ตอนที่ 1676
บทที่ 1676 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1516
October 28, 2026
พิธีกรส่งสัญญาณบอกให้ทุกคนเงียบ และพูดออกไมค์ว่า : “ฉันไม่เคยเห็นด้วยกับการหมั้นของพวกเขา”
เพิ่งจะพูดจบ ผู้คนที่อยู่ด้านล่างต่างตกใจ พิธีกรยิ้มหัวเราะและพูดว่า : “จะหมั้นอะไร? เหมาะสมกันขนาดนี้แต่งๆกันไปเลย!”
คนที่อยู่ในงานต่างยิ้มแย้มกัน ติงยียีและเย่ชูหวินมองตากัน ในแววตาเต็มไปด้วยความหวาน
ไห่ฉิงฉิงและโม่เสี่ยวจุนประคองกันเดินขึ้นมาบนเวที โม่เสี่ยวจุนน้ำตาคลอเบ้า และพูดอย่างไม่มีทางยอมแพ้ว่า : “แกน่ะ หลังจากนี้ดูแลเธอให้ดี!”
“พ่อ ผมทราบแล้ว” เย่ชูหวินยิ้มพลางจับมือทั้งสองข้างของติงยียีไว้แน่น
ไห่ฉิงฉิงเช็ดน้ำตาไม่หยุด เมื่อได้ยินที่โม่เสี่ยวจุนพูดจึงหัวเราะออกมา “ชูหวินเรื่องที่ลูกสัญญากับแม่ไว้ต้องทำให้ได้นะ”
สัญญาอะไร? ติงยียีมองเย่ชูหวินด้วยความสงสัย เขายิ้มพลางส่ายหน้า แววตามีความอ่อนโยนเป็นที่สุด
พิธีกรโบกมือขึ้นลงบอกให้ทุกคนเงียบหน่อย “ถึงแม้ทุกคนจะรู้ขั้นตอนหลังจากนี้แล้ว แต่ฉันยังต้องทำตามหน้าที่ ที่จะถามว่ามีใครไม่เห็นด้วยไหม ถ้าไม่มีฉันจะ...”
“ผมไม่เห็นด้วย”
เย่ป๋อเอ่ยปาก สายตามองไปที่ทางออกด้วยความร้อนใจ ในใจคิดว่าคุณชายจะพลาดไปอย่างนี้จริงๆ หรือ?
ชิวไป๋จ้องมองอย่างโกรธ และพูดเสียงต่ำว่า “แกจะทำอะไร หรือพวกแกไม่อยากเห็นเธอมีความสุข?”
พิธีกรอึดอัดมาก เย่ป๋อมองเธออย่างขออภัย เขาหันหน้าและพูดว่า : “คุณยียี คุณคิดดีแล้วจริงๆ ใช่ไหม? ลองถามใจตัวเอง”
คำพูดของเขาทำให้ติงยียีตัวสั่นเล็กน้อย เธอหลบสายตาเขา มีเงาแวบมาด้านหน้า เย่ชูหวินยืนตรงหน้าเธอด้วยสายตาเย็นชาเล็กน้อย “ขออภัย ถ้าคุณมาเพื่อสร้างความวุ่นวาย งั้นผมคงต้องเชิญคุณออกไป”
พิธีกรรีบแก้สถานการณ์ “ใช่ๆ ช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายจบลงแล้ว ผมถามอีกครั้ง คงไม่มีใครไม่เห็นด้วยสินะ”
“ผมไม่เห็นด้วย” คนหนึ่งเดินออกมาจากทางเข้า เขาสวมชุดสูทสีดำ เดินก้าวขายาวเข้ามา
ติงยียีอดตัวสั่นไม่ได้ จนกระทั่งโดนจับมือไว้ เย่ชูหวินหันมองเธอ ความเจ็บปวดในแววตาทำให้เธออ่อนไหว แต่ก็ทำให้เธอเข้มแข็ง
เขาหันหน้าและพูดด้วยความเย็นชาว่า : “เย่เนี่ยนโม่”
เย่เนี่ยนโม่มองผ่านไหล่เขาไปที่ติงยียีที่หลบอยู่ด้านหลังเขา สวีเห้าเซิงรีบเข้ามาด้านหน้า “เย่เนี่ยนโม่อย่าทำอย่างนี้”
บรรยากาศในงานลดลงจนถึงจุดเยือกแข็ง เย่เนี่ยนโม่หยิบกล่องผ้าไหมออกมาเปิด “ไปกับฉัน”
ติงยียีกวาดตามอง ร่างกายแน่นิ่งในทันที มือเขาเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลเล็กๆ บางแผลยังมีหยดเลือด เห็นได้ชัดว่าเพิ่งจะได้รับบาดเจ็บ
ในกล่องมีแหวนที่ดูโบราณและเรียบง่าย ฝังในฟองน้ำอย่างเงียบๆ แหวนไม่ได้ดูสวย ทำเป็นรูปกิ่งก้าน มีเพชรสีฟ้าอยู่ตรงกลาง
“ในเรื่องความรักผมเป็นคนโง่คนหนึ่ง ผมอยากจะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับคุณ และไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณต้องการที่สุดคืออะไร ผมอยากให้คุณมีความสุข แต่กลายเป็นว่าคุณกลับไม่มีความสุขมากยิ่งขึ้น”
เสียงเขาแหบพร่า ติงยียีริมฝีปากสั่น ตัวสั่นอย่างรุนแรง ปากพึมพำว่า : “ไม่ต้องพูดแล้ว ขอร้องคุณอย่าพูดอีกเลย”
เย่ชูหวินทนไม่ไหวอีกต่อไป เขารู้สึกเหมือนมีไฟอยู่ในอกตัวเอง ไฟนั่นเผาไหม้เหตุผลและลมหายใจเขาไปจนหมด
“เย่เนี่ยนโม่ ไสหัวไปจากที่นี่” เขาเตือนอย่างโหดเหี้ยม
สายตาของเย่เนี่ยนโม่ยังคงอยู่ที่ร่างกายของติงยียี เขาไปไม่ได้ มีแค่โอกาสนี้เท่านั้น ดังนั้นเขาไปไม่ได้เด็ดขาด
“ไสหัวไป!” เย่ชูหวินต่อยมาอย่างรวดเร็ว เย่เนี่ยนโม่ไม่หลบไม่หลีก รับหมัดนี้ไปเต็มๆ
เย่ชูหวินหายใจหอบ ไฟในอกลุกไหม้มากขึ้นเรื่อยๆ เขาสูดหายใจเข้าทันที “เธอเลือกชัดเจนแล้ว”
“ติงยียี!” เย่เนี่ยนโม่ตะโกนเสียงดัง ติงยียีตกใจ แต่ไม่หันกลับมาเลย
เขาพูดต่อ : “ถ้าคุณไม่มีใจให้ผมแล้ว งั้นก็มองตาผมและบอกผมมา!”
ภายในงานเงียบมาก ไม่มีใครพูดอะไร เย่ชูหวินที่สวมชุดสูทสีขาวและเย่เนี่ยนโม่ที่สวมชุดสูทสีดำเผชิญหน้ากัน ผู้ชายที่โดดเด่นเหมือนกันยืนหยัดเพื่อผู้หญิงคนหนึ่ง
ติงยียีหันมาอย่างยากลำบาก จากนั้นเงยหน้า ริมฝีปากกระตุก เธอยืนห่างออกไปไม่กี่เมตร สีหน้าราวกับยืนอยู่บนทุ่งนาที่รกร้างและไม่รู้จะทำอย่างไร
“คุณไปเถอะ”
เธอหลบหน้าพูด ในใจของเย่เนี่ยนโม่หนาวเหน็บ พูดด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า : “ผมบอกว่าให้พูดและมองตาผมด้วย”
ไห่ฉิงฉิงและโม่เสี่ยวจุนเดินเข้ามา พร้อมกับน้ำเสียงอ้อนวอน ไห่ฉิงฉิงกล่าว “เนี่ยนโม่ ถือว่าป้าขอร้อง คุณรู้สถานการณ์ของชูหวินดี เขาเป็นพี่น้องของคุณนะ!”
เย่เนี่ยนโม่หลับตาลงฟังคำอ้อนวอนของคุณป้า หัวใจเขาเจ็บปวดเป็นอย่างมาก แต่ไม่สามารถถอยกลับได้แล้ว “คุณป้า ผมเคยสัญญากับเธอไว้ จะไม่ยอมเสียเธอไปเพราะคนอื่นอีกแล้ว”
ติงยียีเงยหน้าขึ้นทันที ปีนั้นเป็นเพราะไห่โจ๋ซวนจึงยอมยกเธอให้เขา ครั้งนั้นเธอเสียใจมาก คำสัญญาของเขามาได้ยินในวันนี้กลับยิ่งทำให้ไม่รู้จะเลือกยังไง
เย่ชูหวินยกกำปั้นขึ้นด้วยสีหน้าเย็นชา เย่เนี่ยนโม่ไม่คิดจะยอมแพ้ ในชั่วพริบตา เงาสีขาวร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาระหว่างเขาคนสองคน