ตอนที่ 1693
บทที่ 1693 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1533
October 28, 2026
เย่เนี่ยนโม่ไม่ได้เงยหน้า “นี่เป็นเรื่องระหว่างผมกับเขา ไม่เกี่ยวกับเธอ”
คำพูดของเขาช่างใจร้ายจนทำให้คนใจสลาย แต่ไม่รู้ทำไม ติงยียีมักจะรู้สึกว่าพวกนี้เขาก็แค่แสดงละครเท่านั้น มือที่มานวดตรงขาที่บาดเจ็บของเธออ่อนโยนมาก ก็เหมือนกับว่าได้กอดสมบัติที่ล้ำค่าอยู่
เธอก็ได้สูดหายใจเข้าลึกๆ “เรื่องชูหวิน ฉันต้องขอโทษคุณแทนเขาด้วยค่ะ”
มือของเย่เนี่ยนโม่ก็ได้หยุดไป อยู่ๆก็ยิ้ม แต่แววนั้นไม่เหมือนว่ายิ้มเลยสักนิด “ตอนนี้ถึงขั้นผัวหาบเมียคอนแล้วเหรอ?”
ติงยียีอึ้งไป เข้าใจถึงความหมายในคำพูดของเขา ใจของเธอก็เจ็บ “ที่ชูหวินทำแบบนี้ก็เป็นเพราะฉัน แต่ว่าฉันไม่อยากให้เขาผิดหวัง”
“เธอก็รู้สึกแบบนั้นเหรอ?” อยู่ๆเย่เนี่ยนโม่ถาม “รู้สึกว่าผมเต็มไปด้วยความไม่มั่นคง รู้สึกว่าสักวันผมจะทิ้งเธอไป?”
วันนี้เป็นการมองเธออย่างตรงๆและจริงจังเป็นครั้งแรก สายตาก็ได้มองเธอแบบนี้ ไม่ยอมให้เธอพูดโกหก ไม่ให้เธอหนี ลำคอของติงยียีก็ได้แห้ง อีกฝ่ายก็ได้ลุกขึ้นแล้วก็หันหลัง
ใจของเธอได้ว้าวุ่นไปหมด “ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ ฉันไม่เคยที่จะคิดแบบนั้น!”
“งั้นเธอคิดยังไง?” เย่เนี่ยนโม่หันมาอย่างรวดเร็ว แววตาไม่ได้มีความเย็นชาเหมือนเดิมอีก
ติงยียีพูดไม่ออก เธอรู้แล้วว่าตัวเองได้ตกลงไปยังกับดักของเย่เนี่ยนโม่เข้า เขาได้หลอกล่อตนให้ตนนั้นพูดความในใจออกมา เขามองออกแล้วแท้ๆ แต่กลับจะให้ตัวเองนั้นพูดออกมาเองอย่างใจร้าย
ผ่านไปนาน ในที่สุดเธอก็ได้พูด “ฉันเคยพูดไปแล้วค่ะ ฉันจะแต่งงานกับชูหวิน จากนั้นก็เอาบริษัทเย่ซื่อคืนให้คุณ”
อากาศก็ได้หยุดนิ่ง กับคำตอบของเธอเย่เนี่ยนโม่ก็ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด อยู่ๆโทรศัพท์ของเขาก็ได้ดังขึ้น เขารับ ตอนที่วางสายลงนั้นคิ้วก็ได้ขมวดแน่น “ชูหวินสลบไป ถูกส่งไปโรงพยาบาลแล้ว”
ในโรงพยาบาล สีหน้าของเย่ชูหวินก็ยังซีดอยู่ดี แต่กลับมาปลอบติงยียีที่ใบหน้าได้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ฉันไม่เป็นไร ก็แค่เป็นปฏิกิริยาปกติเท่านั้น”
ติงยียีก็ได้จับมือของเขาไม่ยอมปล่อยด้วยใบหน้าที่ซีด “โทษฉัน ถ้าไม่เป็นเพราะฉันนายก็ไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้ ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะว่าฉันห่างจากนาย ต้องพบความผิดปกติของนายเร็วกว่านี้แน่”
คำพูดของเธอก็เหมือนกับการบ่นให้ตัวเองฟัง เวลานี้ใจของเธอก็ได้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เธอหนีออกมาไม่ได้ และก็ไม่ยอมที่จะหนีออกมา
“ยียี” เย่ชูหวินก็ได้ออกแรงเล็กน้อยให้เธอรู้สึกถึงความเป็นอยู่ของตน ถึงได้ค่อยๆพูดออกมาว่า “ฉันต้องตายในสักวัน มะเร็งสมองเป็นอะไรเธอกับฉันก็รู้ดี เพราะงั้นไม่ใช่ความผิดของเธอ”
นอกห้อง เย่เนี่ยนโม่พิงอยู่ที่ผนังเงียบๆ คำพูดที่ทั้งสองพูดคุยกันในห้องก็ได้ส่งมาที่หูของเขาอย่างชัดเจน สักพักก็ได้มีเสียงถอนหายใจหนักๆดังขึ้น เขาลุกขึ้นก็ได้เดินออกไปข้างนอก
อยู่ๆเย่ชูหวินล้มป่วย ถึงแม้ว่าเขาจะไปทำงานด้วยร่างกายที่ป่วย แต่ไม่ว่ายังไงติงยียีก็ไม่ยอม และเพื่อที่จะให้เขาวางใจ เธอก็ได้รับปากเขาว่าตัวเองจะรับตำแหน่งของรองประธานบริษัทเย่ซื่อคนเดียว
นั่งอยู่ในห้องประชุมที่กว้าง แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ปลอดภัย ที่นี่ไม่ได้เป็นที่ของเธอ ทุกครั้งที่ประตูถูกเคาะ แผนงานทุกงานก็ได้ทำให้เธอนั้นหวาดกลัวมากๆ กลัวว่าถ้าทำผิดไปแล้วก็เป็นผลกระทบต่อบริษัทเย่ซื่อ
“ก๊อกๆๆ” ประตูกระจกได้ถูกเคาะ ทำให้ความคิดของเธอแตกกระเจิง เย่ป๋อเดินเข้ามา แล้วก็เอาตารางงานอย่างละเอียดยื่นให้เธอ ในนั้นละเอียดจนเวลาไหนนั้นควรที่จะทำอะไรบ้าง
เธอแค่มองไปผ่านๆก็ได้รู้สึกว่าเวียนหัว แววตาของเย่ป๋อก็ได้มีความเห็นใจเล็กน้อย “ไม่เป็นไร ผมจะคอยช่วยอยู่ข้างๆคุณครับ พยายามที่จะแบ่งเบางานของคุณบางส่วน”
คนที่คุ้นเคย น้ำเสียงที่คุ้นเคยก็ได้ทำให้ความร้อนรนใจของติงยียีก็ได้ผ่อนคลายลง ทั้งสองพึ่งออกจากประตู อยู่ๆเธอก็พูดว่า “ไม่เกลียดฉันเหรอ? ฉันทำให้บริษัทเย่ซื่อกลายเป็นแบบนี้ อีกอย่างการที่บริษัทเย่ซื่ออยู่ในมือของฉันอาจจะทำให้แย่กว่าเดิม”
เย่ป๋อมองเธออย่างลึกซึ้งสักพัก ก็ได้พูดออกมาเบาๆว่า “ไปเถอะครับ”
ศูนย์การค้าสากลในช่วงเช้าก็ได้เจอกลับลูกค้ามากมายล๊อตแรก เย่ป๋อตามหลังติงยียี ก็ได้เริ่มตรวจการตั้งแต่ชั้นแรก
“นี่เป็นยี่ห้อเครื่องใช้ในบ้านที่อยู่ในสามอันดับขายดีในปีนี้ครับ” เย่ป๋อก้มหน้าดูเอกสารแล้วก็พูด ติงยียีมองมือที่ผู้จัดการของร้านค้าแบรนด์ส่งมาด้วยรอยยิ้ม ก็ได้รีบเข้าไปจับมือด้วย “สวัสดีค่ะ”
ผู้จัดการร้านตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ารองประธานคนใหม่ที่แจ้งว่าจะมาตรวจงานเป็นเด็กสาวที่อายุน้อยแบบนี้ ก็เหมือนว่าไม่รู้จะพูดประจบยังไง ทั้งสองก็ได้ทักทายแห้งไปแบบนั้น
สองคนที่ได้ตรวจการที่ชั้นสอง ติงยียีก็ได้ชี้ไปที่แผนกเครื่องสำอางบนชั้นสอง “นายลืมที่จะแนะนำร้านนี้”
เย่ป๋อมองไปสักพัก “เป็นร้านที่มีรายได้ลำดับสุดท้ายสามครั้งติด ไม่มีค่าพอที่จะแนะนำครับ”
พึ่งพูดจบ ผู้จัดการร้านก็ได้รีบเดินออกมา มองเห็นคนที่มาตรวจงานตามที่ได้รับแจ้งมา ผู้จัดการร้านก็ได้ตื่นเต้นพร้อมยื่นมือออกไป “สวัสดีค่ะ ประธานติง”
“สวัสดีค่ะ ต้องพยายามเข้านะคะ” ติงยียียิ้มแล้วก็ให้กำลังใจเขา
เย่ป๋อไม่ได้ห้ามเธอ ในสายตาของนักธุรกิจ ของที่ไม่มีค่าในการค้าก็ไม่มีค่าพอที่จะไปใส่ใจมัน แต่พอมองท่าทางที่ยิ้มแย้มของผู้จัดการและพนักงานของร้านนี้ เขาก็ได้มองติงยียีที่ยิ้มเหมือนกัน อยู่ๆก็ได้ก้มหน้ามองเอกสาร ไม่แน่ว่าการจัดการของเธอก็ไม่ได้ผิดตรงไหนจริงไหม?
กลับไปที่ห้องทำงาน เย่ป๋อก็ได้ค้นเอกสารกองใหญ่มา เอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะก็ได้สูงถึงไหล่ของติงยียี เธอก็ได้สูดหายใจเข้าลึกๆ หันหน้าไปมองเย่ป๋อ แววตานั้นก็ได้เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง