ตอนที่ 1742
บทที่ 1742 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1582
October 28, 2026
“พอได้แล้ว”
อ้าวเสว่พูดดุกับผู้หญิงหลายคนที่ยืนอยู่ข้างๆเธอ “ชอบคนแรดๆแบบนี้เหรอ? เห็นทีพวกเธอก็คงจะแรดเหมือนกัน”
“เธอพูดอะไรเนี่ย!” หญิงสาวหลายคนโวยวายขึ้นและผลักเธอด้วย ผู้คนรอบข้างรีบเข้ามาห้ามไว้
อ้าวเสว่ถูกผลักจนเซถอยหลัง เธอยิ้มอย่างเย็นชาและมองผู้หญิงที่ผลักเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ใส่ชุดเสื้อตลาดถูกๆทั้งนั้น ทั้งชีวิตนี้คงได้แต่คอยตามดาราเท่านั้นแหละ”
พูดจบเธอก็กดรีโมทในมือ รถปอร์เช่สีน้ำเงินที่จอดอยู่ไม่ไกลก็ดังขึ้น เธอมองผู้หญิงที่โกรธจนหน้าเขียวอย่างดูถูก และหันหลังเดินไปทางรถ รอยยิ้มที่พอใจกลับหายไปหลังจากหันหลัง แม้แต่นัยน์ตาก็กลายเป็นมืดมนขึ้นมา
ตกดึก เงาร่างของคนๆนึงกำลังปีนข้ามรั้วสูงอย่างเงียบๆ และวิ่งผ่านสวนไปทางชั้นล่างของบ้านตระกูลเย่ ขณะที่วิ่งมาถึงพงหญ้าอยากนั่งยองลง คอเสื้อก็ถูกคนคว้าเอาไว้
ด้านในห้องหนังสือ บอดี้การ์ดสวมชุดดำทั้งตัวหกคนกำลังยืนล้อมห้องเอาไว้อย่างไม่มีช่องโหว่ พ่อบ้านลูบเคราแพะพลางมองผู้ชายที่นั่งอยู่บนโซฟา จากนั้นก็หันกลับมา “คุณชาย”
“สวัสดีครับ ผมเป็นนักข่าว อยากจะขอสัมภาษณ์คุณติงยียีครับ”
นักข่าวฉีกยิ้มพลางมองผู้ชายที่สวมชุดนอนผ้าไหมสีดำที่นั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงาน เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วมองเขา “กรุณาโชว์บัตรนักข่าวของนายให้ผมดูหน่อย”
นักข่าวได้ยินมานานแล้วว่าประธานาธิบดีบริษัทเย่ซื่อใช้นโยบายเลือดเหล็กกับการทำธุรกิจถึงทำให้บริษัทเย่ซื่อใหญ่โตมีอำนาจ ตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร เมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาของผู้ชายคนนี้ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก รีบควักบัตรนักข่าวออกมาจากกระเป๋าและยื่นออกไป
“หลิวเฉียน? ” เย่เนี่ยนโม่ยิ้มมุมปาก “กลับไปบอกพวกนักข่าวทุกคนด้วยนะ ครั้งต่อไปถ้าหากฉันพบนักข่าวเข้ามาบริเวณตระกูลเย่ด้วยวิธีนี้อีก ผมเย่เนี่ยนโม่สัญญาว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”
เสียงของเขาไม่ดัง แต่ราวกับเสียงฟ้าร้องที่ทุกคนต้องสนใจ หลิวเฉียนพยักหน้ารัวๆ “คืนนี้ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ผมจะกลับไปบอกพวกเขาครับ”
ส่งนักข่าวเสร็จ พ่อบ้านก็พูดอย่างกังวล“อยู่ๆคุณติงก็ดังขึ้นมา วันนี้นี่เป็นนักข่าวกลุ่มที่สามที่ลอบเข้าบ้านตระกูลเย่มาเพื่อสัมภาษณ์คุณติงแล้วนะครับ”
เย่เนี่ยนโม่กุมมือ สีหน้าเข้ม “เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย อย่าให้เธอรู้”
“ครับผม!”
ออกจากห้องหนังสือ เย่เนี่ยนโม่ก็ไม่ได้กลับห้อง แต่เดินไปทางห้องของติงยียี เปิดประตู พบคนนอนขดอยู่บนเตียงใหญ่ภายใต้แสงไฟสีส้ม ผ้าห่มมุมนึงตกอยู่ที่พื้น นอนจนรู้สึกหนาว เธอจึงมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มส่วนที่เหลือ
ตอนนี้เป็นเวลาตีสองแล้ว เย่เนี่ยนโม่หยิบผ้าห่มขึ้นมา เข่าซ้ายคุกลงบนเตียง ผ้าปูเตียงย่นเล็กน้อยซึ่งทำให้คนที่หลับสนิทขยับ
เธอกลิ้งไปมา และลืมตาอย่างสะลึมสะลือ เมื่อเห็นเงาร่างพร่ามัวที่คุกเข่าอยู่ปลายเตียงกำลังมองมาทางตนเองแลแล้วพูดพึมพำ“เนี่ยนโม่นายมาได้ยังไง? ”
เขาเลิกคิ้ว มองคนที่นอนสะลึมสะลือแล้วยังจำตนเองได้ก็ถามอย่างสงสัย“มองออกด้วยเหรอ? ”
ติงยียีกอดผ้าห่มคลุมไว้ พยักหน้าพลางพึมพำ“ถ้าเป็นนายฉันก็จำได้”
คำพูดหวานซึ้งโดยไม่ตั้งใจทำให้หัวใจเต้นอย่างผิดจังหวะไปทันที ความคิดถูกขัดชั่วครู่ ทำได้แค่ชะงักและจ้องมองคนน่ารักหลับต่อไป
สักพัก เสียงหัวเราะทุ้มๆก็ดังออกมาจากหน้าอก เขาเอนตัวไปดมกลิ่นหอมบนเส้นผมของเธอ น้ำเสียงอ่อนโยน “ราตรีสวัสดิ์”
ด้านนอกตระกูลเย่ บอดี้การ์ดได้ตรวจสอบกล้องถ่ายรูปเรียบร้อยแล้วถึงคืนให้หลิวเฉียน หลังจากคนไปหมดแล้ว หลิวเฉียนถึงหันหลังกลับอย่างไม่พอใจ แต่กลับถูกเงาร่างที่ยืนหันหลังใต้แสงจันทร์ทำให้ตกใจ “เธอเป็นใคร?”
“นายอยากได้ข่าวของติงยียีมั้ย?” ผู้หญิงเสียงอ่อนเสียงหวาน ราวกับนกจาบฝน หลิวเฉียนรู้สึกกลัวเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมและมาปรากฏตัวที่นี่ตอนกลางคืน “ผมจะบอกเธอให้ฉันทำงานสายนี้ มีอะไรที่ไม่เคยเจอบ้าง เธออย่าคิดว่าฉันจะกลัวเธอ”
“นายไม่กลัวฉันแล้วนายตัวสั่นทำไม?” เสียงของหญิงสาวเดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกล ดูเหมือนหมดความอดทนแล้ว “แค่คำเดียว นายต้องการข่าวพิเศษของติงยียีมั้ย?”
หลิวเฉียนมองดูเงาใต้แสงจันทร์ของผู้หญิงที่ลากยาว ความสงสัยที่อยู่ในใจก็ค่อยๆปล่อยวาง และเริ่มมีความกล้าขึ้นมา “อยากได้แน่นอน เธอจะให้ฉันเหรอ?”
“ฉันให้นายไม่ได้ แต่ว่านายไปหาเองได้” อารมณ์ของหญิงสาวดีขึ้น น้ำเสียงก็เริ่มกลับมาอ่อนโยนเหมือนเดิม เธอยกมือขึ้นและชี้นิ้วของเธอ “เห็นห้องนั้นมั้ย?”
หลิวเฉียนเปิดไฟฉายและมองดู “เห็นแล้ว”
“นั่นคือห้องของติงยียี ส่วนนายจะขุดคุ้ยข้อมูลอะไรได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับนายแล้ว”
“รู้ได้ยังไงว่านั่นคือห้องของเธอ?” หลิวเฉียนหันกลับไปถาม แต่ก็พบว่าผู้หญิงเมื่อครู่นั้นได้หายตัวไปแล้ว
ในมุมอับ อ้าวเสว่ดึงผ้าพันคอออกและออกจากประตูด้านข้างห้องครัวด้วยรอยยิ้ม บ้านหลังตระกูลเย่เงียบสงัด เสียงฝีเท้าขึ้นบันไดของเธอเกิดเสียงเล็กน้อย
แสงสลัวที่ห้องหนังสือทำให้เธอหยุดฝีเท้าลง เธอเดินย่องเข้าไปใกล้ห้องหนังสือกลับพบว่าด้านในไม่มีใครเลย สีหน้าเธอเย็นชา และหันเดินไปอีกทางอย่างไม่ลังเล
ในห้องที่อบอุ่น ผู้ชายกำลังลูบหลังหญิงสาวที่กำลังหลับสนิท ท่าทางอ่อนโยน บางครั้งหญิงสาวก็เตะผ้าห่มอย่างกระสับกระส่าย เขาก็ไม่รังเกียจที่จะหยิบมันขึ้นมาช่วยห่มให้เธอ มีหลายครั้งที่เตะแรงไป เขาก็ยกมือขึ้นมาตบที่ก้นเธอเป็นการทำโทษ แต่ระหว่างตีกลับผ่อนแรงลง
เบ้าตาของอ้าวเสว่เบลอเล็กน้อย เธอตัวสั่นและเอื้อมมือไปลูบแก้มซ้ายของเธอ ตรงนั้นมีรอยแผลเป็นบางๆอยู่ เป็นเย่เนี่ยนโม่ที่ขีดไหวใบหน้าของเธอด้วยมือของเขาเอง
เขามอบความรักและการปกป้องให้กับเธอ และมอบบาดแผลให้กับตนเอง สุดท้ายก็อั้นน้ำตาไม่ไหว เธอหันหลังจากไป ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา
วันถัดมา ติงยียีเตรียมตัวจะออกไป แต่กลับถูกพ่อบ้านขวางไว้ “คุณติง คุณจะออกไปข้างนอกเหรอครับ?”