ตอนที่ 1741
บทที่ 1741 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1581
October 28, 2026
“ไม่ต้องพูดแล้ว” ในใจเย่เนี่ยนโม่วุ่นวายไปหมด เพราะติงยียี
อ้าวเสว่วิ่งไปต่อหน้าเขาและถามด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง “คุณคงคิดว่าฉันเลวมากใช่มั้ย? แต่ที่ฉันเลวก็เพราะอยากได้คุณกลับมา ตกลงคุณชอบเขาอะไรฉันปรับตัวเองได้!”
ในที่สุดสายตาของเย่เนี่ยนโม่ก็มองไปหน้าของเธอ แต่ไม่ใช่นัยน์ตาที่มองคู่รักอย่างเต็มไปด้วยความรัก “บนโลกนี้มีติงยียีอยู่แค่คนเดียว”
“มีติงยียีอยู่แค่คนเดียว เฮอะๆ” อ้าวเสว่นั่งลงบนโซฟาด้านข้าง เจ็บปวดจนกุมหัวเอาไว้ ฟังเสียงฝีเท้าที่จากไปอย่างไม่ลังเล เธอเจ็บปวดจนอุดหูไว้
ตกดึก บ้านหลังตระกูลเย่ยังคงสว่างไสวอยู่มุมเล็กๆ ติงยียีเก็บของของตัวเองอย่างช้าๆ ในใจกลับไม่ได้มีความตื่นเต้นที่จะจากไป และก็ไม่ได้รู้สึกหล่นหาย ดูนิ่งราวกับไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เอารูปภาพของเย่ชูหวินกับแพนด้าวางที่เสื้อผ้า เธอล็อกกระเป๋าเรียบร้อย แล้วเลื่อนไปที่ใต้ม่าน ลมเย็นสดชื่นข้างนอกพัดเข้ามา ทันใดนั้นทำให้เธอมองอย่างหลงใหล
เงาของขุนเขาที่อยู่ห่างไกล ภายใต้แสงจันทร์สาดส่องจนกลายเป็นเงาสามเหลี่ยมยื่นออกมา อยู่ๆเธอก็คิดถึงตอนที่อยู่บนภูเขานั้น ที่เย่เนี่ยนโม่มอบดาวทั้งดวงให้แก่เธอ
“เย่เนี่ยนโม่” เธอเรียกเสียงเบา แต่ละคำที่เรียกออกมา ในใจก็คิดถึงคนคนนั้น เพราะกลัวที่ได้เห็นสายตาบาดเจ็บของเขา ช่วงเวลานี้เธอจึงหลบหน้าเขา แต่ในวินาทีนี้ เธออยากเจอหน้าเขามาก
มือวางลงที่จับประตูยังไม่ทันได้เปิดออก โทรศัพท์ที่วางไว้ตรงหัวเตียงก็ดังขึ้น
“พ่อ ยังไม่นอนเหรอดึกป่านนี้แล้ว?”
“อืม ใช่ หนูอยากเที่ยวรอบๆในประเทศก่อน”
“วางใจเถอะพ่อ หนูดูแลตัวเองได้”
ด้านนอกประตู เย่เนี่ยนโม่พิงอยู่ที่กำแพง เขาฟังเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากในห้องอย่างเงียบๆ แม้แต่ลมหายใจยังแผ่วเบาเลย แสงไฟสีส้มของโคมไฟติดผนังส่องกระทบลงบนใบหน้าของเขา แสดงให้เห็นถึงความเหงาของเขา
เช้าตรู่วันถัดมา ติงยียีถือกระเป๋าเดินทางยืนอยู่ที่ห้องโถงตระกูลเย่ พ่อบ้านพาคนใช้มาส่งเธอ “วันนี้คุณชายไม่อยู่ตั้งแต่เช้า รอก่อนดีมั้ยครับ? ”
“ไม่ล่ะ ฉันต้องรีบไปขึ้นเครื่องบิน ไม่รอเขาแล้ว” ติงยียียิ้มและโบกมือให้กลับทุกคน
คนขับรถได้รออยู่ข้างนอกแล้ว ช่วยเธอเอากระเป๋าเดินทางเก็บขึ้นรถ แล้วถามว่า “ไปเลยมั้ยครับ?”
เธอพยักหน้า หันกลับมามองสถาปัตยกรรมที่อยู่ด้านหลัง บ้านหลังนี้เคยให้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะกับเธอ แต่ก็เคยทำร้ายเธออย่างรุนแรงเช่นกัน
เธอขึ้นรถไปนั่งในรถอย่างไม่ลังเล รถขับเคลื่อนไปทางถนนใหญ่ บนระเบียงชั้นสอง อ้าวเสว่ยืนอยู่อย่างเงียบๆ เธอรู้ว่าติงยียีไปไม่ได้หรอก เขาปล่อยเธอไม่ลง
อากาศสดชื่นมาก ภาพต้นไม้สีเขียวเคลื่อนผ่านด้านนอกรถไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว ติงยียีถือโทรศัพท์พิมพ์ประโยคลงไปทีละตัว“เนี่ยนโม่ ฉันไปแล้วนะ ขอบคุณที่นายดูแลฉันมาตลอด ถ้าหากวันไหนฉันได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองมากเพียงพอแล้ว ฉันจะกลับมานะ”
กำลังจะกดปุ่มส่งข้อความ เธอนึกคิดอยู่ครู่ ก็กดปุ่มยกเลิกข้อความและแก้ไขใหม่“ฉันไปแล้วนะ ถึงแม้จะไม่ได้เห็นหน้านายครั้งสุดท้าย”
เพิ่งแก้ไขเสร็จเธอก็กดลบทันทีอีกครั้ง ทรุดตัวเอนหัวพิงพนักพิงที่นั่งข้างหน้า หลับตาลงสัมผัสความเจ็บปวดในเบ้าตา
รถเบรกฉุกเฉินขึ้นมา ทั้งตัวเธอก็เซไปแนบกับด้านหน้า ดีที่เธอคว้าหลังเบาะนั่งไว้ได้ทันตัวเองเลยไม่ได้กลิ้งไปอยู่ตรงกลางเบาะนั่ง
“เกิดอะไรขึ้น?” เธอถามด้วยความตกใจ
รถปอร์เช่สีขาวคันนึงพุ่งมาจากถนนด้านข้างมาขวางรถของเธอไว้ รถหยุดลง เย่เนี่ยนโม่ก็เดินมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
พอได้เห็นหน้าเขา เธอก็คลายมืออย่างไม่รู้ตัว โทรศัพท์ที่อยู่ในมือก็หล่นลงที่เบาะนั่งทันที
เย่เนี่ยนโม่เปิดประตูรถ “ลงมา”
“เนี่ยนโม่” เธอพูดเสียงอ่อน “พวกเราคุยกันแล้วนี่”
เย่เนี่ยนโม่สีหน้าไร้อารมณ์ มือข้างนึงท้าวอยู่บนประตูรถ “จะลงจากรถเองหรือจะให้ฉันอุ้มเธอลงมา?”
ติงยียีถอนหายใจ ก้มเก็บโทรศัพท์และลงจากรถ
อากาศดีจริงๆ รถยังไม่ได้ขับออกไปจากย่านของคนรวย ทั้งสองฝั่งล้วนเป็นคฤหาสน์สไตล์ยุโรป เสียงไพเราะของเปียโนไม่รู้ดังขึ้นมาจากคฤหาสน์หลังไหน
ติงยียีมองเขา “นายแค่ปล่อยวางไม่ลงชั่วขณะเท่านั้น รอให้ฉันไปแล้ว เวลาผ่านไปสักระยะแผลของนายก็จะหายดี”
“อย่าตัดสินมั่วซั่ว” เย่เนี่ยนโม่คว้าแขนของเธอและดึงตัวเธอเข้ามาใกล้ พูดอย่างจริงจัง
เธอเอามือคว้าแขนของเธอไว้เบาๆ นัยน์ตานิ่งๆ “เนี่ยนโม่ ฉันอยากไปจริงๆ ที่นี่ทำให้ฉันซึมเศร้ามากไปแล้ว ถึงแม้จะมีนายอยู่ก็ไม่สามารถทำให้ฉันดีใจขึ้นมาได้”
เธอนิ่งอยู่ครู่ และพูดต่อ “ฉันยอมรับว่าฉันรักนาย แต่ความรักไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิตฉัน และก็ไม่ใช่ของนาย ฉันไม่ยินยอมให้ความรักผูกมัดไว้อยู่ที่นี่หรอกนะ”
เย่เนี่ยนโม่พ่ายแพ้ต่อการวิงวอนในสายตาของเธอ เขาปล่อยมือ เงียบอยู่สักพักถึงพูดว่า“ผมไม่มีทางปล่อยลงได้”
ติงยียีถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใจของเธอปวดร้าวราวกับถูกเครื่องบดเนื้อปั่นอย่างไร้ความปรานี เธอรักเขา ทุกคนต่างรู้ว่าเย่เนี่ยนโม่รักเอ็นดูติงยียี
พวกเขาต่างคิดว่าติงยียีนั้นมีกลยุทธ์ คิดว่าเธอจะรักเย่เนี่ยนโม่มากกว่า แต่ความจริงแล้วกลับเป็นเย่เนี่ยนโม่ที่รักเธอมากกว่า แต่ว่าในความรัก ใครที่รักมากกว่าก็จะต้องได้รับความเจ็บปวดมากกว่า
เธอหันหลังไปอย่างหนักแน่น ทิ้งเสียงดังก้องอยู่ในอากาศ “ลาก่อนนะ เย่เนี่ยนโม่”