ตอนที่ 1683
บทที่ 1683 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1523
October 28, 2026
เสียงดังด้านหลังทำให้ทั้งสองคนตกใจ เย่เนี่ยนโม่เดินไปหน้าประตูและดึงประตูออก แต่ประตูกลับไม่ขยับ ติงยียีที่อยู่ด้านหลังถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
“ประตูถูกล็อกแล้ว” เย่เนี่ยนโม่ถอดเสื้อสูทปลดกระดุมเสื้อ และออกแรงดึงประตูอีกครั้ง ติงยียียืนเคาะประตูอยู่ด้านข้าง “มีใครอยู่ไหม?”
หลังจากนั้นสิบนาที ทั้งสองคนนั่งลงบนกองหนังสือพิมพ์ ในโกดังหนาวมาก ติงยียีอดหาวไม่ได้
เสื้อสูทอุ่นๆ ตัวหนึ่งคลุมลงมาบนไหล่เธอ เย่เนี่ยนโม่หยิบโทรศัพท์ออกมา ขมวดคิ้วมองหน้าโทรศัพท์สีดำที่มืดสนิทเพราะแบตเตอรี่ไม่พอ
ติงยียีคิดจะดึงเสื้อคลุมออก เย่เนี่ยนโม่ส่งสายตามองตาม “ตอนนี้ไม่เวลาที่จะมาอวดเก่ง”
“ในสายตาคุณฉันเป็นคนที่ไม่มีเหตุผลมาโดยตลอดสินะ” ติงยียีซุกหน้าครึ่งหนึ่งลงไปในวงแขนและบ่นพึมพำ
โกดังที่เย็นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อารมณ์ไม่ดีของเธอระเบิดออก ขณะที่เธอกำลังโทษตัวเอง มือใหญ่มือหนึ่งขยี้ผมเธอ
เย่เนี่ยนโม่พูดนิ่งๆ “คุณไม่รู้ว่าผมดีใจแค่ไหนที่โดนขังไว้กับคุณ” เขานิ่งไป รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นอย่างยากเย็น “ผมมันน่าตลกจริงๆ”
ติงยียีไม่พูดอะไร ทำเพียงแค่ดึงเสื้อคลุมห่อตัวไว้แน่น เหมือนจะมีอะไรปีนอยู่ใต้กล่องกระดาษ เธอรู้สึกคันหลังนิดๆ เอื้อมมือไปจับ สัมผัสที่แข็งๆ ทำให้เธอร้องกรี๊ดออกมา
“แมลงสาบ!”
เธอจับมันไว้แน่นภายใต้กล้ามเนื้อฝ่ามือที่แข็งแรง เย่เนี่ยนโม่มองเธอกระโดดใบหน้าไร้ความรู้สึก เธอปล่อยมืออย่างเกรงใจ คันฝ่าเท้า เธอก้มลง มีแมลงสาบตัวใหญ่เดินผ่านหลังเท้าเธอไป
ขณะที่เธอกรีดร้องเสียงแหลมอีกครั้งมีมือใหญ่โอบกอดเธอไว้ เธอตกอยู่ในอ้อมอกกว้าง เสียงเย่เนี่ยนโม่ดังอย่างหมดความอดทนอยู่ด้านบนว่า “เงียบหน่อย”
บริเวณรอบๆ เงียบลง มีเพียงเสียงหายของพวกเขาสองคนที่ได้ยินอย่างชัดเจน “ครอกแคร่ก ครอกแคร่ก” ติงยียีถอยออกมาจากอ้อมกอดเขาอย่างอึดอัดพลางกุมท้องตัวเอง
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วกวาดสายตามองท้องเธอ ยกมือขึ้นมองนาฬิกา ในใจเดาว่าเธอต้องไม่ได้กินข้าวเที่ยงและวุ่นวายอยู่ที่นี่ตลอดแน่
ขณะที่ติงยียีก้มหน้าระงับความหิวก็มีช็อกโกแลตยื่นมาตรงหน้า เธอรับมาอย่างว่าง่าย และถามว่า “เอามาจากไหน?”
“พนักงานคนหนึ่งที่ศูนย์การค้าสากลให้มา”
ทั้งคู่ถามคำตอบคำ จากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก กลางคืนหนาวจนเข้ากระดูก ติงยียีนอนขดตัวอยู่บนกล่องกระดาษ ฝ่ามือสัมผัสโดนอะไรที่อบอุ่นเธอก็ขยับเข้าไปหาอย่างโหยหา
เย่เนี่ยนโม่ดูท่าทางตลกๆ ของเธอที่จับเขาราวเป็นปลาหมึก แววตาเต็มไปด้วยความอบอุ่น เขาจูบผมเธอ แต่กลับได้ยินเสียงเธอกระซิบเบาๆ “เนี่ยนโม่”
เขาตกใจตัวแข็งทื่อ ความอบอุ่นในแววตาเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ทั้งๆ ที่รักกัน แต่เธอกลับยังทรมานตัวเองอย่างนี้ และยังทรมานเขาอีกตัว
“ขอโทษ” คำขอโทษของเขาลอยไปตามลมใครตอบรับ
เช้าตรู่ คนใช้เข้ามาเอาของในโกดัง พบว่าคุณชายของบ้านนอนกอดติงยียีอยู่บนพื้น ตกใจจนทำกุญแจในมือร่วงหล่นลงพื้น
เย่เนี่ยนโม่ตื่น เขาลุกขึ้นและอุ้มติงยียีขึ้นอย่างระมัดระวัง ติงยียีส่งเสียงจุกจิก และซุกเข้ามาในอกเขามากยิ่งขึ้น
เขายิ้มมุมปาก และเดินก้าวขายาวออกไปด้านนอก แต่กลับเจออ้าวเสว่และเย่ชูหวินกำลังคุยกันอยู่ในห้องรับแขก
อ้าวเสว่และเย่ชูหวินต่างกำลังตามหาติงยียีและเย่เนี่ยนโม่ เมื่อเห็นว่าเขาอุ้มติงยียีเข้ามา สีหน้าของทั้งสองฝ่ายต่างไม่น่ามอง
เย่ชูหวินเดินเข้ามาสีหน้าเย็นชา “ส่งเธอมา”
อ้าวเสว่ดึงแขนเสื้อเย่เนี่ยนโม่อยู่ข้างๆ “พวกเขาสองคนคู่กัน กำลังจะแต่งงานกัน คุณก็เหมือนพี่ชายของติงยียี”
คำว่าพี่ชายทำให้ตัวของเขาสั่น เขาเดินผ่านเขาไปด้านบนด้วยใบหน้าเฉียบคม
หลังจากติงยียีตื่นขึ้นมาท้องฟ้าใกล้มืดแล้ว เธอลุกขึ้นมาอย่างตื่นตกใจ และเวียนหัวทันที ทำได้แค่เอามองประคองหัวไว้ ร้องครวญครางนอนลงอีกครั้ง
ความทรงจำยังคงอยู่ที่โกดัง ตัวเองและเย่เนี่ยนโม่โดนขังไว้ในโกดัง หลังจากเธอหลับไปก็ไม่รู้อะไรแล้ว
ขณะที่กวาดสายตาไปที่หัวเตียง เธอสะดุ้งลุกขึ้นทันที “พระเจ้า สองทุ่มแล้ว”
นึกถึงแผนการใหญ่ของตัวเองตอนสามทุ่ม เธอรีบร้อนเปลี่ยนเสื้อผ้าและไปหาพ่อบ้าน
สามทุ่ม เย่ชูหวินมาที่สวนดอกได้ด้านหลังด้วยอารมณ์ไม่ค่อยดี พ่อแม่ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าแล้ว ติงยียีก็ไม่เห็นแม้แต่เงา เมื่อคิดว่าเธออาจจะกำลังอยู่กับเย่เนี่ยนโม่เขาเจ็บปวดจนใจสลาย
ไฟริมสวนทั้งด้านดับลงกะทันหัน เขาขมวดคิ้วปรับสายตาให้เข้ากับความมืด และอยู่ๆ ก็มีแสงไฟสว่างขึ้นตรงหน้า ติงยียีปรากฏตัวตรงหน้าเขา
เธอเดินเข้ามา ถือกล่องใส่แหวนไว้ในมือ ในกล่องเป็นแหวนคู่ที่เธอออกแบบให้เขา “ชูหวิน คุณยินดีจะแต่งงานกับฉันไหม?”
เขาตะลึง จากนั้นทั้งยิ้มและร้องไห้ไม่หยุด “ใครสอนคุณ?”
ติงยียีหน้าแดง “เรียนรู้ด้วยตัวเอง” เธอนิ่ง และถามอีกครั้ง “คุณยินดีจะแต่งกับคนที่เรียนรู้ด้วยเองแต่ก็เป็นผู้หญิงที่โง่มากๆ คนหนึ่งอย่างฉันไหม? ”