ตอนที่ 1707
บทที่ 1707 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1547
October 28, 2026
“ทำไมอยู่ๆก็ขอโทษ”
ติงยียียิ้มพลางมองเขา ความอบอุ่นที่ส่งมาจากฝ่ามือเขาทำให้เธออุ่นใจ อดไม่ได้ที่จะจับให้แน่นขึ้น
“คนอื่นต่างก็บอกว่าผมเย่ชูหวินเสียสละเพื่อคุณมากมาย ความจริงผมรู้ ว่าคุณเสียสละ สูญเสียเพื่อผมไปมากมาย” เย่ชูหวินค่อยๆพูดช้าๆ
ติงยียีโต้แย้งทันที แรงที่มือหนักขึ้น เย่ชูหวินใช้สายตาแสดงความหมายว่าเธออย่าเพิ่งขัดจังหวะตัวเอง “ผมรู้คุณไม่ได้อยากจะสืบทอดทายาทตระกูลเย่ คุณควรมีชีวิตอยู่อย่างอิสระเหมือนเจ้าหญิง แต่ผมกลับกักขังคุณด้วยโซ่ตรวนแห่งความตาย”
“ไม่ใช่อย่างนี้ ทั้งหมดเป็นความยินยอมพร้อมใจของฉันเอง คุณพูดแบบนี้จะดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะ!” ติงยียีลนลานเล็กน้อย เพียงแค่เขาเอ่ยขอโทษ เธอก็เกิดความรู้สึกว่าตนเองยังทำได้ไม่ดีพอ ยังรู้สึกไม่มากพอ
ความรู้สักที่อยากจะเก็บสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้เขาทั้งหมดนั้น ใครจะเข้าใจ
เย่ชูหวินมองเห็นความตื่นตระหนกของเธอ ก็ยิ่งสงสาร “รับปากผม คืนนี้ลาหยุดให้ตัวเองสักครั้งได้มั้ย”
“ไม่ต้องหรอก ฉันก็ไม่ได้เหนื่อยอะไร อีกอย่างงานเต้นรำของบริษัทอะไรนั่นฉันก็ไม่ได้อยากไป”
“ยียี”
เสียงเขาอ่อนโยน แผ่วเบา ราวกับกำลังเรียกเจ้าลูกแมวตัวน้อยที่ซ่อนตัวอยู่ เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
ติงยียีใช้ความนิ่งเงียบมาต่อต้าน ทิ้งเย่ชูหวินไว้ที่โรงพยาบาลคนเดียวแล้วตัวเองหนีไปเที่ยวเหรอ เรื่องแบบนี้เธอทำไม่ได้
เย่ชูหวินถอนหายใจ “ผมอยากเห็นคุณใส่ชุดสวยๆ งั้นเอาอย่างนี้คุณใส่มาให้ผมดูก่อนแล้วค่อยไป”
ติงยียีได้แต่ตกลง หยิบกล่องของขวัญเข้าไปในห้องน้ำ
ท้องฟ้าข้างนอกหน้าต่างเป็นสีฟ้าคราม ถุงพลาสติกสีขาวถูกพัดม้วนขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาจ้องมองที่ถุงพลาสติกราวกับตกตะลึง จนกระทั่งประตูถูกเปิด
ชุดกระโปรงยาวสีเบจทรงหลวมพลิ้วไหวบนพื้น กระโปรงเป็นระลอกคลื่นสีฟ้าน้ำทะเล ตรงเอวและหน้าท้องถูกพันด้วยผ้าไหมบางๆหลายรอบ เผยให้เห็นเอวที่สวยงามและอ่อนนุ่ม
แขนเสื้อเป็นทรงแขนพองขนาดใหญ่ ปักด้วยโบเล็กๆ พอขยับเดิน รองเท้าคริสตัลที่ผู้ด้วยริบบิ้นใสจะช่วยขับให้ข้อเท้ายิ่งขาวสะอาด
ในมือติงยียียังจับหน้ากากที่จะใส่ในงานปาร์ตี้หน้ากากเอาไว้ ยกกระโปรงขึ้นยิ้มแล้วพูดว่า “นี่คือชุดที่บริษัทจัดให้”
เย่ชูหวินมองจนอึ้งไปเลย เขาคิดว่าเธอสวยมาก สวยจนล่องลอยในสายลม สวยจนไม่อยากจะเชื่อ ทำให้หัวใจเขาเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
“ไม่สวยเหรอ” ติงยียีหมุนตัวหนึ่งรอบ เอียงคอด้วยท่าทางทะเล้น
เย่ชูหวินเอ่ยชื่นชมอย่างจริงใจว่า “ไม่ สวยมาก”
“จริงเหรอ!” ติงยียียกกระโปรงขยับไปมาด้วยความดีใจ ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่ชอบที่ได้ยินคำชม
เย่ชูหวินมองนาฬิกาบนผนัง พูดอย่างรักใคร่ว่า “ไปเถอะ อย่าสาย ผมจะนอนพอดีเลย”
ติงยียียิ้มพลางพยักหน้าเดินออกจากประตู ตอนที่หันหลังให้เขา รอยยิ้มจางลง เหลือเพียงความเศร้าโศก ในเมื่อเป็นคำขอร้องของเขา เช่นนั้นเธอก็ไปทำให้สำเร็จเถอะ
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมางานเลี้ยงได้ทันเวลา ติงยียีสวมหน้ากากเดินเข้าไปในห้องโถง
เพดานรูปวงกลมสีม่วงขนาดใหญ่ในห้องโถงทำให้เกิดแสงเป็นวงกลมสีม่วง แสงไฟสีส้มเหลืองจะสาดส่องไปยังผู้คนในงานราวกับเทพธิดาผู้เกียจคร้าน
ทุกคนล้วนสวมเสื้อผ้าที่พอใจที่สุดดื่มด่ำกับงานรื่นเริงในคืนที่มืดมิดอย่างเต็มที่ วินาทีนี้ไม่มีงานสะสม ไม่มีการทำงานล่วงเวลา ไม่มีอะไรต้องกังวล
เพราะสวมหน้ากากเอาไว้ บวกกับแสงไฟสลัว จึงไม่มีใครจำเธอได้ มักจะมีคนทักทายกับเธออยู่บ่อยๆ
“สวัสดีครับ ผมอยู่แผนกออกแบบ ทำความรู้จักกันหน่อยได้มั้ยครับ”
ติงยียียิ้มพลางปฏิเสธ อีกฝ่ายดูท่าทางแล้วน่าจะเพิ่งเรียนจบมา ตนเองก็จะกลายเป็นวัวแก่กินหญ้าอ่อนไปจริงๆ
เดินไปไม่กี่ก้าวก็มีคนขวางไว้ “สวัสดีครับ ผมอยู่แผนกปฏิบัติการ คุณอยู่แผนกไหนครับ ดูเหมือนจะเคยเจอกันหรือเปล่าครับ”
ติงยียีตกใจ ปกติแล้วผู้จัดการแผนกปฏิบัติการนี้คนมักเป็นที่ชื่นชอบในหมู่สาวของบริษัท ได้ยินมาว่าเขาเป็นสมาชิกของทีมสรรหาของทีมบาสเกตบอลในมหาวิทยาลัยชิงหวา
เห็นเธอไม่พูดอะไร ผู้จัดการแผนกปฏิบัติการก็ถามด้วยความอดทนว่า “คุยกันหน่อยได้มั้ยครับ”
เวลานี้เอง ติงยียีมองเห็นเย่ป๋อที่อยู่ไม่ไกล เขาสวมชุดสูทตามปกติ ใบหน้ายังคงจริงจังเป็นการเป็นงาน หญิงสาวร่างเล็กยืนอยู่ข้างหน้าเขาไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดอะไรกับเขา ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ชิวไป๋
“ขอโทษนะคะ ฉันมีธุระขอตัวก่อน”
ติงยียีเอ่ยขอโทษพลางเดินไปทางเย่ป๋อ ชายหนุ่มยืนขมวดคิ้วอยู่ด้านหลังเธอ “แปลกจัง เสียงนี้คุ้นหูมาก เหมือนเพิ่งได้ยินเมื่อวาน ใครกันนะ”
เมื่อเข้าใกล้เย่ป๋อ บทสนทนาของเย่ป๋อกับผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ว่ากันตามความจริงแล้วผู้หญิงเป็นฝ่ายพูดตลอด ส่วนเย่ป๋อฟังด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก
“ปกติแล้วคุณผู้ช่วยเย่ชอบทานอาหารอะไรคะ”
“ไม่เลือกครับ”
“ฉันก็ไม่เลือกค่ะ งั้นคุณชอบออกกำลังกายมั้ยคะ ฉันเห็นคุณรูปร่างดีมาก”
“ฟิตเนส”