ตอนที่ 1696
บทที่ 1696 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1536
October 28, 2026
เขาได้นิ่งไปสักพัก น้ำเสียงก็เหมือนพูดเล่น “ยังไงซะบนโลกนี้คนน่ากลัวกว่าผีมาก”
“ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย!” ติงยียีก็ได้โมโห เม้มปากแล้วก็แก้ตัว
เย่เนี่ยนโม่เลิกคิ้ว น้ำเสียงผ่อนคลาย “ใช่เหรอ?”
บรรยากาศดูผ่อนคลายมาก ได้ทำลายความอึดอัดก่อนหน้าไปหมด ทั้งสองก็ได้พูดคุยไปมาไม่หยุด จนกระทั่งเวลาที่นาฬิกาบนกำแพงนั้นได้ชี้ไปที่สิบสองแล้ว ติงยียีถึงได้รู้สึกตัว
เธอก็ไม่อยากมองเย่เนี่ยนโม่แล้ว ก็ได้พูดราตรีสวัสดิ์ไปแล้วก็รีบออกจากห้อง เย่เนี่ยนโม่ได้ฟังเสียงเท้าที่เดินไกลออกไป ถึงได้กลับไปนั่งที่เดิม
พลิกเอกสารที่ติงยียีเคยแก้ไปแล้วแล้วทำการแก้อีกครั้ง ความเร็วได้ลดลงมาก เขาไม่เชื่อเรื่องผีและเทพที่อาจารย์ฮวงจุ้ยพูด เพราะงั้นวันนี้ถึงได้มาเฝ้าด้วยตัวเอง เห็นทีน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ว่าอ้าวเสว่ล่ะ?
คนคนนั้นเหมือนระเบิดหายไปเลย หลอกคุณย่าว่าเธอไปอยู่ที่บ้านลุงสวีก็ได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น เธอเป็นลูกสาวของลุงสวี ไม่ว่ายังไงก็ปล่อยไปไม่สนไม่ได้ ถ้าเกิดไม่โอเค ก็ทำได้แค่แอบไปแจ้งความ
แต่ว่าแจ้งความแล้วเลี่ยงที่จะไม่เป็นเรื่องใหญ่ได้เหรอ? หรือว่าส่งคนไปตามหาลับๆ?
เขาตั้งใจคิดเอามากๆ ลมด้านนอกดังมาก ไม่ได้ยินเสียงเรียกร้องจากใต้ดิน
ห้องใต้ดิน ร่างกายที่อ่อนแอของอ้าวเสว่ได้นอนอยู่บนเตียง คำพูดของเย่เนี่ยนโม่กับติงยียีเธอได้ยินหมดแล้ว แต่ว่าเธอไม่มีแรงตะโกน อาหารที่เย่ชูหวินเอาไว้ที่นี่สองวันก็ทานมัดหมดแล้ว เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะทนได้นานเท่าไหร่
ห้องไม่หนาวเพราะมีเครื่องทำความร้อนจากส่วนกลาง แต่เธอขดตัวเหมือนกุ้งและได้แต่กระซิบว่า “เนี่ยนโม่ ฉันอยู่ที่นี่ ปล่อยฉันออกไป”
วันรุ่งขึ้น เนื่องจากไม่ต้องไปบริษัทในช่วงสุดสัปดาห์ ติงยียีจึงตื่นแต่เช้าและกำลังจะไป ที่โรงพยาบาลกับไห่ฉิงฉิงเพื่อไปอยู่เป็นเพื่อนเย่ชูหวิน ก็เห็นเหยนหมิงเย้ารีบมาพร้อมท่าทางที่เคร่งเครียด
“หมิงเย้า เรายังโอเคไหม? ร่างกายเป็นยังไงบ้าง?” ไห่ฉิงฉิงก็ได้ยินเรื่องที่เหยนหมิงเย้ารับบาดเจ็บจากเรื่องของกัวต้าชิ่ง ก็ได้ถามเรื่องนี้อย่างใส่ใจ
“ขอบคุณครับคุณน้าไห่ ไม่เป็นไรแล้วครับ แม่ผมเลี้ยงผมดีมาก”
น้ำเสียงของเหยนหมิงเย้าดูสบายๆ แต่ติงยียีเห็นว่าขาขวาของเขาอยู่ข้างหน้าตลอด มีท่าทางกังวลอะไรตลอดอยู่อย่างนั้น
เย่เนี่ยนโม่กำลังออกมาจากห้องรับแขกเป็นเพื่อนฝู้เฟิ่งหยีพอดี พอเห็นเหยนหมิงเย้า ฝู้เฟิ่งหยีก็ได้กวักมือด้วยความดีใจ “หมิงเย้า มาหาย่านี่มา”
ทุกคนได้นั่งลง เหยนหมิงเย้าก็ได้พูดออกมาว่า “จริงด้วยคุณย่าครับ ช่วงนี้ท่านได้เจออ้าวเสว่ไหม? ช่วงนี้แม่ของผมบ่นหาเธอบ่อยๆ”
ถึงแม้ว่าเขาพูดกับฝู้เฟิ่งหยี แต่ว่าสายตาได้มองเย่เนี่ยนโม่อยู่ตลอด
ฝู้เฟิ่งหยียิ้มแล้วพูดว่า “เด็กคนนี้มักจะน่าเชื่อถือนะ ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรคราวนี้ก็ได้หายไปอย่างไม่บอกไม่กล่าวเลย บอกว่าจะไปอยู่กับพ่อเขาสักพัก”
เหยนหมิงเย้าขมวดคิ้ว ก็ได้มองไปทางเย่เนี่ยนโม่ “เป็นแบบนั้นเหรอ?”
เย่เนี่ยนโม่ลุกขึ้น “นายมากับฉัน ฉันมีอะไรจะพูด”
ห้องหนังสือ เหยนหมิงเย้าก็ได้พูดออกมาทีละคำว่า “อะไรคือไม่เจอแล้ว”
“ความหมายตามนั้น”
“ฉันไม่เชื่อ นายทำอะไรที่ทำให้เธอโมโหแล้วหนีไปหรือเปล่า”
“ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายนายขนาดนั้น ก็แค่อยากจะเตือนนายว่า คนนายสามารถตามหาเอง แต่ว่าไม่ต้องให้คนแก่ท่านรู้”
บรรยากาศในห้องเย็นลงจนจะกลายเป็นน้ำแข็ง เหยนหมิงเย้าทุบโต๊ะอย่างแรง จากนั้นปิดประตูและเดินออกไป ในเวลาเดียวกัน ติงยียีซึ่งกำลังจะไปโรงพยาบาล มองดูรถผ่านไปอย่างรวดเร็วต่อหน้าเธอ
ตกดึก ติงยียีก็ได้นอนพลิกไปมาบนเตียง วันนี้สีหน้าของเหยนหมิงเย้าไม่ดีเอามาก ทำให้คนเป็นห่วงอ้าวเสว่กว่าเดิม ต่างบอกว่าพี่น้องใจเชื่อมกัน สองวันนี้พอกลางคืนเธอกระสับกระส่ายอยู่ตลอด ก็เหมือนว่าอ้าวเสว่ได้อยู่บ้านนี้ตลอดเวลา
กิ่งไม้ถูกลมพัดกระทบกระจก และก็ขุดจนมีเสียงขนลุก ติงยียีอยู่ในความคิดของตัวเอง ก็ตกใจ
ห้องนั้นอบอุ่นมาก แต่หน้าอกของเธอดูเหมือนจะกดทับจนหายใจไม่ออก เธอจึงลุกขึ้นและห่อเสื้อคลุมเพื่อลงไปเดินข้างล่าง
ตระกูลเย่ในช่วงรุ่งสางได้เงียบเอามากๆ เหลือแต่ไฟสีส้มอ่อนนๆเท่านั้นที่ยังคงเปิดอยู่ รองเท้าแตะผ้าฝ้ายเหยียบพื้นไม่มีเสียงเลยสักนิด ตอนเธอกำลังลงไป ในหูก็ได้ยินเสียง “ตุบๆๆ”
เสียงเบามากๆ แต่ว่าดังเป็นจังหวะ เธอหันไปยืนนิ่ง ผ่านไปหนึ่งนาที เสียง “ตุบๆๆ” ก็ได้ดังอีกครั้ง คราวนี้ได้เบากว่าเดิม ถ้าไม่ตั้งใจฟังไม่มีทางที่จะได้ยิน
ฝ่ามือมีเหงื่อออกแล้วและความเหนียวก็ทำให้อึดอัดมาก เธอขยับช้าๆ ไม่พบคนข้างหลังเธอ
ไม่กี่วันมานี้ฝู้เฟิ่งหยีก็หลับไม่สบาย ตั้งแต่ได้ตกใจเพราะเรื่องคราวก่อนเธอก็มันจะรู้สึกว่าตระกูลเย่ต้องมีอะไรแน่ๆ วันนี้นอนไม่หลับก็ได้ไปเดินเล่นที่ห้องรับแขก ก็ได้เห็นติงยียีที่เดินอยู่ตรงทางเดินพอดี
คนแก่หูไม่ค่อยดี เพราะงั้นเธอไม่ได้ยินเสียงที่ดังเบาๆนี้ มองแผ่นหลังของติงยียี เธอก็ได้แอบตามไป
หลังของติงยียีก็ได้เปียกไปหมด เสื้อคลุมหนาทับชุดนอนที่เปียกก็ได้รู้สึกเย็นกว่าเดิม เธอเดินตามเสียงไปที่สุดทางเดิน
“ฟู่” เธอก็ได้หายใจออกยาวๆ เย่เนี่ยนโม่ไอ้บ้าคนนั้นทำงานอยู่ห้องนั้นอีกแล้วใช่ไหม!