ตอนที่ 1691
บทที่ 1691 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1531
October 28, 2026
“อย่าเรียกฉันแบบนี้ นี่มันทำให้ฉันยิ่งคิดว่าตัวเองมันเลวกว่าเดิม ติดค้างบริษัทเย่ซื่อมากกว่าเดิม”
แววตาของติงยียีเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า นอกหน้าต่างพนักงานต่างพากันมองเข้ามา เย่ป๋อลุกขึ้นพาเธอไปที่โซฟา
พึ่งนั่งลง ติงยียีก็รีบถามว่า “เขาอยู่ที่ไหน?”
“ผมไม่รู้ครับ คุณชายจะไม่พูดเรื่องที่คุณชายไม่อยากให้ผมรู้กับผมครับ”
เย่ป๋อมองท่าทางที่สิ้นหวังของเธอ อยากจะปลอบใจแต่ก็ไม่รู้ว่าจะปลอบใจยังไง “ผมไม่รู้ว่าคุณชายอยู่ที่ไหนจริงๆ นะครับ ต้องขอโทษด้วยครับ”
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันเองที่ไปกดดันนาย” ติงยียีฝืนยิ้มให้เธอ
พึ่งออกประตู เลขาสาวคนหนึ่งก็ได้ยืนยิ้มให้อยู่ข้างๆ “รองประธานค่ะ ประธานให้ฉันพาคุณไปดูห้องทำงานค่ะ”
ห้องทำงานที่สะอาดเรียบร้อย พื้นที่เกือบห้าสิบตารางเมตรก็ได้เต็มไปด้วยแจกันดอกไม้ที่ตอบโจทย์ความชอบของผู้หญิง
ตรงข้ามห้องทำงานเป็นห้องทำงานของประธาน เธอเคยพูดคุยกับเย่เนี่ยนโม่ตรงนั้น จู่ๆ ภาพในหัวก็ได้เลื่อนรางลง ทำให้เธอร้อนรนใจ เอากระเป๋าแล้วก็วิ่งออกไป
“เย่เนี่ยนโม่ นายรีบรับสายฉันเดี๋ยวนี้!” เธอได้วิ่งไปแล้วก็พยายามโทรออกไป แต่ว่าปลายสายก็ได้เป็นเสียงรอสายอยู่แบบนั้น
เธอก็ได้ไปบ้านที่เธอเคยอยู่กับเย่เนี่ยนโม่แต่ไม่ว่าเคาะยังไง ประตูบ้านก็ยังปิดแน่น
หรือว่าเขาไปหาคุณครูเซี่ยแล้ว? เธอนั้นได้บังคับตัวเองให้กดโทรออกไปด้วยตัวที่สั่น
“สวัสดีค่ะ ฉันเซี่ยชีหรั่น”
“คุณครูเซี่ย หนูติงยียีนะคะ”
“เกิดเรื่องกับชูหวินแล้วเหรอ!?”
“เปล่าค่ะ เขาไม่เป็นไร หนูก็แค่อยากจะหาเนี่ยนโม่หน่อยค่ะ”
“เนี่ยนโม่ไม่ได้มานะ แต่ว่าเขาพึ่งโทรคุยกับฉันเมื่อวานนี้เอง”
“เหรอคะ” เรี่ยวแรงของติงยียีก็เหมือนได้ถูกสูบออกไปหมด ที่แท้เขากำลังหลบตัวเองอยู่
กำลังจะวางสาย เสียงของเซี่ยชีหรั่นก็ได้ดังขึ้น “เดี๋ยวก่อน”
ติงยียีกลั้นหายใจ รอให้เธอพูด
“ที่พวกเราเลือกที่จะจากมาก็เพราะอยากให้ชูหวินใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายอย่างมีความสุขกับเธอ เธออย่าทำร้ายจิตใจเขาอีกเลย”
สายก็ได้ถูกวางไป ติงยียีหัวเราะอย่างขมขื่น เธอก็เป็นคนเลว ทำร้ายเย่ชูหวิน และยังทำร้ายเย่เนี่ยนโม่
ถ้าเกิดเป็นไปได้ล่ะก็ เธอนั้นควรที่จะถูกดวงดาวชนไปที่อวกาศ
จริงด้วย! ที่ดูดาวบนภูเขา!
เธอก็ได้โบกแท็กซี่ ใบหน้าคนขับเต็มไปด้วยความสงสัย “คุณร้องไห้ทำไม?”
“หนูร้องไห้แล้วเหรอคะ?” เธอยื่นมือออกมาแล้วก็ค่อยๆ จับไปที่แก้มของตัวเอง นิ้วก็ได้เปียก เธอส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ”
เชิงเขา คนขับก็ได้จอดรถ “คุณครับผมว่าอย่าขึ้นเขาไปเลยครับ ทางตรงนั้นยังซ่อมอยู่มันไม่ดี ต้องการให้ผมเรียกเพื่อนคุณมารับไหม?”
เธอส่ายหน้าแล้งลงจากรถ พึ่งเดินไปสองก้าว คนขับก็ได้ตามมาอีก “คุณครับ ชีวิตมันมีค่านะครับ คุณกรุณาคิดดีๆ เถอะครับ อย่าคิดที่จะตายเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เลย”
“ฉันไม่ได้จะฆ่าตัวตายค่ะ” ติงยียีมองเขาอย่างไม่รู้จะทำไงดี
คนขับอึ้งไป จากนั้นก็พยักหน้าอย่างทำตัวไม่ถูก “ผมเห็นว่าคุณทั้งร้องไห้แล้วยังวิ่งขึ้นเขา ผมก็คิดว่าคุณจะฆ่าตัวตายซะอีก”
คนขับจากไป ติงยียีก็ได้เดินขึ้นบันได เดินไปสักพักก็พบว่าข้างหน้ากำลังซ่อมถนน ต้นไม้ล้มทับไปครึ่งถนน คาดว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนฝนจะตกทำให้ทรายถล่ม
เธอถอดส้นสูง โคลนทรายนิ่มเกินไป พอเธอเหยียบก็ได้เหยียบลึกลงโคลนเลย ก็ได้ยืนให้นิ่งได้อย่างยากลำบาก บนตัวของเธอนั้นก็ได้เริ่มเลอะเป็นจุดๆ
ในที่สุดก็ขึ้นไปถึงยอดเขา รองเท้าเสียไปแล้ว กางเกงก็ได้เต็มไปด้วยโคลน สภาพน่าสมเพชเอามาก
วิวบนเขานั้นงดงามมาก เมฆสีขาวก็ได้ลอยอยู่ที่ไม่ไกล เหมือนว่ายื่นมือก็จะไปแตะโดนแล้ว
คนเคยดูดาวข้างๆ ไม่อยู่แล้ว ตอนนี้เธอได้ยืนอยู่ที่ที่เขายืน ลมเหมือนว่าพยายามถอดเสื้อกันหนาวของเธอออก อาทิตย์ก็ได้หลบอยู่ในกลุ่มเมฆ
ไม่มีเขา ทุกอย่างในใต้ฟ้าบนดินยังเหมือนเดิม แต่เขากลับไม่อยู่แล้ว
กลางดึก ไฟบ้านของตระกูลเย่สว่าง ติงยียียืนอยู่บนพื้นหญ้า หญ้าเปียกก็ได้บาดที่หลังเท้าของเธอจนเป็นแผล
ข้างหลังคือเสียงผ้าที่ถูกัน เย่ชูหวินเดินไปตรงหน้าของเธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ทานข้าวหรือยัง?”
เธอส่ายหน้า ข้อมือก็ได้ถูกคนค่อยๆ ยกขึ้น เขาไม่ได้ถามเธอว่าไปไหนมา ทำไมถึงได้มีสภาพแบบนี้
ห้องอาหาร คนใช้ได้ยืนอยู่ โจ๊กที่ได้มาเสิร์ฟก็ยังร้อนอยู่ โจ๊กข้าวขาวข้นหนึบหนับบนนั้นมีหมูหย็องโรยอยู่