ตอนที่ 1701
บทที่ 1701 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1541
October 28, 2026
ได้ยินเธอพูดแบบนี้ สีหน้าของเย่เฟิ่งหยีจึงดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย พูดต่อหน้าหญิงชราว่า “คุณนี่วาสนาดีนะ ได้อุ้มหลานแล้ว ลูกหลานฉันนี่ไม่ได้เรื่องกันทั้งนั้น ชีวิตฉันหน่ะโชคไม่ดี เดิมก็มีโอกาสจะได้อุ้มหลาน แต่ตอนนี้ พังทลายไปหมดสิ้นแล้ว! ”
“คุณเซี่ย” พนักงานคนหนึ่งเดินมาตรงหน้าเซี่ยชีหรั่น “วันนี้จะขอเชิญให้คุณกล่าวอะไรสักครั้งได้มั้ยคะ”
เซี่ยชีหรั่นอึ้งไปเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าตอบตกลง
ตอนที่เริ่มประชุม เซี่ยชีหรั่นเดินขึ้นเวที คนเราเมื่อเข้าสู่วัยกลางคนก็จะยิ่งดูสง่า “วันนี้เจ้าหน้าที่ให้ฉันขึ้นมากล่าวบนเวที แต่ฉันคิดว่าสตรีผู้ประสบความสำเร็จ และเหมาะสมจะขึ้นมายืนบนเวทีมากที่สุด น่าจะเป็นแม่สามีของฉัน คุณเย่เฟิ่งหย”
คนด้านล่างเวทีต่างพากันมองไปทางเย่เฟิ่งหยีและยังมีคนแอบพูดว่าเซี่ยชีหรั่นวางตัวเก่ง ยกความสำเร็จทั้งหมดให้แม่สามีของตนเอง จะมองอย่างไรก็ได้หน้าไปเต็มๆ
เย่เพิ่งหยีเองก็สลัดความทุกข์ใจเมื่อครู่ออกไป รับสายตาอิจฉาของผู้อื่นอย่างใจเย็น ติงยียียืนอยู่ข้างอ้าวเสว่ เธอเตี้ยกว่าอ้าวเสว่หลายเซนติเมตร หันหน้าไปก็มองเห็นหน้าเธอ
บริกรเดินผ่านมาจากด้านข้าง เธอหยิบแก้วแชมเปญมาสองแก้ว ขยับปลายนิ้ว เม็ดยาสีขาวตกลงไปในแก้วแชมเปญ หมุนวนอยู่ในของเหลวสีเหลืองทองครู่หนึ่งจากนั้นก็สลายหายไป
ข้อศอกของอ้าวเสว่ถูกสะกิดเล็กน้อย ติงยียีมองเซี่ยชีหรั่นบนเวทีอย่างเฉยเมยแล้วพูดว่า “เรื่องที่เธอทำร้ายชูหวินฉันจะไม่มีทางลืม”
อ้าวเสว่หันไปเหล่มองเธอ เชิดหน้าขึ้นสูงๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย “แล้วเธอคิดจะทำยังไง”
“อีกไม่นานเดี๋ยวเธอก็รู้เอง”
ติงยียีส่งแก้วแชมเปญให้เธอหนึ่งแก้ว เห็นเธอลังเล “ไม่กล้าดื่มเหรอ
“ดื่มสิ ทำไมจะไม่ดื่ม” อ้าวเสว่แสยะยิ้มแย่งแชมเปญแก้วนั้นที่ติงยียีกำลังถืออยู่ไป เงยหน้าดื่มไปหนึ่งอึก
ติงยียีหยิบแชมเปญอีกแก้วขึ้นมา ดื่มพลางมองไปยังเวทีพลาง เซี่ยชีหรั่นกำลังพูดถึงปรัชญาการออกแบบของตนเอง เธอรับฟัง ถึงขั้นเคลิบเคลิ้มหลงใหล
จนกระทั่งคนข้างๆเดินจากไปเธอจึงได้สติกลับมา เซี่ยชีหรั่นกำลังอธิบายองค์ประกอบของแหวน เธอละโมบอยากจะฟังต่ออีกหน่อย แต่ฝีเท้ากลับมุ่งหน้าเดินไปทางอ้าวเสว่ เห็นชัดว่ามองไม่เห็นเงาคนแล้ว แต่เธอก็ยังเดินไปอย่างไม่รีบเร่ง
อ้าวเสว่เอามือกุมไว้ที่ท้องแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ ห้องน้ำอยู่ด้านหลังของคฤหาสน์ ออกแบบอย่างหรูหรา ใต้ฝ่าเท้าเป็นกระเบื้องโปร่งแสง ข้างใต้กระเบื้อง มีปลาทองว่ายอยู่ข้างๆใบบัวสีเขียว
เธอไม่มีทันที่จะได้ชื่นชมกับความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้ ก็สุ่มเลือกเข้าไปข้างในห้องหนึ่ง ลังเลอยู่ชั่วครู่ตอนที่ล็อคประตู สุดท้ายก็ไม่ได้ปิดประตู
นับตั้งแต่เรื่องนั้น พื้นที่ปิดมิดชิดแน่นหนาจะทำให้เธอหวาดกลัวอย่างมาก ความหิวกระหายเจียนตายฝังลึกอยู่หัวสมองเธอ เมื่อเธออยู่ในที่ปิดมิดชิดเธอก็จะรู้สึกกระสับกระส่าย หายใจไม่ออก ตื่นตระหนกอย่ายิ่ง กังวลว่าคนอื่นจะขังเธอเอาไว้!
เธอเคยไปพบจิตแพทย์แล้ว อีกฝ่ายกลับใช้วิธีการรักษาโดยให้เธอกินยา ช่างน่าขำจริงๆ ทำไมเธอต้องกินยา! เห็นชัดว่าเธอไม่ได้ป่วยเป็นโรค!
เสียงต็อกแต็กของรองเท้าส้นเข็มที่กระทบพื้นดังมาจากด้านนอกประตู ดังขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็หยุดลง ราวกับอากาศค้างชะงักขึ้นมาอย่างนั้น
อ้าวเสว่สงสัย แต่ความเจ็บปวดรุนแรงในท้องทำให้เธอไม่สนใจอะไรขนาดนั้นแล้ว จนกระทั่งเสียงรองเท้าส้นสูงดังขึ้นมาอีกครั้งนี้เธอมองเห็นรองเท้าส้นสูงสีนู๊ดจากฉากกั้นด้านล่างของห้องน้ำ
ที่ล็อคกลอนประตูถูกดึงเอาไว้แน่น เสียงลงกลอนประตูทำให้เธอใจสั่น “คุณเป็นใคร ข้างในมีคนอยู่ค่ะ!”
“รู้หรือเปล่าว่าสิ่งที่แตกต่างที่สุดของเธอกับฉันคืออะไร”
เสียงด้านนอกช่างคุ้นหูเช่นนี้ เมื่อสิบนาทีก่อนเธอยังทะเลากับหล่อนอยู่เลย ตอนนี้กลับติดกับดักหล่อนเข้าเสียแล้ว
เธอไม่ตอบ ติงยียีก็พูดต่อไปอย่างไม่สนใจว่า “สิ่งที่แตกต่างที่สุดของฉันกับเธอก็คือเธอไม่ยอมรับในสิ่งที่เธอทำ ส่วนฉันทำแล้วหวังว่าเธอจำจะเอาไว้”
“ติงยียีแกต้องไม่ตายดี!” อ้าวเสว่ทุบประตูด้วยความโกรธแค้นอย่างแรงพร้อมสบถว่า “แกนี่มันเป็นผู้หญิงแพศยา เย่เนี่ยนโม่รักแก ถึงขั้นยอมทิ้งบริษัทเย่ซื่อ เย่ชูหวินรักแก แม้แต่ชีวิตก็ไม่เหลือ แกมันก็เป็นนังแพศยาคนหนึ่ง นังแพศยามือที่สาม!”
“ซู่” เสียงน้ำไหลลงมาจากบานประตูห้องข้างๆ ทันใดนั้นอ้าวเสว่ตกใจอย่างมาก
“แกทำอะไร!” เธอกรีดร้องพลางหาที่หลบซ่อนไปทั่ว
ติงยียีปิดก๊อกน้ำ น้ำเสียงไม่ได้สงบนิ่งเหมือนเมื่อครู่ “ถ้าเธอกล้าแช่งให้เขาตายก็ลองดู!”
อ้าวเสว่สะบัดน้ำบนใบหน้า พอนึกได้ว่าน้ำพวกนี้ไหลออกมาจากก๊อกน้ำในห้องน้ำเธอก็รู้สึกขยะแขยงอย่างยิ่ง “แกมันก็มือที่สาม หรือว่าฉันพูดผิด! ตอนแรกฉันกับเนี่ยนโม่คบหากันอยู่ก่อนแล้ว แกมันก็มือที่สาม!”
เธอร้องไห้พลางกรีดร้องโหยหวน จนกระทั่งได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงค่อยๆดังไกลออกไป เธอตื่นตระหนกขึ้นมา ความรู้สึกหวาดกลัวที่ปิดมิดชิดวนกลับมา เธอทุบบานประตูอย่างคลุ้มคลั่ง “ปล่อยฉันออกไป! ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่! ปล่อยฉันออกไป!”
ด้านนอกห้องน้ำ ติงยียีแนบอยู่กับกระเบื้องเซรามิค ฟังเสียงทุบประตูและด่าสาปแช่งอย่างสุดชีวิตด้านในห้องน้ำ เธอหลับตา กลบเกลื่อนอารมณ์ที่ซับซ้อน ตอนที่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นอารมณ์ที่เฉยชา
บนสนามหญ้าเป็นเวลาบุฟเฟ่ต์พอดี พนักงานเสิร์ฟถือถาดเดินไปเดินมา เซี่ยชีหรั่นถือแก้วไวน์พลางพูดคุยกับผู้คนรอบตัวอย่างเป็นกันเอง ขณะเดียวกันก็อธิบายกับเย่เฟิ่งหยีไปพลาง จะได้ไม่ละเลยเธอ
ติงยียีถือขนมเค้กกินอย่างช้าๆ จนกระทั่งอีกครึ่งชั่วโมงต่อมาจึงรั้งตัวพนักงานเสิร์ฟเอาไว้หนึ่งคน “ขอโทษนะคะ เมื่อครู่ฉันไปห้องน้ำรู้สึกว่าประตูเหมือนจะมีปัญหาค่ะ ไม่ทราบว่าขอให้คนไปดูหน่อยได้มั้ยคะ”
เสิร์ฟพยักหน้าเดินไปทางห้องน้ำ ไม่นานร่างที่หมดสภาพของใครคนหนึ่งก็พุ่งออกมาจากห้องน้ำ สายตาของผู้คนต่างพากันมองไปด้วยความสนใจ