ตอนที่ 1744
บทที่ 1744 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1584
October 28, 2026
“รางที่มอบก็ได้มาถึงช่วงหลังแล้ว ต่อไปพวกเรามาดูภาพยนตร์ทั้งสี่เรื่องที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารอบคัดเลือกนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ภาพยนตร์เรื่องแรก หญิงสาวถือมืดกรีดหน้าตัวเองให้กลายเป็นเหมือนคนที่ผู้ชายรักสุดหัวใจ สุดท้ายก็ถูกผู้ชายจับได้ ผู้ชายก็จากไปอย่างไร้เยื่อใย เธอคุกเข่าลงกับพื้นพลางมองเลือดเนื้อที่พร่ามัวของตนในกระจกและคร่ำครวญ ภาพยนตร์เรื่องที่สอง สามีของหญิงสาวถูกมือที่สามแย่งไป ส่วนเธอก็ทำให้ผู้ชายที่แต่งงานแล้วอีกคนนอกใจ เรื่องที่สาม ครูสาวร่างผอมยืนอยู่ในสวนสาธารณะในลอนดอน เผชิญหน้ากับเด็กสาวที่สวมชุดสดใส ดูไม่เหมือนเมื่อตอนที่อยู่ในชนบทเลย ที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่โชคชะตา แต่ยังมีท่าทีที่มีต่อคุณครูอีก”
“ผู้ที่ได้รับรางวัลนักแสดงหญิงสมทบยอดเยี่ยมได้แก่ติงยียีจากเรื่องความทะเยอทะยานของเฉี้ยนปี้”
พิธีกรหญิงกล่าวพูดเสียงใส ทันใดนั้นกล้องก็จับภาพหน้าของติงยียี คนทั้งรู้จักและไม่รู้จักต่างก็มองไปที่เธอ
ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่ามีตน แต่ตอนที่อ่านชื่อนั้น ติงยียีก็ยังรู้สึกว่าหน้าผากของเธอยังสะดุ้งอย่างรุนแรง
ผู้กำกับไต้ที่นั่งอยู่ข้างเธอก็ดันเธอออกไปเล็กน้อย
เธอรีบลุกขึ้นและเดินไปทางเวที ชุดราตรีสีทองบนร่างกลายเป็นที่สะดุดตาของคนทั้งงาน เมื่อเห็นเธอ พิธีกรก็พูดหยอกล้อ“คุณรู้มั้ย? คุณคือน้องใหม่คนแรกที่ไม่ค่อยโด่งดังแต่จู่ๆก็ได้รับรางวัลช่อดอกไม้ เก่งมากจริงๆ”
ติงยียีพูดต่อจากคำของเธอ “เหรอคะ? ”
พิธีกรกะพริบตา “บอกความลับเธออย่างนึง ดาราที่ออกจากงานรับรางวัลช่อดอกไม้ไปวันถัดมาที่บ้านก็จะมีบทหนังวางกองอยู่อย่างต่ำห้าเรื่อง ดังนั้นจำไว้ว่าพรุ่งนี้เช็ดทำความสะอาดโต๊ะของเธอให้ดีเลย”
ด้านล่างเวทีมีเสียงหัวเราะของผู้คน เธอก็พูดหยอกต่อ“แต่ฉันเดาว่า ถ้าหากดาราคนอื่นพรุ่งนี้มีบทวางบนโต๊ะห้าเล่ม อย่างน้อยเธอคงต้องมีกองอยู่ 15 เล่ม”
“ทำไมล่ะ? ” ติงยียีมองเธออย่างไม่เข้าใจเล็กน้อย
พิธีกรพูดเสียงดัง“วันนี้ มีเรื่องนึงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเวทีพิธีประกาศรางวัลช่อดอกไม้ของเรา นั่นก็คือนักแสดงแห่งชาติอันหรันจะมอบรางวัลนักแก่แสดงหญิงสมทบหน้าใหม่ยอดเยี่ยมด้วยตัวเอง”
ข้างล่างเวทีตอนแรกเงียบฉี่ จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังลั่น นักข่าวประจำงานรู้สึกตื่นเต้นที่จะตั้งมุมและเตรียมที่จะฉกข้อมูลโดยตรง
“คุณหมายถึง? ” ติงยียียิ้มอย่างไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นข้างหลังก็มีเสียงฝีเท้า เธอหันไป ก็พบกับอันหรันที่สวมชุดสูทสีดำ
อันหรันหยิบถ้วยรางวัลจากถาดของโฆษกและเดินไปหาติงยียี พลางมองเธออย่างตั้งใจ “ยินดีด้วย”
“ขอบคุณค่ะ” ติงยียีพยักหน้าอย่างแรง ทั้งใบหน้ามีรอยยิ้ม
หลังจากอันหรันมอบรางวัลเสร็จ จู่ๆก็หันตัวไปพูดกับไมโครโฟน“ติงยียี ฉันชอบเธอมานานมากแล้ว”
ติงยียีกับคนข้างล่างเวทีก็ชะงัก เธอกอดรางวัลพลางมองเขาอย่างทำอะไรไม่ถูก ตาพร่ามัวไปหมด
สวุเหวยเหรินกระทืบเท้าด้วยความโมโห “นี่ก็กล้ามากไปมั้ย”
ขณะที่เขากำลังคิดว่าจะตอบยังไงอันหรันก็เอ่ยปากขึ้น ครั้งนี้เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นสบายๆ “วันนี้ฉันพูดแบบนี้ พรุ่งนี้บทบนโต๊ะของเธอจะเพิ่มเป็นห้าสิบเล่มได้มั้ย? ”
พิธีกรได้สติกลับมาก่อน เธอหัวเราะฮ่าๆ “คนที่นักแสดงแห่งชาติแน่นอนว่าต้องเก่งอยู่แล้ว เห็นทีพรุ่งนี้ติงยียีคงไม่ใช่แค่ควรเช็ดโต๊ะ แต่ยังต้องซื้อโต๊ะเพิ่มแล้วค่า”
ล่างเวทีก็มีเสียงหัวเราะของผู้คนอีกครั้ง สีหน้าของติงยียีก็เหมือนผ่อนคลายลง อันหรันถอนหายใจในใจ และส่งไมโครโฟนคืนให้ติงยียี
เธอรับไป และยิ้มให้เขาอย่างสุภาพ เธอถึงจะเข้าไปใกล้ไมโครโฟนและเผชิญหน้ากับผู้คนในงาน จากตรงนี้สามารถมองเห็นบรรยากาศในงานทั้งหมดอย่างชัดเจน
แสงไฟก็สาดส่องทั่วงานอย่างเป็นใจ ขณะที่กำลังจะเปลี่ยนทิศทาง เธอราวกับเห็นเย่เนี่ยนโม่ เขามาที่นี่ได้ยังไง? นั่นเขาเหรอ?
พิธีกรที่อยู่ด้านข้างสะกิดแขนเธอเล็กน้อย เธอได้สติกลับมา และรีบพูดขึ้น“สวัสดีค่ะทุกคน ฉันคือติงยียี บางทีทุกท่านอาจจะยังไม่รู้จักดิฉัน ถึงแม้ว่าวันนี้จะมีคนบอกดิฉันว่าฉันเป็นคนดังแล้ว แต่ดิฉันยังรู้สึกเหมือนว่าตัวเองยังคงกำลังฝันอยู่”
ข้างล่างเวทีปรบมือให้ เธอก็พูดต่อ“ที่จริงแล้วในภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง คุณอาจเป็นเพียงนักแสดงสมทบ แต่ในชีวิตจริง คุณสามารถเป็นตัวเอกของตัวเองได้ ดังนั้นบนโลกนี้ไม่มีนักแสดงหญิงสมทบ พวกเราทุกคนต่างเป็นตัวเอก”
เมื่อเสียงหยุดลงเสียงปรบมือจากนอกเวทีก็ดังสนั่น เสียงปรบมือดังขึ้นอยู่นานไม่หยุด จนเมื่อเธอเอ่ยปากพูดอีกครั้ง “วันนี้ดิฉันมีเรื่องนึงที่อยากประกาศ นั่นก็คือดิฉันจะถอนตัวจากวงการบันเทิงตลอดไป”
ไม่ใช่แค่ผู้คนนอกเวที แม้แต่พิธีกรบนเวทีก็ช็อกจนลืมดำเนินรายการต่อ เธอไม่ได้โกหก นักแสดงหน้าใหม่ที่ได้รับรางวัลจากงานรับรางวัลช่อไม้ก็เท่ากับเป็นใบเบิกทางเข้าสู่วงการบันเทิง หลังจากนี้จะมีบทแสดงเข้าหาเธอมากกว่าเดิม ใช้ประโยชน์จากรางวัลช่อดอกไม้เพื่อสร้างโอกาสได้บทของตน และนักแสดงหน้าใหม่พวกนั้นก็จะสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองด้วยบทพวกนั้น แต่ตอนนี้นักแสดงหญิงคนนี้จะปล่อยไป?
“เกิดอะไรขึ้น? ” ผู้กำกับไต้หันไปถามอันหรัน อันหรันทำหน้าซีเรียส “ผมก็ไม่รู้”
ในที่สุดพิธีก็ดึงสติกลับมาและรีบพูด “ทำไมถึงได้ตัดสินใจแบบนี้เหรอคะ? ”
ติงยียีส่ายหน้า “ดิฉันก็ไม่รู้ค่ะ แต่ดิฉันรู้ค่ะว่าสิ่งที่ดิฉันต้องการคืออะไร”
ที่นั่งด้านล่างครึกครื้น ผู้ชายคนนึงยืนขึ้น ราวกับคาดไว้แล้วว่าติงยียีจะพูดอะไร ดังนั้นสีหน้าของเขาจึงไม่ประหลาดใจสักน้อย เพียงแค่ปวดใจอยู่นิ่งๆ
“คุณชาย” เย่ป๋อยืนอยู่นอกงาน เมื่อเห็นเขาก็เข้ามารับ
เย่เนี่ยนโม่ก้าวเข้าไปในรถ “ปกป้องเธอให้ดีๆ”
สายตาส่งรถออกไป เย่ป๋อก็ถอนหายใจ ความคิดที่ติงยียีอยากจะจากไปนั้นแน่วแน่ไปแล้ว ครั้งนี้คุณชายยื้อคนไว้ไม่อยู่แล้วจริงๆ