ตอนที่ 1698
บทที่ 1698 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1538
October 28, 2026
อาจเป็นเพราะว่าเธอโมโหเกินไป สีหน้าของเย่เนี่ยนโม่ก็ได้อ่อนลง “ยียี”
“ไม่ต้องเรียกชื่อฉัน!”
ติงยียีก็ได้หันไป แต่กลับได้ถูกคนลากเข้าไปในอ้อมกอดที่อบอุ่น เย่เนี่ยนโม่พูดเบาๆว่า “ขอโทษ ผมอารมณ์ร้อนเกินไป”
เธอหลับตาไม่ได้หันกลับ สองมือก็ได้แกะแขนของเขา “ตอนนี้ฉันอยากที่อยู่กับชูหวินอย่างสงบเท่านั้น”
แล้วก็เดินไปข้างหน้าอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่มีคนเดินตามหลัง
นอกห้องคนไข้ของเย่ชูหวิน ติงยียีได้สูดหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้ว่าตอนนี้เธอได้ร้องไห้จนตาบวมไปหมดแล้ว เลยต้องใช้แขนเสื้อที่เย็นประคบตาแทนถุงน้ำแข็ง
ในห้องคนไข้ เย่ชูหวินยิ้มแล้วก็มองหน้าพ่อแม่ของตน “เป็นอะไรไปครับ? ทำไมสีหน้าเคร่งเครียดแบบนี้?”
โม่เสี่ยวจุนเป็นคนตรงๆ สามารถที่จะอดทนได้ขนาดนี้ก็ดีมากแล้ว ไห่ฉิงฉิงก็ได้รีบพูดออกไปว่า “ไม่เป็นไรจ้ะ ก็แค่เมื่อกี้เจอรถติดน่ะก็เลยอารมณ์ไม่ดี”
“ฉันขอตัวไปสูบบุหรี่หน่อย” โม่เสี่ยวจุนก็ได้เดินออกไปแบบนี้ พอเปิดประตูก็เจอกับติงยียีที่ยืนอยู่ข้างนอก
“ยียี!” เย่ชูหวินก็เห็นเธอ น้ำเสียงก็ได้เต็มไปด้วยความดีใจ
ติงยียีเดินเข้าไปในห้อง แล้วก็ได้รีบยิ้มออกมาทันที “ฉันมาแล้ว วันนี้สีหน้าไม่เลวเลยนะ”
ไห่ฉิงฉิงก็ได้ออกไปเงียบๆ ให้ทั้งสองอยู่ด้วยกัน
พอไห่ฉิงฉิงออกไป เย่ชูหวินก็ได้มีสีหน้าที่ใจเย็นลง เขามองติงยียีพูดอย่างจริงจังว่า “ฉันมีของให้เธอ”
ก็ได้เอาเอกสารที่ใต้หมอนออกมายื่นให้เธอ เธอเอามา บนนั้นเป็นเอกสารส่งหมอบหุ้นส่วน ได้ทำขึ้นมาตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนแล้ว
“นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันสามารถทำให้เธอได้” เขาก็ได้ยิ้มออกมาเรียบๆ ริมฝีปากที่ไม่มีสีอะไรก็ได้มีความอ่อนโยนเล็กน้อย
ติงยียีรับมาอย่างหายใจไม่ค่อยออก “ขอบคุณนะ”
ช่วงบ่ายไปที่บริษัทเย่ซื่อ ติงยียีเหม่อลอยอยู่ตลอด สมุดโอนหุ้นในมือก็เหมือนน้ำมันร้อนที่ลวกมือ ลวกเธอจนเนื้อหนังเลอะไปหมด เจ็บจนไม่รู้จะพูดยังไง
เลขาที่อยู่นอกประตูเดินวนไปมาลังเลว่าจะเข้าไปดีหรือไม่ พนักงานที่ผ่านมาก็ถามว่า “มีอะไร มาหาประธานติงเหรอ?”
“เอกสารนี้เดิมต้องให้ผู้ช่วยประธานเย่ แต่ว่าเขาไม่อยู่ แล้วก็ยังเป็นเอกสารเร่งด่วนอีก ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีแล้ว?”
“ก็ให้ประธานติงสิ น่าจะไม่มีปัญหาเหรอ”
“ที่พูดก็ใช่”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ติงยียีก็ได้ตั้งสติแล้วรับเอกสารมา ข้อมูลหลายสิบล้านในหน้าแรกบนส่วนต้นของเอกสารทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ
“เชิญประธานติงเซ็นเอกสารด้วยค่ะ”
ติงยียีพยักหน้าแล้วก็เริ่มดู แล้วถามออกไปว่า “ผู้ช่วยประธานเย่ดูแล้วหรือยัง?”
เลขาคิดว่าเอกสารมาจากลูกค้าที่ให้ร่วมงานมาหลายปีไม่น่าจะปัญหาอะไร เห็นว่าจะเลิกงานแล้ว แล้วจากความเร็วในการดูเอกสารของประธานติง คาดว่าต้องใช้เวลาอีกหนึ่งชั่วโมง ก็เลยตอบไปเลยว่า “ผู้ช่วยประธานดูแล้วค่ะ”
ติงยียีโล่งอก แล้วก็ดูข้ามไปรอบหนึ่งแล้วก็เซ็นชื่อไป
คืนนั้น อ้าวเสว่ก็ได้กลับมาพักผ่อนที่บ้านแล้ว เพื่อที่จะไม่ให้ทำตัวกันไม่ถูก ติงยียีก็เลือกที่จะอยู่แต่ในห้อง คิดไม่ถึงว่านอนไปก็หลับไปแล้ว
ในตอนเช้า ผ้าห่มถูกดึงออกอีกครั้ง เธอยังไม่ทันได้ตื่นก็ได้ถูกลากลงบนพื้น
“พวกแกทำอะไร!”
เธอทั้งตกใจแล้วทั้งกลัว ได้ถูกลากลงชั้นลากด้วยผมที่ยุ่ง ในห้องรับแขก อ้าวเสว่นั่งอย่างเรียบร้อย
บอดี้การ์ดก็ได้ลากติงยียีไปที่ห้องรับแขก แล้วก็ปล่อยมืออย่างไม่ให้ตั้งตัว แขนของติงยียีก็ได้กระแทกไปที่พื้นหินแกรนิต ส่งเสียง “ตุ้บ” ออกมา เธอเจ็บจนร้องออกมา
เห็นว่าเธอร้องอย่างเจ็บปวด ใบหน้าของอ้าวเสว่ก็ได้มีความสุข ตอนที่เธอโดนจับไปขัง เธอก็ขอร้อง ด่า ร้องไห้ แต่ไม่มีคนมาช่วยเธอ
ถ้าเกิดเธอตายไปก็ช่างมันไป ตอนนี้เธอยังไม่ตาย ก็รอดูว่าคนพวกนี้จะตายยังไง!
“พาเธอไป”
ติงยียีอยากที่จะดิ้นรน ถุงสีดำก็ได้มาครอบบนหัวของเธอ
รถได้ขับไป สุดท้ายก็ได้หยุดอยู่ที่หนึ่ง ติงยียีได้ยินดนตรีรำวงจากนอกรถ เดาว่ามันเป็นสวนสาธารณะ ประตูถูกเปิดออก เธอก็ถูกผลักออกจากรถ
บอดี้การ์ดดึงเธอลงจากรถ จากนั้นก็ได้ดึงถุงที่หัวของเธอออก แสงแดดได้ส่องตา เธอก็ได้หรี่อย่างอดไม่ได้
อ้าวเสว่สวมส้นสูงแล้วก็เดินไปตรงหน้าของเธอ ในมือเอากระดาษกับปากกา “รู้ไหมว่าทำไมเช้านี้วุ่นวายขนาดนี้แต่ยังไม่มีใครออกมาไหม?”
ไม่รอให้ติงยียีตอบ เธอก็ได้หัวเราะแล้วพูดต่อว่า “เช้านี้พวกเขาไม่อยู่ และสิ่งที่ฉันจะทำต่อไปนี่คุณย่าเป็นคนมอบหมายให้ฉัน เธอก็ไม่ต้องดิ้นรนแล้ว”
ติงยียีสงสัย “เธอพูดอะไร?”
สีหน้าของอ้าวเสว่ก็ได้เปลี่ยน อยู่ๆเสียงก็ได้ดังขึ้น “ตอนนี้ใครมาถอดเสื้อของผู้หญิงคนนี้ ฉันก็ใครคนนั้นหนึ่งพัน!”