ตอนที่ 1703
บทที่ 1703 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1543
October 28, 2026
เย่เฟิ่งหยีสีหน้าบึ้งตึง ไม่ได้โกรธอย่างที่คิดเอาไว้ ในทางกลับกันก็หันไปถามอ้าวเสว่ด้วยความสงสัย “เธอไม่ได้บอกว่าเจ้าหล่อนตกลงยินยอมแล้วเหรอ ทำไมตอนนี้ไม่เต็มใจอีกแล้ว”
ตอนแรกอ้าวเสว่ก็ไม่ได้แปลกใจ แค่หัวเราะเยาะในใจ หญิงชราคนนี้ฉลาดมีไหวพริบดีนะทั้งหมดคือเธอเป็นคนไปทำตามคำสั่ง แต่เมื่อถูกจับได้แล้วจริงๆ ก็โยนความผิดของปัญหาทั้งหมดมาให้ตน เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องมีความบาดหมางกับหลานชาย
ส่วนเธอก็จนใจ ได้แต่แบกรับผลกรรมเหล่านี้ไว้กับตัวเอง ต้องกล้ำกลืนฝืนทนไว้ อ้าวเสว่ก้มหน้า เสียงน้อยเนื้อต่ำใจ “ขอโทษค่ะคุณย่า ฉันคิดว่าเธอจะยอมทำทุกอย่างเพื่อเย่ชูหวิน”
“ถ้านี่คือเหตุผลขอคุณ อย่างนั้นคุณก็ไสหัวออกไปจากตระกูลเย่เดี๋ยวนี้!” เย่เนี่ยนโม่พูดอย่างเย็นชา
“ใครกล้าก็ลองดู!” เย่เฟิ่งหยีลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าดุดัน จากนั้นสีหน้าก็ผ่อนคลายลง “นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เสี่ยวเสว่ขอโทษแล้ว เธออยู่ที่ตระกูลเย่ก็ถือว่าอยู่เป็นเพื่อนย่า ย่ายังไม่ตาย ตระกูลเย่ก็ต้องมีที่พักที่กินให้เธอ”
“สำหรับเธอ” เย่เฟิ่งหยีเหล่มองทั้งสองคนที่จับมืกันอยู่ พูดอย่างมีนัยยะว่า“ เธอและชูหวินหลังตรุษจีนก็จะแต่งงานกันแล้ว คือน้องสะใภ้ของหลาน ย่าคิดว่าแบบนี้พวกเธอใกล้ชิดสนิทสนมกันแบบนี้ไม่เหมาะสมนะ”
มือที่อยู่ในฝ่ามือเขาคิดจะดึงออก เย่เนี่ยนโม่กลับกุมเอาไว้แน่นยิ่งขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “คุณย่าครับ เธอสำหรับผมแล้วก็เหมือนออกซิเจนในน้ำ ไม่มีเธอผมก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้”
คำพูดของเขาทำให้หัวใจอ้าวเสว่เต้นแรง สองนิ้วมือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวจิกบนหนังหุ้มโซฟาอย่างเอาเป็นเอาตาย
เย่เนี่ยนโม่เหลือบไปมองอ้าวเสว่ พูดต่อว่า “เมื่อกี้คุณย่าบอกว่าถ้าคุณย่ายังอยู่บนโลกอ้าวเสว่ก็ต้องอยู่ที่บ้านตระกูลเย่ คำตอบผมก็ไม่ต่างกันถ้าผมยังมีชีวิตอยู่ เธอก็คือผู้หญิงของผม”
พอสิ้นเสียงเขาก็ปล่อยมือ ควรจับกลับปล่อย เย่เฟิ่งหยีโกรธมาก เซี่ยชีหรั่น เย่เชินหลินและพ่อบ้านรีบเข้ามา ได้ยินประโยคสุดท้ายของเย่เนี่ยนโม่ เย่เชินหลินตะคอกว่า “โอหัง ใครสอนกฎมารยาทให้แก!”
“ดูลูกที่พวกเธอสั่งสอนมาสิ! ถึงขนาดกล้าต่อปากต่อคำกับฉัน แล้วยังพูดคำที่หยาบคายไร้มารยาทขนาดนี้ นั่นคือน้องสะใภ้ของเขานะ! น่าโมโหจริงๆ!”
เย่เฟ่งหยีโกรธจนทุบอก เซี่ยชีหรั่นกลับหยุดฝีเท้า มองเย่เชินหลินด้วยน้ำตาคลอเบ้า พูดเบาๆว่า“ที่คุณพูดนี่หมายถึงฉันเหรอคะ ถูกค่ะ ฉันเป็นคนสอนเรื่องมารยาทให้เขา แต่ตอนเด็กๆเขามีพ่อคอยสอนเขาอยู่นะคะ”
เย่เชินหลินเห็นเธอร้องไห้ ก็ตื่นตระหนก รีบเข้ามาปลอบโยนว่า “คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้หมายความอย่างนี้เลยนะ”
เซี่ยชีหรั่นส่ายหน้า หมุนตัวเดินไป เย่เชินหลินเตรียมจะตามไป ก็ถูกเย่เฟิ่งหยีรั้งตัวไว้ “เชินหลิน! มาจัดการเรื่องนี้!”
เย่เชินหลินมองภรรยาที่ค่อยๆวิ่งหายลับไป แล้วมองที่แม่ผู้โกรธแทบตายอีกครั้ง พักหนึ่งจึงพูดว่า “แม่ เรื่องนี้ผมจะจัดการให้ถูกต้องเป็นธรรมครับ”
มองเห็นลูกชายตามลูกสะใภ้ไปแล้ว เย่เฟิ่งหยีตัวสั่นพลางยื่นมือออกมา “ดีๆๆๆ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ ไม่อยู่ให้รกหูรกตาพวกเธอ!”
“คุณย่า” เย่เนี่ยนโม่ อ้าวเสว่ และพ่อบ้านรีบก้าวเข้ามาเกลี้ยกล่อม ติงยียียืนอยู่ด้านข้างลำพังมองเรื่องตลกของตระกูลเย่ ในใจกลับรู้สึกน่าขำอย่างยิ่ง พวกเขามีความเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ ทำไมต้องเอาเธอเข้าไปในความโกลาหลวุ่นวายนี้ด้วย
ตกกลางคืน บนโต๊ะอาหารโล่งมาก เย่เฟิ่งหยีโกรธจนไม่ยอมออกจากห้อง เซี่ยชีหรั่นกับเย่เชินหลินเองก็ไม่ออกมา คนรับใช้ต่างก็อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางอันตราย บรรยากาศของทั้งตระกูลเย่ย่ำแย่มาก
เย่เนี่ยนโม่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ติงยียีนั่งอยู่ทางด้านซ้ายของเขา อ้าวเสว่นั่งอยู่ทางด้านขวา สามคนทานอาหารอย่างนิ่งเงียบ ติงยียีเคี้ยวอาหารอย่างไร้ความอร่อย อยากจะไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
พ่อบ้านมองเห็นทั้งหมดนี้ จากนั้นก็จากไปอย่างไม่มีเสียงใดๆ ด้านข้างน้ำพุในสวนหย่อม เซี่ยชีหรั่นนั่งเล่นหมากล้อมกับเย่เชินหลิน คิ้วเรียวสวยขมวดแน่น
เย่เชินหลินมองเธออย่างรักใคร่ จากนั้นหยิบหมากสีขาววางลงไป พอวางหมากลงไปเซี่ยชีหรั่นก็วางหมากอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น คิ้วที่ขมวดมุ่นเพราะใช้ความคิดเมื่อครู่ก็หายไปเลย “ดูสิ ฉันชนะคุณอีกแล้ว”
รอยยิ้มของเธออบอุ่นมาก อบอุ่นไปถึงในหัวใจของเย่เนี่ยนโม่ สายตาเขากวาดตาไปมองเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่อยู่ใต้กระดานหมากรุก ที่แท้ก็คือประกาศนียบัตรหมากล้อมระดับหกดั้งที่ตนเองได้รับ จู่ๆเขาก็พูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “พ่อบ้านเหรอ”
เซี่ยชีหรั่นหันไปมอง เขารีบดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมาจากใต้กระดานอย่างรวดเร็ว กำลังคิดจะเอาไปใส่ในกระเป๋ากางเกง การเคลื่อนไหวก็หยุดชะงัก ขยำเป็นก้อนโยนเข้าไปในถังขยะเสียเลย
“คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง ทุกอย่างเป็นปกติ” พ่อบ้านพูดอยู่ข้างๆ
เซี่ยชีหรั่นถอนหายใจ “หวังว่าเนี่ยนโม่จะเข้าใจ วันนี้ถ้าพวกเราไม่ทำแบบนี้ก็ไม่สามารถทำให้ปัญหาระหว่างเขากับคุณแม่ให้สงบลงได้”
เย่เชินหลินโบกมือให้พ่อบ้านพ่อบ้านไปได้ เขาลุกขึ้นเอาคนที่หน้าตาเศร้าหมองเข้ามาในอ้อมกอด จูบที่ผมของเธอ พูดด้วยเสียงแหบพร่า “คุณรู้หรือเปล่าว่าตอนที่คุณร้องไห้ผมตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกเลยจริงๆ ช่างน่าโมโหนัก เห็นชัดว่าอยากจะเก็บสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้คุณ”
เซี่ยชีหรั่นหัวเราะออกมา แววตาอ่อนโยนอย่างแทบไม่น่าเชื่อ “เมื่อก่อนคุณไม่เห็นพูดคำหวานหยดย้อยแบบนั้นเลย”
เย่เชินหลินก็ไม่ว่าอะไร พลิกตัวเธอมา พูดอย่างอ่อนโยนว่า “อายุยิ่งเยอะ เวลาที่จะได้อยู่กับคุณก็ยิ่งสั้นลง ก็เลยกลายเป็นคนที่คิดมาก กลัวว่าเรื่องวพวกนี้ถ้าไม่พูดก็จะไม่มีโอกาสแล้ว”
สายตาเขากับเธอประสานกัน ไม่รู้ใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แสงจันทร์สาดส่องน้ำพุงดงามมาก แต่ใครจะไปสนใจอะไรมากเล่า
วันต่อมา
สาวใช้รีบเดินเข้าไปในห้องรับแขก “ ท่านนายหายตัวไปแล้วค่ะ!”
“เกิดอะไรขึ้น” เย่เชินหลินสีหน้าเครียด พูดอย่างดุดัน