ตอนที่ 1704
บทที่ 1704 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1544
October 28, 2026
“เสี่ยวเสว่” เย่เฟิ่งหยีดุออกมาเบาๆ แต่กลับไม่ได้พูดอะไรอีก
ข้างๆมีคนเดินไปเดินมา แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นตรงนี้ ติงยียีตัวสั่น โพล่งออกมาว่า “เธอหุบปาก!”
“เธอให้ฉันหุบปากเหรอ” เย่เฟิ่งหยีมองเธอด้วยสีหน้าแปลกประหลาดใจ มองแล้วก็เริ่มโกรธอีก
“คุณย่า ฉันไม่ได้หมายถึงคุณย่าค่ะ ฉันขอให้คุณย่าไปจากที่นี่กลับไปที่บ้านตระกูลเย่ก่อนนะคะ ต่อไปฉันก็จะไม่ต่อปากต่อคำคุณย่าอีกค่ะ” ติงยียีโน้มตัวมาให้ต่ำที่สุด พยายามพูดเกลี้ยกล่อมเย่เฟิ่งหยี
เห็นชัดว่าเย่เฟิ่งหยีไม่อยากจะสนใจเธอ เธอนั่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ตรงนั้น
ติงยียีตัดสินใจเด็ดขาด คว้ากระเป๋าถือที่อยู่ข้างเธอขึ้นมาแล้ววิ่งหนีไป ยังวิ่งไปได้ไม่เท่าไหร่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผ่านมาพอดีก็จับเธอเอาไว้
“เด็กคนนี้ ! ถึงขนาดทำเรื่องแบบนี้เลย! ไม่เคยเห็นคนอย่างเธอนี่เลยจริงๆ!” เย่เฟิ่งหยีโกรธจนทุบหน้าอก “จับ ช่วยฉันจับเธอไปเข้าคุก!”
อ้าวเสว่ยืนอยู่ด้านหลังเย่เฟิ่งหยี ยกมือของตนเองขึ้นลึกซึ้งอย่างคาดเดาไม่ถูก ค่อยๆอ้าปากไม่รู้ว่าทำปากเป็นรูปร่างอะไร ติงยียีกลับมองออก คำที่เธอพูดคือ ‘ยังเหลืออีกห้านาที’
“คุณผู้หญิง กรุณาให้ความร่วมมือพวกเราตรวจสอบด้วยครับ” พนักงานรักษาความปลอดภัยกำลังจะพาตัวเธอไป ติงยียีสะบัดมือเธอออก เสียงคุกเข่าดังขึ้น
พนักงานรักษาความปลอดภัยมองหญิงสาวที่คุกเข่าอย่างแปลกใจ ผู้คนรอบๆต่างก็หยุดชะงักฝีเท้ามองภาพนี้ด้วยความแปลกใจ
เย่เฟิ่งหยีเองก็ตกใจ เธอเม้มปากแน่น ร่องแก้มลึกทำให้เธอดูแก่ขึ้นมาก ใช้เวลาพักใหญ่จึงจะพูดว่า “เมื่อครู่ยังเกรี้ยวกราดดุร้ายอยู่เลย ตอนนี้ทำแบบนี้เพื่ออะไรอีก! รออีกเดี๋ยวเธอก็จะไปร้องไห้ต่อหน้าเนี่ยนโม่ฟ้องว่าฉันรังแกอะไรเธอใช่มั้ย”
ติงยียีคุกเข่าอยู่บนพื้น เรี่ยวแรงในกายเหมือนกับว่าถูกดูดไปจนหมด ค่อยๆโน้มหลังลง ศีรษะก้มลงมาแทบจะติดหน้าอกแล้ว “คุณย่า ฉันขอร้องคุณย่ากลับบ้านตระกูลเย่เถอะนะคะ”
เย่เนี่ยนโม่ที่เพิ่งรู้ข่าวกำลังรีบมามองเห็นภาพทั้งหมดนี้ก็โกรธจนตาแทบจะถลนออกมา ในสายตาเขาคนที่ตนเองทะนุถนอมคุกเข่าอยู่ท่ามกลางผู้คน เธอนั่งคุกเข่าท่ามกลางฝูงชน ด้วยท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตน สีหน้าเจียมเนื้อเจียมตัว ศีรษะเธอก้มต่ำแบบนั้น ใบหน้าจะเสียใจและทุกข์ใจอีกแค่ไหน คนที่หยิ่งทระนงขนาดนี้เหมือนเธอทำไมถึงได้ทำเช่นนี้ได้!
“ยียี!” เขารีบเดินมาตรงหน้าเธอดึงเธอลุกขึ้น เขย่าไหล่สองข้างของเธอ “คุณกำลังทำอะไร! คุณรู้หรือเปล่าว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่!”
ติงยียีที่คุกเข่าอยู่พร้อมกับหัวใจที่สิ้นหวังได้ยินเสียงที่คุ้นหูนั้นก็ตั้งสติขึ้นมาได้บ้าง เธอมองเขาอย่างตกใจ รีบพูดว่า “กระเป๋าคุณย่า รีบไปหยิบกระเป๋าคุณย่ามา!”
อ้าวเสว่ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง หมุนตัวไปอย่างเงียบๆ เผชิญหน้ากับเย่ป๋อที่อยู่ด้านหลังเธอ ทำให้เธอตกใจมาก
เย่เนี่ยนโม่แม้จะแปลกใจ แต่กลับก้าวไปด้านหน้าพลางเอ่ยว่า “ผมขอดูกระเป๋าคุณย่าหน่อยได้มั้ยครับ” พร้อมกับหยิบกระเป๋ามา
“เด็กคนนี้ตกลงจะทำอะไรกันแน่!” เย่เฟิ่งหยีมองไปรอบๆ เห็นคนจำนวนไม่น้อยมองมาทางนี้ ก็เริ่มเสียใจในข้อเสนอแนะของอ้าวเสว่
เย่เนี่ยนโม่เปิดกระเป๋า หันไปมองติงยียีด้วยความสงสัย แหกกระเป๋าออกเล็กน้อย ให้เธอดูของภายในกระเป๋า
ลิปสติกหนึ่งแท่ง กระจกหนึ่งบาน แล้วก็หนังสือหนึ่งเล่ม พัดหนึ่งอันรวมทั้งแว่นกันแดดและเงินสดปึกหนึ่ง
“ไม่มีเหรอ” เธอบ่นพึมพำ เย่เฟิ่งหยีหัวเราะเยาะถามว่า “ตกลงว่าเธอคิดจะหาอะไร ฉันให้หมดทุกอย่าง เธอก็อย่ามาทำเป็นแกล้งขวางฉันให้ฉันกลับไปบ้านตระกูลเย่!”
เธอถือเครื่องอุ่นมือแล้วเดินไปทางประตูทางขึ้นเครื่อง เย่เนี่ยนโม่รีบก้าวไปเกลี้ยกล่อม “คุณย่า ไม่มีคุณย่าบ้านตระกูลเย่จะมีความหมายอะไร คุณพ่อคุณแม่ร้อนใจแทบตายแล้ว คุณแม่ร้องไห้แล้วนะครับ”
เย่เฟิ่งหยีค่อยๆชะลอฝีเท้าลง ความจริงแล้วเธอก็ทำใจไม่ได้ที่ต้องจากลูกหลานไป ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเมื่อวานนี้โกรธมากเกินไปจริงๆ เธอเองก็ไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้
เย่เนี่ยนโม่เห็นเธอมีท่าทีอ่อนลง ก็รีบเข้าไปคว้าเครื่องอุ่นมือมา พูดออดอ้อนด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยว่า “คุณย่าครับ มีเรื่องอะไรกลับไปคุยกันที่บ้านก่อนเถอะครับ อากาศหนาวขนาดนั้น คุณย่าน่าจะปวดเข่าแล้ว”
ติงยียีเหล่มองอ้าวเสว่อย่างเงียบๆ แต่พบว่าสายตาของอีกฝ่ายกลับมองไปยังวัตถุในมือของเย่เนี่ยนโม่ เธอค่อยๆหันหน้าไป สายตามองไปที่เครื่องอุ่นมือสีม่วงอันนั้น
เสียงแจ้งเตือนขึ้นเครื่องดังขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนของติงยียี “ปล่อยของอันนั้น!”
“ปัง!”
เสียงเครื่องอุ่นมือระเบิดแตกออกพร้อมกับเศษกระจกสีม่วงที่กระเด็นไปทั่ว ผู้คนที่อยู่รอบๆต่างก้มตัวหมอบลงพลางกรีดร้องด้วยความตื่นกลัว อ้าวเสว่อยู่ค่อนข้างใกล้กัยพวกเขา แต่กลับยืนอยู่ไม่ขยับ โชคดีที่วินาทีสุดท้ายเย่ป๋อรวบไหล่เธอไปที่อื่น
ติงยียีกอดเย่เนี่ยนโม่ตัวสั่น วินาทีสุดท้าย เธอทำลายเครื่องอุ่นมือ แต่กลับเลือกที่จะกอดเขาที่บังเธอไว้ตรงหน้า ถ้าเศษของพวกนี้บวกกับแรงระเบิดโดนตัวเธอ นั่นต้องบาดเจ็บสาหัสแน่
เธอกอดแน่นมาก หลับตาสองข้าง แต่ร่างกลับสั่นเล็กน้อย ลมหายใจเบาๆด้านบนศีรษะทำให้ผมเธอขยับ มือใหญ่ข้างหนึ่งค่อยๆกุมบนแผ่นหลังเธอ
“ผมไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว” เสียงเย่เนี่ยนโม่แหบพร่า แม้เขาจะพูดแบบนี้ ติงยียีกลับยังคงไม่ยอมปล่อยมือ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง
เย่เฟิ่งหยีที่อยู่ข้างๆเองก็ยังตื่นตกใจ ตำรวจเดินมาตรงหน้าติงยียี “คุณผู้หญิง ทำไมคุณถึงรู้ว่าเครื่องอุ่นมืออันนี้จะระเบิด กรุณากลับไปที่สถานีตำรวจเพื่อให้ความร่วมมือในการสืบสวน”
มือสองข้างที่สั่นเทาของติงยียี เพิ่งจะปล่อยมือจากเย่เนี่ยนโม่เตรียมจะเดินไปก้าวเดียว ขากับอ่อนแรงจนยืนไม่อยู่ เย่เนี่ยนโม่รีบมาประคองเธอเอาไว้ “เรื่องนี่ผมเองก็รู้ดี ผมไปกับพวกคุณด้วย”
เจ้าหน้าที่ตำรวจพยักหน้า เขาถอดเสื้อคลุมสูทออกคลุมบนตัวติงยียี ก้มตัวมาอุ้มเธอขึ้นมา หมุนตัวหันไปสั่งเย่ป๋อ“พาคุณย่ากลับไป”