ตอนที่ 1657
บทที่ 1657 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1497
October 28, 2026
“ตอนนี้บริษัทไม่สามารถหมุนเวียนเงินมากขนาดนั้นได้”
เย่เนี่ยนโม่ปฏิเสธอย่างไม่เกรงใจ กัวต้าชิ่งหัวเราะเสียงดัง “เป็นนักธุรกิจจริงๆ มิน่าแฟนสาวของฉันที่อยู่ในบริษัทเย่ซื่อถึงได้ถูกคุณทำให้ลุ่มหลงเสียจนหัวหมุน พรุ่งนี้ตอนบ่าย ผมคิดว่าคุณคงไม่ยินยอมที่จะเห็นพวกเขาปรากฏตัวขึ้นในสถานที่สาธารณะแน่นอน”
“ตกลง!” เย่เนี่ยนโม่ตอบกลับเสียงเรียบ หลังจากนั้นก็เป็นฝ่ายวางสายโทรศัพท์ก่อน
ในตึกเก่าเต็มไปด้วยผู้คน เย่เนี่ยนโม่มองไปยังรูปภาพและสรุปข่าวย่อๆบนกำแพงด้วยสายตาเย็นเยียบ สรุปข่าวย่อๆบนนั้นล้วนเป็นข่าวของเขา ทั้งยังมีการแอบถ่ายอ้าวเสว่ ติงยียี และรูปภาพของพนักงานบริษัทเย่ซื่อ รูปภาพถูกปากกาขีดไปมาจนไม่เหลือเค้าเดิม
“ไม่ได้ เวลาน้อยเกินไป ตามหาไม่พบ” ตำรวจที่อยู่ในห้องของกัวต้าชิ่งเอ่ยขณะถอดหูฟังออก
เย่เนี่ยนโม่ทุบหมัดลงบนกำแพง แววตาปะทุกลิ่นอายเย็นยะเยือกรุนแรง “ไปเตรียมเงินสดห้าล้าน”
“ตำรวจจะควบคุมความปลอดภัยของคุณในเหตุการณ์ด้วย ผมก็จะไปด้วยตัวเองเช่นกัน” Bakerมีสีหน้าย่ำแย่ ในสถานการณ์ที่รู้ว่ากัวต้าชิ่งเป็นคนร้ายแล้วยังปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามหนีไปได้ นี่มันอัปยศอดสูเสียจริง
เย่ชูหวินที่อยู่อีกด้านก็ช่วยเอ่ยสนับสนุน “ฉันก็จะไปที่นั่นด้วยเช่นกัน”
บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด หมัดของเย่เนี่ยนโม่กำแน่นขึ้นเรื่อยๆ ผู้หญิงของเขา เขาจะต้องแย่งกลับคืนมาให้ได้!
ภายในโรงงานมืดสลัว ติงยียียังคงต่อสู้ดิ้นรน ข้อมือของเธอถูกเชือกบาดจนเป็นรอยเลือดซิบๆ อ้าวเสว่นั่งนิ่งอยู่อีกด้านหนึ่ง “ไม่ต้องดิ้นแล้ว หนีไม่รอดหรอก”
“ฉันยังไม่อยากตาย” ติงยียีกัดริมฝีปาก ความรู้สึกเจ็บแปลบจากบริเวณข้อมือทำให้เธอขมวดคิ้วอย่างอดมิได้
“หึๆ” อ้าวเสว่หัวเราะเสียงเบา “เธอจะมีวิธีอะไร ถ้าหากว่าตอนแรกฉันไม่กลับเข้าไปช่วยเธอก็ดี ฉันเสียใจ ฉันเกิดเสียใจขึ้นมาแล้วจริงๆ!”
ติงยียีเหลือบมองเธอครู่หนึ่ง ถูเชือกที่มัดข้อมือต่อไปเงียบๆ ประตูมีเสียงปลดล็อกดังลอยมา เธอรีบหยุดความเคลื่อนไหวทันที
กัวต้าชิ่งถือกล่องข้าวเข้ามาสองกล่อง “สายัณสวัสดิ์เพื่อนๆของผม”
“คุณหนีไม่รอดหรอก ตำรวจจะหาคุณพบแน่นอน” ติงยียีเอ่ยอย่างมั่นใจ
อ้าวเสว่ตำหนิ “เธอจะไปยั่วโมโหเขาทำไม!”
กัวต้าชิ่งหัวเราะฮ่าๆอย่างไม่ใส่ใจ “เดิมผมก็หนีไม่รอดอยู่แล้ว และไม่วางแผนจะหนีด้วย อย่างไรมีพวกคุณสองคนก็พอแล้ว” เขาวางกล่องข้าวลงบนพื้น “กินเถอะ”
“คุณไม่ปลดเชือกออกแล้วพวกฉันจะกินยังไง” อ้าวเสว่ถามด้วยความประหลาดใจ
“กินยังไง? พวกคุณก็กินเหมือนที่สุนัขกินยังไงล่ะ!”
กัวต้าชิ่งหัวเราะฮ่าๆ สีหน้าซื่อบื้อในยามปกติตอนนี้เต็มไปด้วยความโอหังอวดดี แสงไฟจากหลอดไฟสาดลงบนใบหน้าเขา ใบหน้าของเขาครึ่งซีกซ่อนตัวอยู่ในเงาสลัว บรรยากาศน่าหวาดกลัวคืบคลานเข้ามา
“คุณจะทำเกินไปแล้วนะ!” อ้าวเสว่สีหน้าแดงก่ำ ความรู้สึกอัปยศอดสูทำให้เธอลืมความหวาดกลัว
ติงยียีนิ่งเงียบ จู่ๆก็ก้มหน้าเขยิบเข้าไปกินข้าวในกล่องข้าว อ้าวเสว่มองเธออย่างดูถูก “ไม่มีศักดิ์ศรี”
“ถ้าหากว่าเธอใช้ความรุนแรงปะทะกับความรุนแรง ไม่ต้องรอให้คนอื่นมาช่วยเธอ เธอก็ตายแล้ว” ติงยียีเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยอย่างเย็นชา และก้มหน้ากินข้าวต่อไป
กัวต้าชิ่งมองติงยียีอย่างสนใจ “คุณประเมินตนเองได้ดีจริงๆ ผมเริ่มจะชื่นชมคุณแล้ว น่าเสียดายที่ผู้หญิงอย่างพวกคุณล้วนรักแต่ผู้ชายที่ร่ำรวย”
ติงยียีไม่ตอบเขา เพียงแค่กินข้าวคำโต กัวต้าชิ่งย่อตัวลงใช้มือเขี่ยน่องไก่ในกล่องข้าว “มา กินอันนี้สิ!”
เธอกัดเข้าที่น่องไก่คำหนึ่ง มองกัวต้าชิ่งที่หัวเราะฮ่าๆแล้ว อ้าวเสว่ก็เบนสายตาหนีไป พึมพำประโยคหนึ่ง ขณะที่ท้องร้องดังครืดคราด กลิ่นหอมของอาหารลอยเข้าสู่โพรงจมูกไม่หยุด
ผ่านไปครู่หนึ่ง กัวต้าชิ่งก็เก็บกล่องข้าว คนจากไปแล้ว อ้าวเสว่ก็ถากถางว่า “เพื่อข้าวเล็กน้อยนี้ ศักดิ์ศรีของเธอถูกสุนัขกินไปหมดแล้ว? หรือจะพูดว่าเธอสมัครใจที่จะยอมเป็นสุนัขด้วยตนเอง “ต่ำตม”
ติงยียีกวาดตามองเธอ “หิวไหม”
เธอสีหน้าขาวซีด โมโหจนร่างกายสั่นไปทั้งตัว “ถึงจะหิวแต่ก็ไม่กระดิกหางประจบเอาใจเพื่อให้ผู้อื่นให้ข้าวกินเหมือนเธอหรอก!”
ติงยียีไม่สนใจเธอ เขยิบร่างไปด้านข้าง เผยให้เห็นกระดูกชิ้นหนึ่ง เธอโน้มตัวลง ดิ้นรนที่จะยื่นมือทั้งสองข้างไปที่พื้น ข้อมือถูกเชือกเสียดสีจนมีรอยเลือดสีแดง ทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกสยดสยอง