ตอนที่ 1694
บทที่ 1694 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1534
October 28, 2026
เพราะว่าเป็นบ้านแบบเก่า พอไม่มีไฟฟ้า รอบๆก็ได้มืดจนมองอะไรไม่เห็น ติงยียีเดาว่าเป็นเพราะคัดเอาท์ไฟเด้ง ตอนที่กำลังหาไฟฉายประตูก็ได้ถูกเคาะ
เสียงดูเร่งรีบมาก เธอก็ได้ตะโกนไปว่า “สักครู่ค่ะ จะไปเดี๋ยวนี้!”
ไฟทางเดินด้านนอกก็เสียเหมือนกัน ติงยียีก็ได้หาทางเดินไปที่ประตูยากกว่าเดิม พอเปิดประตู ร่างพร่ามัวยืนอยู่หน้าประตู
เธอสายตาสั่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับไม่มีแสงไปเลยสักนิด เพราะงั้นก็มองไม่เห็นว่าคนข้างหน้านั้นเป็นใคร ก็แค่รู้สึกรางๆว่าคุ้นเคยเล็กน้อย ใจก็ได้หยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เสียงที่ต่ำลงอย่างจงใจทำให้เธอตกใจ เสียงนี้เหมือนเย่เนี่ยนโม่มาก เป็นเขาเหรอ? ติงยียีเหมือนว่าพูดออกไปโดยไม่คิด “เย่เนี่ยนโม่?”
ชายหนุ่มก็ได้เงียบไปสักพัก “ผมเป็นคนที่พึ่งย้ายมาครับ”
เธอก็ได้โล่งอก ที่แท้ก็เป็นผู้ชายที่แวบผ่านม่านไปเมื่อกี้ เย่เนี่ยนโม่จะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เธอยิ้มแล้วก็ส่ายหน้า “สวัสดีค่ะ มีอะไรไหมคะ? ทางฉันเหมือนว่าคัตเอาท์จะเด้งไปค่ะ”
“รอผมอยู่ที่นี่” ทางชายหนุ่มเหมือนว่าไม่อยากที่จะคุยนาน หันหลังก็เดินออกจากบ้าน ติงยียีเห็นว่าเขากำลังจะไป ก็ได้รีบพูดออกไปว่า “ฉันไปกับคุณ”
ลืมว่าใต้เท้าเป็นบันได เธอก็ได้เหยียบพลาด ก็ได้ล้มไป ล้มไปยังอ้อมกอดที่อบอุ่น จมูกของเธอชนไปที่หน้าออกของเขา ในจมูกก็ดมกลิ่นสบู่อาบน้ำได้อ่อนๆ
อ้อมมันคุ้นเคยจนเธออึ้งไป กำลังจะพูดอีกฝ่ายก็ได้ปล่อยเธอแล้วก็เดินออกไปข้างนอก ไม่ถึงสิบนาที ในบ้านก็ได้มีเสียงดังขึ้น ไฟมาแล้ว
ติงยียีก็ยังอยู่ที่สวนหน้าประตูแบบนั้น ทั้งหมดมันดูคุ้นเคยเกินไป คุ้นเคยจนเธออดสงสัยไม่ได้ ในห้องก็ได้ส่งกลิ่นที่ไหม้ออกมา
“ตายแล้ว บะหมี่!”
รอตอนที่เธอออกมายืนอยู่ที่สวนอีกครั้งนั้น ก็ได้ยินแต่เสียงปิดประตูข้างๆพอดี ไม่นานเงานั้นก็แวบผ่านม่านอีกครั้ง
เธอยืนอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน และในที่สุดก็กลับมาที่ห้องอย่างยอมแพ้ ข้างบ้าน เย่เนี่ยนโม่มองหน้าหนังสือที่อยู่ในมือ ไม่ได้พลิกต่อไปเลยสักหน้า กลิ่นตัวที่หอมของเธอก็ยังติดอยู่ที่ปลายจมูกอยู่
ความรู้สึกใจเต้นตอนที่ร่างกายที่อ่อนนุ่มและผิวหนังที่สัมผัสกันนั้นได้ถาโถมมาที่เขา ร่างกายนั้นได้แสดงออกมาตรงๆ เขาได้ถอนหายใจ เอาผ้าขนหนูแล้วก็เข้าไปอาบน้ำเป็นครั้งที่สองของคืนนี้ แต่ว่าการอาบครั้งนี้ใช้เวลานานกว่ามาก
หนึ่งอาทิตย์ เจ็ดวัน หนึ่งร้อยหกสิบแปดชั่วโมง ติงยียีรู้สึกว่าตัวเองยิ่งอยู่ยิ่งอารมณ์ร้อน เอกสารที่ไม่มีวันดูหมดและการประชุมและรายงานที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ก่อนการประชุมสิบนาที เธอก็ได้เดินไปมาในห้องอย่างหงุดหงิด เสียงส้นสูงที่กระทบกับพื้นได้ดังไปทั่ว เวลานี้เธออ่อนแอมากๆ เสียงเคาะประตูที่จะดังขึ้นก็ได้กลายเป็นสิ่งที่คนกลัวที่สุด
นอกประตู เย่ป๋อมองคนที่มีใบหน้ากังวล ถอนหายใจแล้วก็ออกไปเงียบๆ
ช่วงบ่าย อยู่ๆติงยียีพบว่าเอกสารของตัวเองบนโต๊ะได้ลดลงไปแล้ว ที่เหลืออยู่ก็เป็นเอกสารที่เล่มบาง อีกอย่างก็เป็นเอกสารง่ายๆ
เธอก็ได้ถามอย่างสงสัย เย่ป๋อแค่บอกเธอว่าส่งเอกสารที่จำเป็นไปให้ผู้บริหารท่านอื่นดูพร้อมกัน
ช่วงบ่าย เธอเลิกงานเร็ว อาการของเย่ชูหวินก็ดีมาก มื้อดึกก็ได้กินมากกว่าปกติถ้วยครึ่ง ไม่รู้ทำไม ติงยียีไม่กลับบ้านตระกูลเย่อีกแล้ว แต่ไปที่บ้านเก่าอีกครั้ง
เธออยากรู้เรื่องผู้ชายข้างบ้าน คิดเสมอว่าจะเจอเขาอีกครั้งและขอบคุณเขาต่อหน้า แต่ทั้งคืนก็ผ่านไปก็ไม่มีโอกาสเลยสักนิด
เที่ยงคืน เธอก็ได้เอาสายตาที่จ้องมองหน้าจอคอมเลื่อนออกไปอย่างเหนื่อย ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับมะเร็งสมองทำให้เธอผิดหวัง เดินไปที่ระเบียง ไฟห้องข้างๆก็ยังสว่างอยู่
“ยังไม่นอนเหรอ?” เธอก็ได้พึมพำออกไป ยืนดูอยู่สักพักถึงเดินเข้าห้อง
พึ่งนอนลง เสียงดับเครื่องยนต์ก็ได้ดังมาจากชั้นล่าง สักพักก็มีเสียงเปิดประตูห้องข้างๆ ติงยียีฝืนเปิดเปลือกตาแล้วก็คิดอย่างงัวเงีย ‘ใครมาหาเขาในตอนดึกขนาดนี้?’
ในแสงสว่างจ้า เย่ป๋อเอาเอกสารที่พึ่งเอามาใหม่วางอยู่บนโต๊ะของเขา เย่เนี่ยนโม่สวมแว่น จดจ่อกับเอกสารแล้วก็เขียนคำอธิบายประกอบ พูดไปด้วยว่า “พวกนี้เสร็จแล้ว พรุ่งนี้ก็ดำเนินการได้”
“ครับ!” เย่ป๋อพูด มองดูคุณชายที่กลับมาจากทำงานและยังต้องทำงานต่อเนื่องเจ็ดชั่วโมง เขาก็ทำได้แค่เห็นใจข้างๆ
ติงยียีไม่มีความสามารถที่จะบริหารบริษัทเย่ซื่อได้ กับเธอแล้วก็เป็นแรงกดดันอย่างหนึ่ง เพราะงั้นเขาถึงได้มาหาคุณชาย ที่คุณชายตัดสินใจทำแบบนี้ก็เป็นเพราะมันสามารถที่จะช่วยลดความกดดันของติงยียีได้
ท้องฟ้าก็ได้มืดกว่าเดิม แต่ไฟในห้องกลับสว่างในตอนกลางคืน
ติงยียีเริ่มที่จะชินกับงานของบริษัทเย่ซื่อ ทุกวันนอกจากประชุม งานของเธอก็ได้ลดลง ถึงแม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าเธอก็มีความสุขกับมัน
และเช้าวันนี้ สายที่พ่อบ้านโทรมาก็ทำให้เธออึ้งไป “ท่านนาย คุณนายคุณท่านแล้วก็คุณท่านรองกับคุณนายรองกลับมาแล้วครับ”
เธอก็ได้รีบไปที่โรงพยาบาล ในห้องผู้ป่วยก็ได้เต็มไปด้วยใบหน้าที่คุ้นเคย ถึงแม้ว่าทุกคนไม่ได้พูดอะไร แต่ว่าใบหน้าได้เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
“เด็กคนนี้ ไม่สบายทำไมไม่บอกกับย่า เห็นว่าย่าเป็นคนนอกเหรอ ยังให้ย่าออกไปเที่ยวอีก!”
ฝู้เฟิ่งหยีถือผ้าเช็ดหน้าแล้วก็ร้องไห้ เซี่ยชีหรั่นกับไห่ฉิงฉิงก็เป็นห่วงว่าเธอจะร้องไห้จนไม่สบาย ก็ได้รีบพูดปลอบอยู่ข้างๆ
ติงยียีมองไปทางเย่เนี่ยนโม่ มองเขา ผู้ชายที่ปรากฏตัวที่ประตูของเธอในคืนนั้นแวบเข้ามาในหัว รูปร่างเหมือนกันมาก