ตอนที่ 1695
บทที่ 1695 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1535
October 28, 2026
ผ่านไปนาน เขาวางมือลงพร้อมถอนหายใจ “ไม่ต้องคิดมาก ผมก็แค่ไปทำงานเท่านั้น”
จนกลับมาที่ห้องทำงาน ติงยียีก็ยังคิดถึงเรื่องบนรถ เลขาได้ผลักประตูเข้ามา “ประธานติง นัดทานมื้อเที่ยงของวันนี้คุณไปไหมคะ?”
“นัดทานมื้อเที่ยง?” ติงยียีนิ่งไป จากนั้นก็จำได้ว่าเป็นลูกค้าของอเมริกาที่ร่วมงานกัน ตกลงกันว่าประธานจะไปต้อนรับเอง
ติงยียีเห็นว่าใกล้เวลานัดแล้ว ก็ได้รีบลุกขึ้น “ไปสิไป”
บนโต๊ะอาหาร ลูกค้าจากอเมริกามองติงยียีตาเป็นประกาย ก็ได้พากันเข้ามาชนแก้ว ติงยียีปฏิเสธไม่ไหว ก็เลยต้องดื่มเหล้าไปสองแก้ว อยู่ๆโทรศัพท์ก็ได้ดังขึ้น ติงยียีมองทุกคนอย่างรู้สึกผิด ลูกค้ารีบโบกมือและพูดภาษาอังกฤษ ความหมายประมาณว่าไม่เป็นไร
เสียงของเย่เนี่ยนโม่ทางโทรศัพท์ได้ปะปนมากับเสียงดังภายนอกทำให้ดูห่างเหินเล็กน้อย “คืนนี้อาจมีบางอย่างผิดปกติที่บ้าน คุณย่าอยากให้อาจารย์ฮวงจุ้ยมาดูที่บ้าน”
ขณะที่กำลังพูด ประตูห้องอาหารที่อยู่ข้างห้องน้ำก็เปิดออก และเสียงเฮฮาชนแก้วก็ได้ดังมาจากข้างใน เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว “เธออยู่ที่ไหน?”
ติงยียีบอกสถานการณ์ตามความเป็นจริงไป ปลายสายก็แค่เงียบไปสักพัก พูดว่า “รู้แล้ว” แล้วก็วางสายไป
กลับไปที่ห้องอาหาร ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงประตูก็ถูกเปิดออก เย่ป๋อรีบเดินเข้ามา มองติงยียีที่ดื่มจนแก้มแดงเล็กน้อย พูดอย่างใจเย็น “ประธานติง การประชุมของคุณกำลังจะเริ่มแล้วครับ คราวนี้ผู้นำจังหวัดก็มา”
คนอเมริกันก็ฟังภาษาจีนได้นิดหน่อย รู้ว่าในประเทศรัฐบาลมีความสำคัญต่อธุรกิจมาก ก็ไม่ได้บังคับ ที่ติงยียีดื่มเป็นเหล้าผลไม้ไม่แรงมาก คิดๆก็รู้ว่าเย่ป๋อนั้นได้หาทางหนีให้ตน ก็ได้รีบพยักหน้า “ขอโทษนะคะ งั้นฉันขอตัวก่อน”
ออกจากโรงแรม ลมเย็นพัดมาที่แก้มทำให้รู้สึกสบายมากๆ คนขับรออยู่แล้ว ติงยียีขึ้นรถ กำลังจะพูดว่าไปตระกูลติง คนขับก็แค่มองเธอ แล้วก็ขับตรงไปที่ตระกูลเย่
ครึ่งทาง ติงยียีรู้สึกไม่สบายท้องมากๆ ถึงกับเวียนหัว ตอนนี้หกโมงเย็นพอดีเลย ฤดูหนาวฟ้ามืดเร็ว ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้าไพลินแล้ว
“รบกวนช่วยจอดรถหน่อยค่ะ”
ทันทีที่เธอพูด คนขับก็หยุดทันที ลงจากรถ ความรู้สึกอยากอ้วกก็หายไป เธอเอนตัวพิงกระจกรถ และทันใดนั้นก็รู้ว่านี่คือทางแยกที่แยกจากเย่เนี่ยนโม่เมื่อเช้านี้
รถบรรทุกขนาดใหญ่จอดอยู่ข้างทาง บางคนกำลังนับสินค้าและมองกระดาษอยู่ในมือ ติงยียีมองดูงานของพวกเขาอย่างสบายๆ และลมที่พัดมาทำให้เธอไม่อยากขึ้นรถเลย
ทันใดนั้นร่างสูงก็เตะตาเธอเข้า ร่างของเธอที่เอนกายพิงหน้าต่างรถอย่างสบายๆก็เกร็งขึ้นในทันที เย่เนี่ยนโม่ไม่เห็นติงยียีที่อีกฝั่งของถนน เขาถอดเสื้อสูท พับแขนเสื้อขึ้นเพื่อความสะดวก และเปิดกระดุมสองเม็ดที่คอเสื้อ ตอนนี้ได้เอารายการสินค้าแล้วก็ตรวจเช็กสินค้าด้วยตัวเอง
“สินค้าทุกอย่างต้องตรวจให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นความต่างของสี ผ้าที่มีคุณภาพต่ำก็คืนของกลับไปให้หมด”
“หัวหน้า คุณสุดยอดมากค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมากขนาดนี้”
เย่เนี่ยนโม่กำลังจะพูด คนข้างหน้าได้ขยับ เห็นว่ามีคนมา เขาก็ได้เหม่อเล็กน้อย
“ทุกคนหลีกหน่อย” ข้างหลังติงยียีก็ได้มีเสียงดังขึ้น คนขับรถบรรทุกแบกกระสอบเดินมา กระสอบใหญ่เกินจนบังการมองข้างหน้าเขา เขาก็เลยทำได้แค่เดินไปตะโกนไป
ติงยียีกำลังจะหลบ ข้อมือโดนจับ ร่างกายก็ได้ถูกเย่เนี่ยนโม่ลากไปยืนอยู่ด้านในของทางเดิน เย่เนี่ยนโม่ยืนอยู่ด้านนอกแล้วก็ยืนแขนสองข้างปกป้องเธอไว้
ผู้ช่วยเห็นก็ได้ตกใจจนลืมหลีกทาง เกือบล้มเพราะคนขับรถบรรทุก หัวหน้ามักจะรักษาระยะห่างจากเพื่อนร่วมงานหญิงทุกคน ไปมีท่าทางที่ปกป้องผู้หญิงแบบนี้ตั้งแต่ตอนไหน?
มองติงยียี เธอยิ่งมองก็ยิ่งคุ้นหน้า ดูรถหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล ได้แต่ถอนหายใจในใจว่ามีแค่คนสวยและรวยเท่านั้นที่คู่ควรกับหัวหน้า
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เย่เนี่ยนโม่ไปที่คลังสินค้าเพื่อตรวจสอบสินค้าทั้งหมดด้วยตนเอง “เจอกันค่ะหัวหน้า”
ผู้ช่วยขี่รถยนต์ไฟฟ้าบอกลาเย่เนี่ยนโม่อย่างเขินอาย ติงยียีอยู่หลังเขา ใส่ส้นสูงทั้งวัน ตอนนี้เจ็บเท้ามาก คนข้างหน้าเดินช้าลงเรื่อยๆ ในท้ายที่สุดก็เดินอยู่ข้างหลังเธอเล็กน้อย
ติงยียีลงน้ำหนักที่เท้าซ้ายในทุกย่างก้าว ส้นเท้าขวาได้ถลอกแล้ว เจ็บเล็กน้อยทุกครั้งที่เดิน ตอนที่พยายามไม่สนใจความเจ็บปวดที่เท้า กระเป๋าเอกสารปรากฏขึ้นตรงหน้า
“ถือให้หน่อย” เย่เนี่ยนโม่พูดเรียบๆ
เธอหยิบกระเป๋าเอกสารของเขาอย่างงงๆ วินาทีต่อมาเย่เนี่ยนโม่ก็อุ้มเธอขึ้น เย่เนี่ยนโม่ขยับ อุ้มเธอแน่นกว่าเดิม แล้วก็เดินไปฝั่งตรงข้าม
ใจของติงยียีเต้นแรงมาก แรงสั่นที่สั่นมาจากหน้าอกของอีกฝ่ายแล้วก็แขนที่แข็งแรงที่ได้อุ้มเธออยู่ก็ทำให้เธอนั้นรู้เวียงหัวเล็กน้อย
คนขับได้รออยู่ตลอด เห็นทั้งสองคนก็ได้รีบเปิดประตู รถก็ได้แล่นบนถนน ทั้งสองไม่ได้พูดอะไร
ติงยียีก็ได้ทำลายบรรยากาศที่เงียบนี้ก่อน “ฉันจำเป็นต้องไปเยี่ยมชูหวินที่โรงพยาบาล”
คนขับก็ได้ดูคุณชายที่อยู่ข้างหลัง เห็นเขาไม่มีท่าทางอะไร เพราะงั้นก็ได้หักพวงมาลัยแล้วก็วิ่งไปทางโรงพยาบาล ถึงแม้ว่าคุณชายไม่ได้พูดอะไร แต่ว่าคนขับก็ยังรู้สึกว่าในรถนั้นเหมือนว่าได้เย็นลงกว่าเดิมหลายเท่า
ใกล้ถึงโรงพยาบาลแล้ว ติงยียีกับเย่เนี่ยนโม่ก็ยังไม่พูดอะไรเลยสักคำ เธอก็ได้ร้อนใจเลยทันที พูดออกไปว่า “คุณทำงานที่นั่นเหรอ?”
พอพูดจบตัวเองก็อยากที่จะกัดลิ้นของตัวเองไปเลย อะไรที่ไม่ควรพูดไปพูดถึงทำไม!
เย่เนี่ยนโม่ไม่ได้ใส่ใจ พยักหน้า “อืม”