ตอนที่ 1702
บทที่ 1702 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1542
October 28, 2026
ช่วงนี้เย่เชินหลินหลงใหลของโบราณ เวลานี้กำลังถือแว่นขยายส่องบนภาพวาดสมัยราชวงศ์หมิง ได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมา“คุณอยากได้เหรอ”
เซี่ยชีหรั่นถลึงใส่ตาเขาอย่างไม่พอใจ หน้าค่อยๆแดงไม่พูดอะไร อ้าวเสว่เห็นว่าพระแม่กวนอิมปางประทานบุตรที่ส่งมา ก็ยิ้มพลางเอ่ยว่า “น้าเซี่ย ฉันเอาไปให้คุณย่านะคะ”
ในห้องพระ เย่เฟิ่งหยีท่องพระคัมภีร์ด้วยความเคารพ ลูกประคำในมือของเธอถูกสัมผัสจนเรียบรื่น มองเห็นอ้าวเสว่ เธอเอ่ยทักทายว่า “ช่วงนี้เธอดวงไม่ดี เรื่องเช้าวันนี้ฉันจะไม่พูดแล้ว ต่อไปเธอก็ระวังตัวให้ดี!”
อ้าวเสว่พยักหน้า วางพระแม่กวนอิมลง สายตาของเย่เฟ่งหยีก็ถูกดึงดูดไปที่พระแม่กวนอิมปางประทานบุตร “นี่ใครเป็นคนเอามา”
อ้าวเสว่เดินไปไหว้พระด้านหน้า แล้วจึงพูดว่า “เพื่อนของคุณย่าคนนั้นส่วมาเมื่อเช้าค่ะ บอกว่าพวกเรารีบร้อนจากไปจนลืมหยิบมา”
เย่เฟิ่งหยีลูบคลำลวดลายบนพระแม่กวนอิมปางประทานบุตรอย่างไม่อาจวางมือลงได้ สีหน้ากลับมีความเสียดาย พูดอย่างเศร้าๆว่า “ความรุ่งโรจน์ของตระกูลเย่รุ่นนี้ถือว่าล่อแล่ สงสารชูหวินของพวกเรา เฮ้อ”
“คุณย่า อย่าลืมว่าชูหวินเกือบจะแต่งงานกับติงยียีแล้ว อีกทั้งตอนนี้ไม่ใช่ว่าทั้งสองฝ่ายก็ยอมรับไปโดยปริยายแล้ว เหลือเพียงแค่การแต่งานในตอนสุดท้ายเท่านั้นไม่ใช่เหรอคะ”
เห็นเย่เฟิ่งหยีสงสัย อ้าวเสว่พูดต่อไปว่า “คุณย่าคุณอาโม่ก็มีชูหวินเป็นทายาทสืบสายเลือดเพียงคนเดียว เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณย่าหรือว่าคุณย่าจะทนเห็นคุณอาโม่กับน้าไห่ไม่มีคนคอยดูแลในวาระสุดท้าย อยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายไปตลอดชีวิตเหรอคะ”
เย่เพิ่งหยีตัวสั่นเล็กน้อย สีหน้าซีดเผือดทันที เธอทำผิดต่อโม่เสี่ยวจุนมากเหลือเกิน คิดจะชดเชยให้ตลอด ได้ยินอ้าวเสว่วิเคราะห์เช่นนี้ในใจก็ยิ่งเศร้าเสียใจอย่างยิ่ง
อ้าวเสว่เห็นว่าประสบความสำเร็จแล้ว ก็โน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าวพูดต่อไปว่า “ตอนนี้การทำเด็กหลอดแก้วทันสมัยมาก แค่พวกเราพวกเราเอาเสปิร์มของชูหวินมาได้ ก็ให้กำเนิดทายาทของตระกูลเย่ เป็นโชคดีของเธอ ถึงเวลาค่อยบอกกับเธอก็ได้แล้วค่ะ!”
เย่เฟิ่งหยีลังเลเล็กน้อย มือที่คลำลูกประคำอยู่เร่งความไม่ได้คล้อยตามคำพูดของอ้าวเสว่
อ้าวเสว่เห็นเธอลังเลไม่มั่นใจก็เอาพระแม่กวนอิมยัดเข้าไปที่หน้าอกเธอ “คุณย่า ก็เหมือนอย่างที่คุณย่าบอก สวรรค์คุ้มครองตระกูลเย่ของพวกเรา ในเมื่อสวรรค์ให้ชูหวินฟื้นขึ้นมา ก็ต้องให้ตระกูลเย่ได้มีเลือดเนื้อเชื้อไขหลงเหลือเอาไว้สักคนหนึ่งแน่นอน ก็เหมือนที่คุณย่าบอกสวรรค์ทรงโปรดพวกเราตระกูลเย่ ในเมื่อสวรรค์ให้ชูหวินฟื้นขึ้นมา ก็ต้องให้ตระกูลเย่ได้มีทายาททางสายเลือดไว้สักคนแน่นอน”
“เรื่องนี้ให้เธอไปจัดการ” เย่เฟิ่งหยีพูดเบาๆว่า “ปิดบังพวกเชินหลินกับชีหรั่นไว้ก่อน พวกเขาไม่ได้อยากจะทำอย่างนั้นแน่นอน”
อ้าวเสว่ยิ้มอย่างมีเลศนัย “คุณย่าวางใจเถอะค่ะเรื่องนี้ฉันจะจัดการให้คุณย่าอย่างเงียบที่สุด”
วันต่อมาที่ห้องทำงานของคุณหมอ
“พวกคุณอยากได้เสปิร์มของคนไข้เหรอครับนี่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากคนไข้ถึงจะได้นะครับ”
“คุณหมอคะ คุณหมอน่าจะรู้สภาพของเขาดีนะคะ ตระกูลเย่ของพวกเราหวังแค่จะได้มีทายาทรุ่นหลังสักคน แต่กังวลว่าตัวเขาเองจะปฏิเสธเพราะความคิดมากของเขา ดังนั้นจึงขอให้คุณหมอช่วยเหลือ”
อ้าวเสว่พูดพลางเอาซองจดหมายหนาๆยัดใส่ในมือของคุณหมอ “คุณเองก็น่าจะรู้จักตระกูลเย่ดี หรือว่าคุณไม่เชื่อ”
คุณหมอมองซองจดหมายที่หนาประมาณสี่ฝ่ามือในมือ ในแววตาแฝงด้วยความโลภ ทั้งยังหวาดหวั่นในคำพูดของเธอ “ถ้าผมช่วยพวกคุณ อย่างนั้นต่อไปเกิดปัญหาขึ้นมาถือว่าเป็นเรื่องของตระกูลเย่ของพวกคุณนะครับ”
“แน่นอนว่าต้องเป็นตระกูลเย่ อิทธิพลของตระกูลเย่ที่เมืองตงเจียงคุณน่าจะรู้ดี อีกอย่าง คุณหมอคุณเองก็หวังดีกับคนไข้นี่”
อ้าวเสว่ยิ้มพลางยื่นมือไปมองผู้ชายตรงหน้าคนนี้ มองอีกฝ่ายรับเงินไปด้วยความพึงพอใจ
เรื่องนี้ผ่านไปสองสามวัน ติงยียีกำลังประชุม เย่ป๋อยืนพยายามแนะนำอยู่ข้างเธอตามคำสั่งของเย่เนี่ยนโม่
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอมองทุกคนอย่างรู้สึกผิด เห็นว่าเย่เฟิ่งหยีเป็นคนโทรมาด้วยตัวเอง ก็รีบหยุดการประชุม เย่ป๋เห็นสีหน้าท่าทางรีบร้อน จึงไม่วางใจตามไปด้วย
ด้านนอกระเบียงทางเดิน เขาได้ยินน้ำเสียงติงยียีร้อนใจอย่างมาก “ชูหวินหมดสติแล้วเหรอคะ ค่ะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”
มองเห็นเธอรีบร้อนเดินไปพลางโทรหาเลขาไปพลาง เย่ป๋อรู้สึกผิดปกติ ก็โทรรายงานสถาการณ์กับคุณชาย
เย่เนี่ยนโม่ คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น เขาเคยสั่งให้บอดี้การ์ดรีบโทรหาเขาทันทีถ้าเย่ชูหวินมีปัญหาอะไร แต่เมื่อครู่กลับไม่ได้มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเลย ความเป็นไปได้มีเพียงสองอย่าง
ข้อแรก:มีคนหลอกติงยียีแล้ว
ข้อสอง:บอดี้การ์ดบกพร่องต่อหน้าที่แล้ว
ความสงสัยในใจเพิ่มมากขึ้นไม่หยุด เขาโทรหาบอดี้การ์ดด้วยตนเอง “ไปที่ห้องคุณชายรองดูสถานการณ์ของเขาหน่อย”
พอวางสาย ผู้ช่วยก็มาเรียกเขา “หัวหน้า เจ้านายเชิญให้คุณไปหาครับ”
ในห้องทำงาน ชายวัยกลางคนเชิญเย่เนี่ยนโม่มาที่โซฟา ชงชาให้เขาด้วยตนเอง “คุณเป็นพนักงานที่ดีของผมจริงๆ ระยะเวลาสั้นๆสองเดือนก็สามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นเท่ากับไตรมาสก่อนได้”
“เจ้านายครับ คนเราต้องซื่อสัตย์ ลงมือทำด้วยศรัทธา สินค้าต้องเป็นของจริง ปกติแล้วก็จะไม่เกิดความผิดพลาดใหญ่หลวงอะไร” เย่เนี่ยนโม่นั่งตัวตรง พูดพลางสบตามอง
ชายวัยกลางคนเหงื่อแทบจะไหลออกมาแล้ว ปกติเย่เนี่ยนโม่คนนี้ดื้อรั้นมาก บอกแล้วว่าใส่น้ำได้อีกนิดหน่อยแต่เขาก็ไม่ยอมฟังใคร ไม่รู้จริงว่าใครคือเจ้านายกันแน่ ถ้าไม่เห็นแก่ว่าเขามีความสามารถมากจริงไปก็คงไล่เขาออกไปนานแล้ว
แม้ปากก็พูดแบบนี้ แต่ใบหน้าของชายหนุ่มก็ยังคงยิ้มร่าอยู่ “บริษัทของพวกเรามีคุณนี่เหมือนกับเสือติดปีกจริงๆนะ เก่งมาก ลุ้นไปถึงปลายปีหน้า บริษัทจะให้รถยนต์โตโยต้าคุณหนึ่งคัน!”