ตอนที่ 1728
บทที่ 1728 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1568
October 28, 2026
ไม่เพียงแต่ไม่เพียงแต่เย่เนี่ยนโม่เท่านั้นสีหน้าของอ้าวเสว่ก็เปลี่ยนไปด้วย ถ้าหุ้นส่วนทั้งหมดเป็นของตระกูลเย่ เย่เนี่ยนโม่ก็จะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ถึงตอนนั้นฝู้เฟิ่งหยีก็ต่อกลอนกับเขาไม่ได้ เธอก็จบไปตามกัน ไม่ได้เด็ดขาด!
เธอค่อยๆกุมท้องแล้วคร่ำครวญ "คุณย่าคะ ฉันปวดท้อง ฉันขอไปกินยาก่อน"
ตอนนี้คนไม่ได้สังเกตเห็นเธอ เย่เนี่ยนโม่กล่าวอย่างเย็นชาว่า "ผมไม่เห็นด้วย"
“คุณไม่เห็นด้วยไม่ได้" ติงยียีมองเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยน "ยังไงซะนี่ก็คือสิทธิของฉัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะจัดการกับมัน”
ใบหน้าของฝู้เฟิ่งหยีซีดเล็กน้อย ติงยียีจับมือเย่เนี่ยนโม่ขึ้นมาแล้วพูดเบาๆว่า "คุณช่วยพาฉันไปเดินเล่นได้ไหม”
ในสวน ติงยียีดีใจที่เธอยุติความขัดแย้งของทั้งสองลงได้
“มันไม่ยุติธรรมกับคุณเลย” จู่ๆ เย่เนี่ยนโม่ก็พูดขึ้น เขารู้อยู่ในใจว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับเธอที่จะละทิ้งเย่ซื่อ ทำให้เธอต้องมารับเคราะห์ ก็ไม่ยุติธรรมกับเธอเช่นกัน
ติงยียีส่ายหัว "หลังจากที่ชูหวินจากไป ฉันก็เรียนรู้ได้อย่างนึงว่า ชีวิตคนเรามันสั้น แถมอันตรายด้วย ไม่รู้ว่าวันไหนจะเกิดอันตรายอะไรขึ้นมา ดังนั้นฉันอยากเรียนรู้สิ่งที่ฉันอยากทำมากที่สุดในเวลาที่จำกัด ฉันอยากเรียนออกแบบเครื่องประดับใหม่อีกครั้ง "
"แล้วพวกเราล่ะ?" เย่เนี่ยนโม่ มองดูเธอนิ่งๆ ท่าทางอ่อนโยนของเขาดูนุ่มนวลกว่าแสงของดวงจันทร์ซะอีกแปลงดอกไม้ข้างๆ เป็นดอกกุหลาบที่เพิ่งถูกแนะนำโดยชาวสวน กลีบกุหลาบอวบอ้วนเปียกด้วยน้ำค้างในยามค่ำคืน กลิ่นหอมคละคลุ้ง เธอเอามือไปปัดกลีบสีแดงเบา ๆ “ชิวไป๋บอกให้ฉันดูแลคนตรงหน้าให้ดี
เธอมองเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "ฉันแสร้งทำเป็นไม่รักคุณไม่ได้จริงๆ"
ทันทีที่เธอพูดจบ เย่เนี่ยนโม่ก็กอดเธอไว้ในอ้อมแขน เขากอดเธอแน่น กล้ามเนื้อแนบกับกล้ามเนื้อ กระดูกติดกับกระดูก
ทำให้ติงยียีต้องเงยหน้ามองดวงจันทร์ บนท้องฟ้าแสงจันทร์ทำให้คนรู้สึกดี ราวกับสายตาที่อ่อนโยนของใครบางคน เธอยิ้มแล้วหลับตาลง
ในคอนโด ซือซือนั่งเงียบ ๆ โทรศัพท์ในฝ่ามือของเธอยังคงอุ่นๆอยู่ ถ้าติงยียีจะคืนทุนให้เย่เนี่ยนโม่จริงๆ ถ้างั้นเธอก็ไม่มีโอกาสที่จะฮุบตระกูลเย่ได้
"อ๊า!” เธอส่งเสียงตวาดอีกมือนึงก็กวาดขวดบนโต๊ะลงจนหมด ที่ห้อยแปลกตาบนสร้อยข้อมือก็ส่งเสียงกระทบกัน สีหน้าเธอดูลำพอง จู่ๆ ก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ฉันจะไม่แพ้ ฉันซ่งหวั่นถิงจะไม่แพ้!"
ประเทศนี้จะขาดผู้ปกครองไม่ได้แม้แต่วันเดียว สิ่งแรกที่เย่เนี่ยนโม่ทำเมื่อกลับมาที่เย่ซื่อก็คือไล่เจสันออก เมื่อเห็นชายจอมเจ้ากี้เจ้าการออกจากบริษัทไป ในความสิ้นหวัง พนักงานก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาก
ตอนเที่ยง ติงยียีปรากฏตัวที่ประตูบริษัทพร้อมกับกล่องอาหาร พนักงานทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม "ประธานติง"
"หยุดเรียกฉันว่าประธานติงได้แล้ว วันนี้ฉันเป็นคนส่งอาหาร"
เธอฮัมเพลงเล็ก ๆ อย่างมีความสุข ทันทีที่เธอเข้ามาในออฟฟิศ ก็ถูกเอวจับ หลังของเธอพิงกับประตูเย็นๆ เธอยิ้มให้เขา
“รู้ได้ไงว่าฉันมาคะ?” เธอถามอย่างสงสัย
เย่เนี่ยนโม่ไม่พูดอะไร จู่ๆสีหน้าของเขาก็ไม่เป็นธรรมชาติ เขาปล่อยมือแล้วเดินไปที่โต๊ะ ติงยียีเดินตามเขาทีละก้าว "บอกมานะคะ!"
"แค่ก" เย่เนี่ยนโม่กระแอมออกมา "เมื่อวานไม่ได้บอกว่าจะมาเหรอ?"
“แต่ไม่ได้บอกว่าจะมากี่โมงหนิ “ ติงยียีละสายตาออกไปนอกหน้าต่างอย่างสงสัย ต้นไม้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว เธอเข้าใจบางอย่างในทันใด หรือว่าเขาจะเฝ้ารอเธออยู่ที่หน้าต่างนะ?
ยังไม่ทันได้หัวเราะ ริมฝีปากของเธอก็ถูกอุดไว้ด้วยริมฝีปากอีกคนหนึ่ง เย่เนี่ยนโม่ "ลงโทษ" เธอด้วยวิธีของเขา
นอกประตู เย่ป๋อที่ถือกองเอกสารก็เดินกลับไป เมื่อเขามาถึงออฟฟิศ สาวบัณฑิตจบใหม่ที่เพิ่งมา ก็เดินอย่างอายๆไปที่หน้าเขา
“ผู้ช่วยเย่คะ เราไปกินข้าวกันมั้ยคะ ?
“ผมกินข้าวในโรงอาหารมาแล้ว” เย่ป๋อพูดด้วยใบหน้านิ่ง
ใบหน้าของหญิงสาวตัวเล็ก กลายเป็นสีแดง คิดว่านี่เป็นการปฏิเสธ เธอจึงทำได้เพียงพยักหน้าด้วยความเขินอายแล้วรีบจากไป
ตอนเที่ยงไม่ได้ทำอะไร เขาก็เลยออกจากบริษัทไปซื้อหนังสือที่ร้านหนังสือ มีรถชนกันหน้าร้านหนังสือ รถติดมาก เขาลงจากรถและเดินข้ามสะพานลอย
ทันทีที่ขึ้นสะพานลอย ชายหนุ่มผมย้อมคนนึงก็วิ่งเข้ามาทางเขาอย่างบ้าคลั่งแล้วตะโกนว่า “อย่ามาขวางทางกู
“ขโมย ช่วยจับขโมยด้วย ในนั้นมีข้อสอบกลางภาคของนักเรียน จะหายไม่ได้นะ! “หญิงชราผมขาวตัวเล็กตะโกนหอบ เย่ป๋อยืนแบบงงๆ เมื่อชายหนุ่มวิ่งไปเขาก็คว้าข้อมือบิดกลับ ชายหนุ่มปล่อยมือทันทีแล้วกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด หญิงชราก็วิ่งมา กล่าวขอบคุณหลายครั้ง ทันใดนั้น คิ้วของเธอก็ขมวดขึ้นร่างกายของเธอโซเซ
ขโมยใช้โอกาสนี้หนีไปจากน้ำมือของเย่ป๋อ เขาไม่ได้ตามไป แต่ช่วยพยุงหญิงชรา แล้วรีบควักมือถือมาโทรเรียกรถพยาบาล
ในโรงพยาบาล
ชิวไป๋เห็นแม่ของตัวเองก็น้ำตาไหลอาบแก้ม “จะไปไล่ตามทำไม? แม่ไม่รู้หรอว่าตัวเองความดันสูง เงินโดนขโมยไปเท่าไหร่เดี๋ยวหนูคืนให้สองเท่าเลยก็ได้ "
“ข้างในมีข้อสอบกลางภาคของนักเรียนไง ทำหายแล้วจะทำยังไงล่ะ?” หญิงชราค่อนข้างดื้อรั้น พยายามหาเหตุผลสนับสนุนให้ตัวเองโดยดึงสามีมาด้วย “คุณว่าจริงไหม?”