง
“วางใจเถอะ เขาตามพวกเราไม่ทันหรอก สู้ๆ!” ติงยียีก็รู้สึกว่าแรงกายไม่เอื้ออำนวย แต่กลับยืนหยัดลากอ้าวเสว่วิ่งเข้าไปด้านใน เธอเชื่อว่าศูนย์การประชุมและนิทรรศการแบบนี้จะต้องมีแผนกรักษาความปลอดภัย ขอเพียงแค่หาแผนกรักษาความปลอดภัยให้เจอก็จะปลอดภัยแล้ว โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เธอกลับไม่มีเวลากดรับสาย
“อ๊า!” ติงยียีเจ็บปวดจนกรีดร้องออกมา เธอก้มตัว ยกเท้าขึ้นเล็กน้อย ที่รองเท้ามีตะปูจิ้มลึกเข้ามาหนึ่งดอก น้ำเสียงบ้าคลั่งต่อด้วยเสียงฝีเท้าหนักที่อยู่ด้านหลังใกล้เข้ามา ทันใดนั้นกัวต้าชิ่งก็มาปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู เขาหน้าแดงก่ำ สีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “จับพวกคุณได้แล้ว!”
ติงยียีลองดึงตะปู แต่กลับพบว่าตะปูทะลุเข้าไปในพื้นรองเท้าลึกมาก อ้าวเสว่มองเขาเดินเข้ามาใกล้ขึ้นทีละก้าวๆด้วยความหวาดกลัว และมองไปทางติงยียีที่เดินไม่ไหวแล้ว เธอกัดฟันวิ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง
กัวต้าชิ่งสีหน้าเย็นชา คิดจะตามไป แต่แผ่นหลังถูกกระแทกเข้า เขาจึงหันกลับไปด้วยท่าทางโหดเหี้ยม ในมือติงยียีถือรองเท้าเอาไว้ ร้องเอะอะว่า “ทุบคุณนั่นแหละ มองอะไร!”
กัวต้าชิ่งเลิกคิ้ว “เพื่อนของคุณทิ้งคุณเอาไว้แล้วหนีไปคนเดียว ตอนนี้คุณยังจะปกป้องเธออีก คุณว่าคุณโง่หรือเปล่า”
หน้าผากติงยียีมีเหงื่อผุด ความเจ็บปวดและความหวาดกลัวขั้นสุดทำให้ร่างกายเธอสั่นสะท้าน เธอปาดเหงื่อบนหน้าผาก เอ่ยอย่างดื้อดึงว่า “อย่างน้อยมีคนหนึ่งที่หนีไปได้”
“ฮ่าๆๆ! ดีมาก อย่างนั้นผมก็จะให้คุณได้รู้ค่าตอบแทนจากการที่เธอหนีไปได้” กัวต้าชิ่งค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้ ยื่นมือไปบนลำคอบบอบบางขาวราวกับหิมะ
“แฮ่กๆ” อ้าวเสว่หอบหายใจเสียงดัง ด้านหน้ามีแสงสว่าง เธอดีใจจนเร่งฝีเท้าเดิน ผลักประตูกระจกให้เปิดออก เธอมาถึงถนนใหญ่แล้ว แสงอาทิตย์สว่างมาก บดบังบรรยากาศหม่นหมองทั้งหมด เธอหันกลับไปมอง ไม่มีคนตามมา ระเบียงทางเดินที่ว่างเปล่านั้นเหมือนกับฉากในหนังสยองขวัญ
เธอก้าวเท้าเดิน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถก้าวไปด้านหน้าได้ ติงยียีตายแน่ๆ เธอจะต้องตายอย่างแน่นอน! บางทีตอนนี้เธออาจจะสูญเสียชีวิตของตัวเองไปเหมือนกับคนอื่นๆ นี่ไม่ใช่ว่าดีมากหรอกหรือ ตั้งแต่นี้เธอก็จะไม่ได้มาปรากฏตัวขึ้นในชีวิตของเย่เนี่ยนโม่อีก เย่เนี่ยนโม่ก็จะเป็นของเธอคนเดียว!
ความรู้สึกเจ็บแปลบถูกส่งมาจากบริเวณลำคอ เธอลูบไปบนลำคอตัวเองตามจิตใต้สำนึก บนนิ้วมือมีความรู้สึกชื้นแฉะเล็กน้อย บาดแผลที่เพิ่งจะตะบึงวิ่งมาเมื่อครู่ปริออกอีกแล้ว เธอมองสีแดงคล้ำบนนิ้วมือ กัดริมฝีปากอย่างแรงจนเป็นรอย จู่ๆเธอก็หมุนตัววิ่งกลับเข้าไปด้านในอาคาร
ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนในปอดทำให้การหายใจดูเป็นเรื่องเพ้อฝัน มือทั้งสองข้างของติงยียีปัดป่ายอยู่บนแขนของกัวต้าชิ่ง เธอคิดจะใช้แรง แต่กลับพบว่าร่างกายอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรง จิตใต้สำนึกค่อยๆเลือนหายไปจากสมอง แพนด้า คุณพ่อ สวีเห้าเซิง ซือซือ เย่ชูฉิง เย่เนี่ยนโม่ ทุกคนที่สำคัญในชีวิตค่อยๆวิ่งผ่านสมองเธอไปอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็เหลือเพียงแค่เงาร่างของเย่เนี่ยนโม่
ปอดไม่มีอากาศแล้ว ใกล้จะตายแล้วสินะ เห็นอยู่ชัดๆว่ามีเรื่องราวมากมายที่ยังไม่ได้ทำ เห็นอยู่ชัดๆว่ารักเขามาก ติงยียีค่อยๆหลับตาลง รอคอยการมาถึงของช่วงเวลาสุดท้าย จู่ๆมือที่บีบคอเธอก็คลายออก อากาศยื้อแย่งกันเข้ามาในปอดเธอ เธอทรุดตัวลงกับพื้นไออย่างรุนแรง ใบหูดังวิ้งๆจนได้ยินไม่ชัดเจน
กัวต้าชิ่งร่างโงนเงน เขาลูบเลือดที่รินไหลลงมาจากหน้าผาก พลางเอ่ยอย่างดุร้ายว่า “คิดไม่ถึงว่าคุณจะกล้ากลับมา”
“ฉันแจ้งตำรวจแล้ว คุณรีบปล่อยพวกเราไปเสียเถอะ!” อ้าวเสว่ที่ถือท่อนไม้ในมือตะโกนสุดเสียง
กัวต้าชิ่งคิ้วกระตุก แสงไฟสลัวทำให้สีหน้าเขาน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม “อ่อ อย่างนั้นหรือ ผมกลัวมากเลย!”
เขาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวๆ คว้าท่อนไม้ในมือของอ้าวเสว่เอาไว้ เธอคิดจะต่อสู้ดิ้นรน แต่คอก็ถูกกระแทกเข้าอย่างแรง
จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ติงยียีหูอื้อมาก แต่กลับพยายามยื่นมือไปคลำโทรศัพท์มือถืออย่างยากลำบาก ฝ่ามือแตะถูกพลาสติก เธอรู้สึกยินดีและรีบกดรับทันที
“ยียี!” เสียงร้อนรนของเย่เนี่ยนโม่ดังลอยมา “ตอนนี้ฉันอยู่ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการ พวกเธออยู่ที่ไหน”